มารดาของน้องเพลง ด.ญ.ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี โร่ร้องสื่อมวลชนขอความเป็นธรรม หลังพบตำรวจทำสำนวนช้า
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 57 มารดาของน้องเพลง เด็กสาวที่ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวมาอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ๆกับกับของตน ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกกลัว และไม่ทราบว่าทำไมผู้ต้องหาที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จึงได้รับการปล่อยตัวออกมาได้ ทั้งที่ทางตำรวจให้ความมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานหนาแน่นที่สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้

มารดารน้องเพลง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้รับรู้เรื่องราวเพียงแต่ได้โทรศัพท์ไปถามทางตำรวจซึ่งทางตำรวจก็บอกว่าหลักฐานที่เก็บทุกอย่างสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ แต่มาวันนี้ตนก็รับรู้ได้ว่าคนร้ายสามารถมาอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันกับเราได้ และออกมาได้โดยที่เราไม่รู้เลยว่า เป็นเพราะอะไรทำไมและเกิดอะไรขึ้น ตนได้ไปสอบถามทางอัยการจังหวัดตรังอัยการก็บอกว่าคดีของน้องเพลงเป็นคดีใหญ่ ต้องส่งเริ่องให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ดำเนินการ ตนยังคงต้องรอความหวังจากกระบวนการยุติธรรมว่าสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนได้อย่างไร
เมื่อครบฝากขัง คงต้องรอให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ลงความเห็นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และตอนนี้คนร้ายสามารถมาสามารถออกมาได้ ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทางด้านอัยการให้เหตุผลว่าหลักฐานอ่อน ไม่มีพยานแล้วหลักฐานพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้เลยหรือ การฝากขังใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ทางตนก็ไม่ทราบเลย เรื่องเกิดตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 57 แล้วทำไมทางพนักงานสอบสวนเพิ่งส่งสำนวนฟ้องไปยังพนักงานอัยการในอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะหมดระยะเวลาฝากขัง
ทางครอบครัวไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดีผู้ต้องหา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตำรวจ หรืออัยการ แต่วันนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว ทำให้ตนและครอบครัวเกิดความกลัวและผวามาก สังคมกำลังทำอะไรกันอยู่ ในเมื่อทางตำรวจทั้งตำรวจในพื้นที่ และทางตำรวจภาค 9 มั่นในในพยานหลักฐาน แต่ทำไมเหตุการณ์จึงเกิดขึ้นแบบนี้ได้ ตนจึงต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลือในครั้งนี้ แม่น้องเพลง เปิดเผยเรื่องดังกล่าวทั้งน้ำตา
ขณะที่ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาคือ นายประถมพงษ์ ได้ถูกแจ้งข้อหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา-มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร และซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย
ซึ่งที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนก็ได้เร่งทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำส่งสำนักงานอัยการ จ.ตรัง ตามขั้นตอน แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงสั่งฟ้องคดีไม่ทัน โดยตรงจุดนี้ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ
MThai News


