มาสเตอร์โพลปชช.ให้เวลา’ประยุทธ์’ทำงานจนสำเร็จ

มาสเตอร์โพลล์ เผย ประชาชน ให้เวลา ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ทําหน้าที่นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาต่างๆจนสำเร็จ เชื่อ ทหารไม่เลือกปฏิบัติ มาสเตอร์ โพลล์ (Master Poll)  เผย ผลวิจัยเชิงสํารวจ เรื่องทบทวนความทรงจําของแกนนําชุมชนต่อเหตุการณ์บ้านเมืองและความคิดเห็น ต่อบทบาททหารกับนักการเมืองในการแก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนกรณีศึกษา ตัวอย่างแกนนําชุมชนทั่วประเทศ จํานวนทั้งสิ้น 649 ชุมชนดําเนินโครงการในวันที่ 4 – 6 กันยายน 2557 ที่ผ่านมาโดยผล การสํารวจพบว่าเมื่อถามถึงความกังวลของแกนนําชุมชนในช่วงเวลาที่ประชาชนขัด แย้งทางการเมืองรุนแรงก่อนที่จะมีคสช. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.3 กังวลค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุดในขณะที่ร้อยละ 15.7 กังวลค่อนข้างน้อย ถึง ไม่กังวลเลย แต่หลังจาก มี คสช. แล้วได้ทําการสอบถามแกนนําชุมชนถึงความหวังในคําสัญญาของคสช. ว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน ผลสํารวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.2มีความหวังค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่เพียงร้อยละ 5.8 ที่มีความหวังค่อนข้างน้อยถึง ไม่หวังเลยที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความชอบของแกนนําชุมชนต่อบทเพลง คืนความสุขให้คนในชาติที่แต่งโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบว่า

564266-02

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.6ชอบค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 7.4 ชอบค่อนข้างน้อยถึงไม่ชอบเลยที่น่าพิจารณาคือเมื่อถามถึงความเห็นต่อ ทหารและคนที่เข้ามาแก้ปัญหาประเทศในเวลานี้ว่า เป็นนักการเมืองหรือไม่ได้เป็นนักการเมืองผลสํารวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.7 ตอบว่า ทหารและคนที่เข้ามาแก้ปัญหาประเทศในเวลานี้ไม่ได้เป็นนักการเมืองในขณะที่ ส่วนน้อยหรือร้อยละ 16.3 ตอบว่า เป็นนักการเมืองเมื่อสอบถามถึงความวางใจของแกนนําชุมชนต่อทหาร กับ นักการเมืองในการแก้ปัญหาของประเทศ พบว่า

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ72.0 รู้สึกวางใจต่อทหารมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 4.0 วางใจนักการเมืองมากกว่า และร้อยละ24.0 วางใจทั้งสองฝ่าย พอๆ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของแกนนําชุมชนต่อ ทหาร กับ นักการเมืองในการทํานโยบายเพื่อความสุขที่ยั่งยืนให้ประชาชนโดยไม่เลือก ปฏิบัติพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 เชื่อมั่นทหารมากกว่า

ในขณะที่ร้อยละ 4.8เชื่อมั่นนักการเมืองมากกว่า และร้อยละ 28.6 เชื่อมั่นทั้งสองกลุ่ม พอๆ กัน

ความ สุขชุมชน ความสุขประเทศไทย MASTERPOLLที่น่าสนใจคือ ความคิดเห็นของแกนนําชุมชนต่อ กฎอัยการศึกกับการใช้ชีวิตของตนเองและคนในชุมชนพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.5 ระบุกฎอัยการศึกไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต

ในขณะที่เพียงร้อย ละ 6.5 ที่ระบุว่าเป็นอุปสรรคเมื่อถามถึงความหวัง กับ ความกลัวของแกนนําชุมชนในการก้าวไปข้างหน้าของประเทศไทย พบว่า

ส่วน ใหญ่หรือร้อยละ 95.5 ระบุมีความหวังในขณะที่เพียงร้อยละ 4.5 ระบุมีความกลัวและเมื่อถามถึง การให้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทําหน้าที่นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาของประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5ให้ทํางานจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อย

ในขณะที่ร้อยละ 8.0 ให้เวลา1 ปี ร้อยละ 11.3ให้เวลา 2 ปี ร้อยละ 3.1 ให้เวลา 3 ปี และร้อยละ 7.1 ให้เวลา 4 ปี

สนั่นโซเชียล ! มันเป็นธรรมเนียม ที่ผู้ชายต้องจ่ายหนักเพื่อผู้หญิง

มันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว!  สเตตัสออฟเดอะวีค วิจารณ์สนั่นโซเชียล คบผู้ชายให้ดูว่าเขากล้าจ่ายหรือไม่ ?

ถือว่าเป็นข้อความที่ถูกแชร์ส่งต่อมากที่สุดในสัปดาห์อีกข้อความหนึ่ง ทั้งทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค และเว็บบอร์ดชื่อดังก็ได้นำประเด็นนี้ไปถกเถียง หลังจากที่สาวเฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่า

“…มันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วในการสแกนผู้ชาย ถ้าให้เพื่อนช่วยสแกนต้องชวนเพื่อไปถล่มร้านหรูๆ จะสั่งอะไรก็ว่าไป ถ้าผู้ชายไม่ควักนั่นคือยุติการทำความรู้จัก ถ้าผู้ชายพูดว่าสั่งเลย นั่นคือผู้ชายคนนี้พอได้ ด่านต่อไปคือพาไปช๊อป ถ้าเอ่ยปากออกไปว่าอยากได้จังเลย แล้วเขาซื้อให้นี่คือใช่เลย แล้วค่อยมาดูนิสัยกันต่อไปทีหลัง…”

dinner-date

ซึ่งจากสเตตัสข้อความดังกล่าวก็มีคนแชร์ต่อไปอีกมาก พร้อมกับแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หลายคนมองว่าเรื่องแบบนี้น่าจะร่วมกันแชร์ร่วมกันจ่ายจะดีกว่า ไม่ควรให้ฝ่ายชายจ่ายเพียงอย่างเดียว และอย่ามองความรักเป็นเรื่องของเงินทองเพราะมันจะดูไม่มีค่า ซึ่งผู้ชายหลายคนพอเห็นข้อความนี้เข้าไปถึงกับบ่นออกมาเลยวา ถ้ามีผู้หญิงแบบนี้ขอโสดดีกว่า

ทั้งนี้เมื่อลองมองสังคมในต่างประเทศเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องนี้ ถือเป็นมารยาททางสังคมที่ต่างคนต่างจ่ายหรือที่เรียกว่า Going Dutch ถ้าเป็นในไทยมักจะพูดกันว่า อเมริกันแชร์ คือใครทานอะไร สั่งอะไรก็ควรรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองสั่งมา

โดยมารยาทแล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน หากให้คนที่ไม่ค่อยรู้จักมักคุ้นหรือพบกันในครั้งแรกเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ยังขึ้นอยู่กับสถานะทางสังคมและสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วย

MThai News

สุโขทัย 7 อำเภออ่วม น้ำท่วมถนนพัง ตัดขาดจากโลกภายนอก

สถา​นการณ์น้ำท่​วมสุโขทัย ถนนริมแม่น้ำ​ยม ม.2 ต.บ้านนาขา​ดยาวกว่า15​เมตร ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 7 อำเภอ ขณะ น้ำป่า​เทือกเข​าสระบาปเอ่อท่วมหมู่บ้​านใ​จกลางเมือง​จันทบุรี

สถานการณ์ น้ำท่วมล่าสุดที่จังหวัดสุโขทัยกระแสน้ำได้กัดเซาะถนนริมแม่น้ำเพิ่มอีกจุด ที่ ต.บ้านนาพื้นที่ติดต่อกับ ต.วัดเกาะที่ยังคงวิฤติของ อ.ศรีสำโรง พื้นถนนที่เป็นคอนกรีตขาดหลุดปลิวว่อนยาวกว่า15เมตร จนท.ทหาร กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันนำไม้ยูคามาตอกทำเป็นค้นกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำกัด เซาะจนขาดเพิ่มแต่ด้วยความแรงของกระแสน้ำที่ทะลักจากแม่น้ำยมไหลบ่าเข่าท่วม พื้นได้ทะลักเข้าบ้านเรือนราษฏร105 ครอบครัว

564269-02

ทำให้ชาวบ้านต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า2 เมตรและต้องใช้เรือสัญจรไปมาอย่างเดียว และเมื่อช่วงเช้า พลตรีผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บัญชาการ จทบ.พิษณุโลกและจนท.พิทักษ์ประชากู้ภัยสวรรคโลก ได้นำเรือท้องแบน จำนวน 2 ลำ นำข้าวสาร อาหารแห้ง นำดื่ม ไปมอบให้กับ ชาวบ้านต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของนายกริชประดิษฐ์ อายุ 59 ปี ซึ่งได้ทำเป็นศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้านชั่วคราวขณะนี้จังหวัดสุโขทัยได้ประกาศ พื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 7 อำเภอ 33 ตำบล

ถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 1195 มีน้ำท่วมขังสูง 50เซนติเมตรต้องปิดการสัญจรบริเวณต.ปากแคว และมีน้ำไหลข้ามถนนหลายจุด ทางหลวงแผ่นดินสาย 101 บริเวณหน้าการประปาส่วนภูมิภาคมีน้ำท่วมขัง 25 ซม.รถเล็กไม่สามารถผ่านได้บ้านเสียหายทั้งหลัง 3 หลัง โรงยาสูบ 2 หลัง และมีผู้เสียชีวิตจากกระแสน้ำ 1 คนสำหรับบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังจะได้รับค่าชดเชย 33000 บาท ผู้เสียชีวิตที่เป็นหัวหน้าครอบครัว 50000 บาทสมาชิกในครอบครัว 25000 บาท

 

น้ำป่า​เทือกเข​าสระบาปเอ่อท่วมหมู่บ้​านใ​จกลางเมือง​จันทบุรี

ฝน ตกหนักตลอดทั้งคืนและเช้าวันนี้ ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปไหลลงคลองสาขาเอ่อท้นเข้าท่วมหมู่ บ้านใน 3 ชุมชนย่านใจกลางเมืองจันทบุรี กว่า 20 หลังคาเรือน สวนผลไม้ นาข้าวถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เมตร ทางเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ต้องจัดเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเมื่อคืนต่อ ด้วยเช้าวันนี้ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี ส่งผลทำให้เกิดน้ำน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาสระบาป ไหลลงคลองสาขาเอ่อท้นเข้าท่วมหมู่บ้านใน 3 ชุมชนย่านใจกลางเมืองจันทบุรี ประกอบด้วย หมู่บ้านไชยยันต์ หมู่บ้านคลองเตย และชุมชนวัดทองทั่ว กว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 40-50 เซนติเมตร เส้นทางบางจุดรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

โดยเฉพาะหลังหมู่บ้านคลองเตย พร้อมกันนี้มีสวนผลไม้ และนาข้าวถูกน้ำท่วมได้รับความเสียกว่า 50 ไร่ ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกให้การช่วยเหลือชาวบ้านใน การค้นย้ายข้าวของไว้ในที่สูง และเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมเป็นการชั่วคราวแล้ว ทั้งนี้ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกเบาบางอยู่ระดับน้ำยังทรงตัว นายชูศักดิ์ ธนาคมธัญกิจ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า น้ำป่าได้มาตั้งแต่เมื่อคืนตอนตี 2 และได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านคลองไชยยันต์อย่างรวดเร็ว ทำให้ตนเองรีบแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเก็บข้าวของ และเคลื่อนย้ายรถออกไปอยู่ริมถนน ทั้งนี้จากการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์พบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านถูก น้ำท่วมไปแล้ว 10 หลังคาเรือน

ทั้งนี้ในวันนี้หากฝนหยุดตกก็จะทำให้ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ถ้าหากฝนตกลงมาเพิ่มอีกก็จะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมกับขยายพื้นที่ออกไปนาย วินัย ห่วงน้ำ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม กล่าวว่า น้ำป่าได้มาตอนตี 2 ตนเองได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นให้เตรียมรับมือ ซึ่งตนเองต้องรีบนำรถออกไปจากด้านนอกริมถนน ส่วนบ้านของชาวบ้าน ซอย5 และซอย6 กว่า 10 หลังคาเรือนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านถูกน้ำท่วมแล้วเพราะอยู่ในพื้นที่ต่ำจึงถูก น้ำท่วมก่อน นายไตรรงค์/จันทบุรี0870894201

564269-01

564269-03