ระทึก!!แอร์ไชน่าล้อค้าง จอดฉุกเฉินที่ลอนดอน

ระทึกของสายการบินแอร์ ไชน่า ซึ่งออกจากกรุงลอนดอน มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่ง ต้องกลับลำและขอลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดปัญหาล้อหลังค้าง

news-chinaair-020710-1

วันนี้(8ก.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการแถลงการณ์ของโฆษกประจำท่าอากาศยาน ซึ่งเผยกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนท์เกี่ยวกับเหตุการณ์การลงจอดฉุกเฉินของเที่ยวบิน CA852  ซึ่งก่อนหน้านี้ เครื่องบินลำดังกล่าวบินวนวียนอยู่บริเวณภาคใต้ของอังกฤษและคลองอังกฤษหลายรอบ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญญาของภาวะฉุกเฉินระหว่างการทำงานของนักบิน และได้บินกลับมายังสนามบินลอนดอนอีกครั้ง

โดยเครื่องบินลำดังกล่าว คาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากระบบไฮดรอลิคเสียระหว่างทะยานขึ้น โดยล้อหลังมีปัญหาค้างไม่พับกลับจึงต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ตาม เที่ยวบิน CA852  ได้ลงจอดอย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

Mthai News

ข้าราชการแห่รับ สุขุมพันธุ์ เข้าทำงานผู้ว่าฯ วันแรก

สุขุมพันธุ์ เข้าทำงานผู้ว่าฯ วันแรก ข้าราชการแห่รับ แน่น หลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง คดี กกต.แจก ใบเหลือง ก่อนหยอดเจ้าหน้าที่คิดถึง หากรักกันจริงขอให้ทำงานเต็มที่

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกทม.ตามปกติแล้ว ภายหลังศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องในกรณีที่ กกต. มีมติให้ใบเหลืองและให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ใหม่ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้สนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ขึ้นเวทีปราศัยให้ร้ายผู้สมัครพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ขัดพระราชบัญญัติเลือกตั้งท้องถิ่น ไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา

สุขุมพันธุ์ บริพัตร, ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร, กกต, ศาลอุทธรณ์, ข่าววันนี้

สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ภาพจาก @tanatpong_nna

โดยบรรยากาศการเข้าทำงานวันแรกหลังหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปนานเกือบ 6 เดือน เป็นไปอย่างคึกคัก มีข้าราชการข้ากทม.จากหลายเขตกว่า 200 คน มารอต้อนรับพร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เข้าสักการะพระพุทธนวราชบพิตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงเทพมหานคร ก่อนจะกล่าวกับข้าราชการที่มารอต้อนรับ ว่า

ขอขอบคุณที่ให้การต้อนรับกลับมาทำงานอย่างอบอุ่น ตลอดเวลาเกือบ6เดือนที่ผ่านมาคิดถึงงาน คิดถึงประชาชน จากนี้เหลือเวลาอีก2ปีครึ่ง จึงเป็นโอกาสให้ทกฝ่ายทำงานต่อไปให้สุดความสามารถ ดูแลทุกข์สุขของประชาชน สร้างความเจริญก้าวหน้าให้คนที่เรารัก ขอให้ข้าราชการทำงานต่อไป ถ้ารักกันจริง ขอให้ทำงานเต็มที่

MThai news

ร้องสตง.-ป.ป.ช. ตรวจสอบไมค์ทำเนียบราคาตัวละแสนสี่

องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างไมโครโฟนทำเนียบรัฐบาล ส่อทุจริต       วันนี้ (8 ก.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ส่งจดหมายด่วนถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ไต่สวนและตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างการปรับปรุงภูมิทัศน์และตกแต่งอาคารทำเนียบรัฐบาลภายใต้งบประมาณ 252 ล้านบาท ดาวน์โหลด (3) ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง หน.คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษต้นเรื่อง เสนออนุมัติต่อ คสช. โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ การปรับปรุงภูมิทัศน์และตกแต่งอาคารทำเนียบรัฐบาล ดำเนินการอย่างรุกรี้รุกรนจนเกินเหตุ โดยเฉพาะการจัดหาระบบเครื่องเสียง และไมโครโฟนในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีและห้องประชุมต่าง ๆ ในทำเนียบรัฐบาลประมาณ 192 ตัว โดยการว่าจ้างให้บริษัทเอกชนมาดำเนินการให้นั้น ซึ่งปรากฏว่ามีการจัดหาเครื่องเสียงและไมโครโฟน เพื่อใช้ในที่ประชุมดังกล่าวตัวละกว่า 145,000 บาท ซึ่งถือว่าแพงเกินเหตุ ทั้งๆ ที่ราคาที่โฆษณาขายกันในท้องตลาดในโซเชียลมีเดียของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์มีราคาเพียง 1981.95 ดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ 63,422 บาท การจัดซื้อจัดหา นอกจากจะยังไม่มีความจำเป็น เพราะเครื่องเสียงและไมโครโฟนเดิมก็ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ อันขัดต่อหลักความพอเพียง ความประหยัด ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. พูดมาโดยตลอด อีกทั้งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อหมวด 2 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 103/7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยชัดแจ้ง และเรื่องดังกล่าวจะถือว่าเป็นความผิดสำเร็จทันที ที่คณะรัฐมนตรีได้ใช้เครื่องเสียงและไมโครโฟนดังกล่าวในการประชุม ครม.วันที่ 9 กันยายนนี้ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวสมาคมฯไม่อาจปล่อยให้ลอยนวลและหายไปตามกระแสของสังคมได้ จึงต้องร้องเรียนให้ สตง.แ ละ ป.ป.ช.ไต่สวน ตรวจสอบ และเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป MThai News