เรื่องจริงที่ต้องทำใจ! เมื่อพนักงานธนาคาร ถูกบังคับ “ขายประกัน”

วันนี้(4ส.ค.) ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของอาชีพพนักงานธนาคาร เป็นตำแหน่งที่มีการเปิดรับคนกันมากพอสมควร เพื่อรองรับสาขาที่เปิดใหม่ และการขยายกรอบการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจในปัจจุบัน

จนกลายเป็นว่า พักหลัง พนักงานธนาคารหลายคนก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะปัจจุบัน อาชีพนี้ ต้องมีการพ่วง “ขายประกัน” ให้กับลูกค้าเพื่อทำยอด กลายเป็นปัญหา ที่ฝ่ายหนึ่งก็เกิดภาวะกดดัน ขณะเดียวกันลูกค้าก็อึดอัดพอดู

1

แน่นอนว่าสำหรับลูกค้าธนาคารแทบทุกคน เคยผ่านด่านการชักจูงใจ ให้ประกันชีวิตพ่วงไปกับการเปิดบัญชี หรือการทำบัตรเครดิต เดบิต เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์หลักของธนาคาร คือ ประกันชีวิต เป็นช่องทางที่สามารถผลิตเบี้ยประกันภัยให้บริษัทและสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้ธนาคารได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ละธนาคารก็จะนำเสนอสินค้าและบริการ ในหลากหลายรูปแบบ กลายเป็นนโยบายหลัก

ความกดดันจากพนักงาน ก็สร้างความอึดอัดแก่ลูกค้าธนาคาร ต่างฝ่ายต่างแบกรับความรู้สึกไม่ต่างกัน บางรายไปธนาคาร ก็ไม่กล้าสบตาพนักงาน เพราะรู้ว่า บทสนทนาเริ่มต้นจะเป็นการเปิดการเสนอขายอย่างชัดเจน จะเปิดบัญชีอย่างเดียวก็มีปัญหาได้บัตรเอทีเอ็มล่าช้า แต่หากพ่วงทำประกันชีวิตขึ้นมา การดำเนินงานจะรวดเร็วขึ้นมาทันที

นอกจากนี้ ยังมีสารพัดวิธีที่พนักงานจะเข้าถึงลูกค้า ทั้งติดต่อญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิท คนรู้จัก รวมไปถึงลิสต์เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อเสนอขายประกันจะต่อสาย 50 สาย หรือ 100 สาย หากมี 10 รายยอมทำประกัน ก็ถือว่าเป็นช่องทางที่ประสบผลสำเร็จ แต่ก็สร้างปัญหาสำหรับลูกค้าที่ไม่สนใจ และจะกลายเป็นความรำคาญไปเสีย

บางทีพนักงานธนาคารเองก็เปิดอก พูดคุยกันตรงๆ ถึงภาระหน้าที่ที่ตนเองแบกรับ ยิ่งช่วงสิ้นเดือนต้องทำยอดขายให้ได้ตามเป้า บางรายเอ่ยขอกันตรงๆ “พี่ช่วยหน่อยเหอะ” วันหยุดก็ต้องไปตามหาลูกค้า หรือเดือดร้อนญาติพี่น้องที่ต้องช่วยซื้อทั้งที่มีกรมธรรม์หลายที่อยู่แล้ว เห็นแบบนี้แล้ว พนักงานธนาคาร ไม่ได้นั่งสวยหรูอยู่ในห้องแอร์สบายๆ แต่ภายในจิตใจแฝงไปด้วยความเครียด ไม่รู้วันไหนจะตกงาน หากมีลู่ทางอื่นก็คงไม่เลือกอยู่กับภาวะเช่นนี้

นี่คือระบบสังคมระบบทุนนิยมที่มีทั้งข้อดี ที่ทำให้เกิดการพัฒนา การแข่งขัน แต่ในทางกลับกัน ก็บ่อนทำลายสุขภาพจิตของคนทำงานได้เหมือนกัน สิ่งเดียวก็คือ ดิ้นรนต่อไป เพื่อการอยู่รอด หากจะให้ยกเลิกระบบการขายประกัน ก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเป็นนโยบายของผู้บริหารระดับสูง ที่ต้องแข่งขันกับธนาคารอื่นๆ แถมยังได้เงินก้อนโต ค่าคอมมิชชั่นมากมายมหาศาล

และที่ผ่านมา มีการร้องเรียนปัญหาเรื่องการขายประกันจากทางธนาคารอยู่เรื่อยมา แต่กลับไม่มีมาตรการใดๆ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะรู้ดีว่านี่คือขุมทรัพย์ ช่องทางทำเงิน เป็นอาชีพ และหน้าที่ อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การเสนอขายประกันจากพนักงานธนาคาร ก็ไม่ใช่การบังคับ หากต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน ฝาก ถอน โอน ก็สามารถพูดปฏิเสธไปให้ชัดเจน แต่หากสนใจประกันขึ้นมา ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า มีความจำเป็นในการทำประกันมากน้อยเพียงใด และดูว่า วงเงินที่จะสามารถซื้อประกันได้ น้อยเกินที่จะสามารถจ่ายได้หรือไม่ และสิ่งที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนอย่างไร

เพชรพิริยะ

MThai News

วิจารณ์แซด หญิงประมาท อุ้มลูกข้ามถนน ทั้งที่สะพานลอยอยู่ใกล้

วิจารณ์แซด หญิงประมาท อุ้มลูกข้ามถนน ทั้งที่สะพานลอยอยู่ใกล้

วันนี้(4 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพหญิงคนหนึ่งอุ้มลูกข้ามถนนทั้งที่สะพานลอยอยู่ใกล้ๆ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณสามแยกบางบอน

10659438_833167140056368_7891917237165846057_n

ที่บริเวณกลางถนนมีการขึงสลิงกั้นไว้อยู่แต่หญิงคนดังกล่าวก็ก้าวข้ามไปยืนรอที่กลางถนนเพื่อรอจังหวะที่จะข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แม้ภาพนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์สูญเสียหรืออุบัติเหตุแต่อย่างใด

แต่ภาพดังกล่าวสะท้อนความประมาทและขาดระเบียบวินัยของผู้ใช้ถนน เสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อชีวิตทั้งของหญิงคนดังกล่าวและของเด็กที่อุ้มมาด้วย

ทั้งนี้ในเชิงกฎหมายมีข้อกำหนด มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 104 ห้ามไม่ให้ คนเดินเท้าข้ามทางนอกทางข้าม โดยปรับไม่เกิน 200 บาท

ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค Freund Kangaroo Ja

MThai News

ประยุทธ์มอบแนวทางสปช.ย้ำไม่ล็อกสเปกมุ่งทำปท.สงบ

“พล.อ.ประยุทธ์” เปิดการประชุมและมอบแนวทางสรรหา สปช. ย้ำ ไม่ล็อกสเปก มุ่งทำประเทศสงบ ปัดหวังครองอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเปิดการประชุมและมอบแนวทางให้แก่คณะกรรมการสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้ง 11 ด้าน ว่า ขณะนี้กำลังเดินการตามโรดแมประยะที่ 2 ซึ่งการคัดสรรบุคคลที่เข้ารับสมัคร เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ

563741-03

มุ่งมั่นเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ จะต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ละเอียดถี่ถ้วน โปร่งใส และต้องคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมกับงานที่ได้รับ พร้อมกันนี้ได้แนะนำแนวทางการทำงานโดยให้จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละด้าน ที่สังคมต้องการอยากให้แก้ปัญหามากที่สุด

นอกจากนี้ ยังให้การยืนยันจะไม่มีการล็อกสเปกตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สปช. ไว้อย่างแน่นอน รวมถึง คสช. ไม่ได้มุ่งหวังในอำนาจ แต่กระทำเพื่อให้ประเทศไทย มีประชาธิปไตยที่เหมาะสม และลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น