เผยสูตรถูกหวย 512 ใบ ได้เงินเป็นล้าน

 เผยสูตรถูกหวย 512 ใบ อดีต รมต.เฉลยสูตรดวงดาว ได้เงินเป็นล้าน ถูกติดต่อกันมา รวมแล้วถึง 3 ครั้ง จากเลขท้าย 2 ตัว ทั้งเลข 82,91, และล่าสุด ก็คือ 22

วันที่ 3 ก.ย.2557 จากกรณีที่ นายตำรวจระดับสูงของภาค 5 ซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว จำนวนมากและถูกรางวัล ติดต่อกันมาถึง 3 ครั้ง โดยล่าสุดซื้อลอตเตอรี่ เลขท้าย 22 จำนวน 512 ใบ ซึ่งถูกรางวัล ถึง 1,024,000 บาท และก่อนหน้านั้น ก็ถูกติดต่อกันมา รวมแล้วถึง 3 ครั้ง จากเลขท้าย 2 ตัว ทั้งเลข 82,91, และล่าสุด ก็คือ 22

1

พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร หรือ ผู้การแขก ผบก.อก.ภ.5 ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีถูกล็อตเตอรี่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้เงินนับล้านบาท ระบุว่า การซื้อหวยจำนวนมาก เลขที่ถูกนั้น มาจากพ่อของตน พ่อของตนชื่อ นายปรีดา พัฒนถาบุตร อายุ 86 ปี พ่อของตนเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ท่านชอบทำนายกราฟชีวิต ดูตัวเลขดวงดาว โดยมีสูตรคำนวน เลขหวยของท่าน โดยท่านจะดูกระแสข่าวเลขเด็ดตามสื่อ และมาคำนวนตัวเลขดวงดาวของท่านอีกที

เมื่อได้ตัวเลข  ก็จะให้ลูกหลานไปหาซื้อเลขดังกล่าว มีเท่าไหร่ให้ซื้อมา ซึ่งท่านก็ถูกเลขท้าย 2 ตัว ติดต่อกันมาถึง 3 ครั้ง คือเลข 82 , 91 และ  โดยเฉพาะเลข 22 หวย 1 กันยายน 2557 ท่านได้เอาตัวเลขวันที่ 21 ซึ่งเป็นวันเกิดของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ มาคำนวน ท่านบอกว่า เลขดังกล่าวนั้นเป็นมงคลมาก

และฝากเงินให้ไปหาซื้อเลขดังกล่าวมา ซึ่งปรากฏว่า เลข 21 ขาดตลาด ไม่มีเหลือ พ่อของตนจึงบอกว่า อย่างนั้นให้ใช้สูตร ผีบอกเลขเด็ดให้ลด หากเป็นเลขคนบอกให้เพิ่ม ให้ไปหาซื้อ 22 ซึ่งปรากฏว่า เลข 22 มีเยอะ พวกตนได้ตระเวนหาซื้อเลข 22 ทั้งที่ตลาด คนเดินขายเร่ และจุดแผงขายต่างๆ สำหรับตนนั้นได้มากราบนมัสการพระครูสิริศีลสังวร หรือ ครูบาน้อยเตชปัญโญ ครุบาชื่อดังแห่งล้านนา และได้พบพ่อค้าแม่ค้าขายหวยในวัด จึงได้เลข 22 มาจำนวนพอสมควร ก็นำมาให้กับพ่อ ตามที่พ่อได้สั่งไว้ และตนเก็บไว้กับตัวเองบางส่วน ซึ่งทั้งหมดที่ลูกหลานไปหาซื้อมา รวมทั้งพ่อของตนที่ไปหาซื้อเลข 22 มา รวมไว้กับพ่อของตนจำนวนถึง 512 ใบ และวันลอตเตอรี่ออก ปรากฏว่า ถูกเลขท้าย 2 ตัว จึงเฮกันทั้งบ้าน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์

เพื่อนบ้านโวย ดาราช่องน้อยสี ใหญ่คับเมือง ยกพวกรุมทำร้าย สมองบวม

เพื่อนบ้านโวย ดาราช่องน้อยสี ใหญ่คับเมือง ยกพวกรุมทำร้าย  อาการสาหัส

วันนี้(3 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่ามีดาราช่องน้อยสี รายหนึ่งขับรถในหมู่บ้านเร็วเป็นประจำ พอมีคนไปเตือนว่าระวังชนเด็กกลับยกพวกมารุมทำร้ายต่อหน้าลูกเมียของเขา  โดยเผยรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมดว่า

01

“…เป็นดาราช่องสามนี่ใหญ่คับบ้านคับเมือง ขับรถในหมู่บ้านเร็วเป็นประจำ พอมีคนเดินไปขอร้องให้ระมัดระวังเดี๋ยวจะชนเด็กๆ ที่ออกมาเล่นหน้าบ้าน ยกพวกชายฉกรรย์สามคนมากระทืบคนที่ไปบอกถึงบ้าน ต่อหน้าลูกเมียเขา ทั้งลูกทั้งเมียร้องขอจนสะบักสะบอม สมองบวม เพื่อนบ้านต้องออกมาช่วย ขณะนี้
สมองบวม พูดไม่รู้เรื่อง ตะกุกตะกัก วกวน…”
“….เมียร้องไห้ เขาเป็นนักธุรกิจคล่องแคล่ว เป็นอาจารย์ด้วย เป็นคนสุภาพมากตลอดตั้งแต่ประถม เมียตกใจที่สามีมาเป็นแบบนี้ ลูกชายที่เห็นเหตุการณ์คนสามคนมากระทืบพ่อถึงบ้าน ไม่กล้าออกจากบ้าน ที่ผ่านมาน้องชายดาราจะขับรถมาจอดเปิดกระจกชี้หน้าที่หน้าบ้าน ทั้งๆ ที่อยู่คนละซอยไม่ต้องผ่านเลย ชายที่ถูกทำร้ายคนนี้เป็นคนสุภาพ นิสัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ตอนนี้ลูกเมียก็ขวัญเสียจากเหตุการณ์ แล้วยังขับรถมาคุกคามอีก อยู่ดีๆ ทำกันแบบนี้ได้ยังไง …”

MThai News

อนาถ! หนุ่มใหญ่ ซิ่งกระบะหลุดโค้งดับ

ตร.สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รุดตรวจ หนุ่มใหญ่เมืองพิจิตร ซิ่งกระบะหลุดโค้งเสียชีวิต คาดเกิดจากฝนตกถนนลื่น

เมื่อ เวลา 01.45 น. วันที่ 3 กันยายน 2557 พ.ต.ท.ไพจิตร โคตรกล่ำ สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะเสียหลักหลุดโค้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบริเวณ โค้งไทยสแตนเล่ หลักกิโลเมตรที่ 6+500 ถนนรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้าปทุมธานี หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

563366-03

หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ลท-8635 กทม. ที่กระจกด้านหลังแตกคนขับกระเด็นออกมานอกตัวรถ เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์ พิมจำลอง อายุ 39 ปี อยูบ้านเลขที่ 1283/1 ม.10 อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ในสภาพศพคอหัก

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีฝนตกลงมา และเป็นช่วงทางโค้ง คนขับอาจไม่ชำนาญทางเป็นเหตุให้รถเกิดเสียหลักตกลงข้างทาง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มอบศพ นายณรงค์ฯ ให้ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป