ความคิดพิสดาร ต้มหมาทั้งเป็น เนื้อมันอร่อย

สะเทือนใจคนรักสุนัข สำหรับความคิดพิสดาร ต้มหมาทั้งเป็น เนื้อมันอร่อย

วันนี้(6ก.ย.)กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกระลอกหนึ่ง เมื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความของแฟนแพจ Friends Not Food ผู้โพสต์ภาพได้ระบุข้อความบรรยายใต้ภาพว่า ภาพชุดนี้มาจาก”ประเทศที่ชอบขายโทรศัพท์มือถือ” ที่นี่เค้าเชื่อว่าการทำให้หมาทรมานสุดๆก่อนตายจะทำให้เนื้อมันอร่อย ก็เลยต้องต้มมันทั้งเป็น ปล่อยให้หมามันดิ้นทุรนทุรายพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากหม้อต้ม ให้มันทรมานสุดๆเพื่อเนื้อมันจะได้อร่อย สำหรับหมาที่น่าสงสาร ทั้งทรมาน ทั้งเจ็บปวด ทั้งปวดแสบปวดร้อน ทั้งกลัว กว่าจะตาย ลองจินตนาการดูว่าถ้าเป็นเรา เราจะทรมานขนาดไหน เราจะกลัวขนาดไหน ผิวของเราจะแสบขนาดไหน และเราจะกรีดร้องตะโกนขอชีวิตยังไงนะ

66666666

หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่มีผู้แชร์และกดไลค์จำนวนมากพร้อมทั้งพากันแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า อยากไห้มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เพราะเขาเหล่านี้ไม่มีทางสู้ นอกจากเราจะต่อสู้เพื่อพวกเขา อย่างไรก็ตามคาดว่าภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าบางประเทศจะสามารถกินเนื้อสุนัข์ได้อย่างเสรีเพราะไม่ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย แต่สำหรับสังคมไทยการกินเนื้อสุนัขหรือการทุบตีดูจะเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรเรามองว่าสุนัขคือมิตรแท้

66

666

MThai News

ขอบคุณเฟซบุ๊ค Friends Not Food 

WHO เผยคนทั่วโลกฆ่าตัวตาย 1 คนทุก 40 วินาที

องค์การอนามัยโลกเปิดเผยตัวเลขที่น่าสะเทือนใจว่า คนทั่วโลกฆ่าตัวตายอย่างน้อย 1 คนในทุก 40 วินาที จากการเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

องค์การอนามัยโลกเปิดเผย ผลการเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จากทุกประเทศทั่วโลก พบว่าจะมีคนทั่วโลกอย่างน้อย 1 คน ที่ฆ่าตัวตายในทุก ๆ 40 วินาที นั่นหมายความว่าจะมีคนฆ่าตัวตายมากถึง 8 แสนคนใน 1 ปี

stk64827cor

โดยขณะนี้มีความพยายามที่จะลดอัตราการฆ่าตัวตายลงอย่างน้อย 10 เปอร์เซนต์ ภายในปี 2563 ซึ่งปัจจุบันนี้มีเพียงแค่ 28 ประเทศเท่านั้น ที่ให้การศึกษาที่มากขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันการฆ่าตัวตาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ดร. มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รายงานดังกล่าวมีขึ้นเพื่อต้องการเรียกร้องให้แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับการฆ่าตัวตาย ด้วยการกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรม ในการรับรู้ และเข้าใจถึงปัญหาสุขภาพทั้งร่างกาย และจิตใจของประชาชนทั่ว ๆ ไป เพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตายลง

นอกจากนี้องค์การอนามัยโลกยังได้โจมตีการรายงานข่าวของสื่อ เรื่องการเสนอข่าวฆ่าตัวตาย ที่มีการเปิดเผยถึงข้อมูลต่าง ๆ มากจนเกินไป เพราะอาจจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ พร้อมกันนี้ จึงได้เรียกร้องให้ทุกประเทศ ร่วมกันป้องกันการฆ่าตัวตายโดยเฉพาะในคนกลุ่มเสี่ยง

ทั้งนี้ผลการสำรวจข้อมูลตลอด 10 ปีพบว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ของกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-29 ปี ส่วนผู้ที่สูงวัยที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า 70 ปี และยังพบว่ากว่า 75% ของผู้ฆ่าตัวตายอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางขณะที่ ส่วนในประเทศร่ำรวจผู้ชายจะฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า

MThai News

วัยรุ่นเหิม! รุมตื้บตำรวจ แย่งปืนกลางวันแสกๆ

เกิดเหตุวัยรุ่นรุมทำร้ายตำรวจ ก่อนแย่งปืน หนีลอยนวลกลางวันแสก ๆ เมื่อเวลา 13.30 น. วานนี้ (5 ก.ย.) พ.ต.ท.อภิภู เกลี้ยงลำยอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย ที่บริเวณริมคลองบางระมาด แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 รายบริเวณร้านก๊วยเตี๋ยวไม่มีชื่ออยู่ริมคลอง

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ทราบชื่อต่อมาคือ ส.ต.ท.พิสุทธิ์ ยอดสวัสดิ์ อายุ 31ปี ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (กก.สส.บก.น.5) ได้รับบาดเจ็บบริเวณเบ้าตาข้างซ้าย ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งรพ.ศิริราช จากการสอบถาม ส.ต.ท.พิสุทธิ์ ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งกินข้าวเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว ซึ่งอยู่บริเวณริมคลองชักพระ ระหว่างนั้นได้มีวัยรุ่นชาย 1 คน พายเรือผ่านมา และได้มองหน้ากัน โดยที่ตนไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที วัยรุ่นคนเดิมได้กลับมาพร้อมเพื่อนอีก 2 คน โดยขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหาตนจากทางด้านหลัง และใช้ขวดเบียร์ตีเข้าที่บริเวณศีรษะ เมื่อตนล้มลง กลุ่มวัยรุ่นจึงได้รุมทำร้าย และได้แย่งอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ กล๊อก สีดำ ของตนจากเอว แล้วหลบหนีไปโดยที่ไม่ทราบเส้นทาง เบื้องต้น บริเวณที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด หลังจากนี้ จึงจะให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้ง 3 คน ก่อนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป   MThai News