แม่โอด! ฆ่าข่มขืนน้องเพลง 4เดือนถูกปล่อยตัว?

มารดาของน้องเพลง ด.ญ.ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี โร่ร้องสื่อมวลชนขอความเป็นธรรม หลังพบตำรวจทำสำนวนช้า 

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 57 มารดาของน้องเพลง เด็กสาวที่ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนและนำศพไปอำพรางคดี เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวมาอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ๆกับกับของตน ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกกลัว และไม่ทราบว่าทำไมผู้ต้องหาที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จึงได้รับการปล่อยตัวออกมาได้ ทั้งที่ทางตำรวจให้ความมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานหนาแน่นที่สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้

10641295_716045048444366_7478359117779945072_n

มารดารน้องเพลง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้รับรู้เรื่องราวเพียงแต่ได้โทรศัพท์ไปถามทางตำรวจซึ่งทางตำรวจก็บอกว่าหลักฐานที่เก็บทุกอย่างสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ แต่มาวันนี้ตนก็รับรู้ได้ว่าคนร้ายสามารถมาอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันกับเราได้ และออกมาได้โดยที่เราไม่รู้เลยว่า เป็นเพราะอะไรทำไมและเกิดอะไรขึ้น ตนได้ไปสอบถามทางอัยการจังหวัดตรังอัยการก็บอกว่าคดีของน้องเพลงเป็นคดีใหญ่ ต้องส่งเริ่องให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ดำเนินการ  ตนยังคงต้องรอความหวังจากกระบวนการยุติธรรมว่าสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนได้อย่างไร

เมื่อครบฝากขัง คงต้องรอให้อัยการภาค 9 เป็นผู้ลงความเห็นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และตอนนี้คนร้ายสามารถมาสามารถออกมาได้ ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทางด้านอัยการให้เหตุผลว่าหลักฐานอ่อน ไม่มีพยานแล้วหลักฐานพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้เลยหรือ การฝากขังใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ทางตนก็ไม่ทราบเลย เรื่องเกิดตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 57 แล้วทำไมทางพนักงานสอบสวนเพิ่งส่งสำนวนฟ้องไปยังพนักงานอัยการในอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะหมดระยะเวลาฝากขัง

ทางครอบครัวไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดีผู้ต้องหา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตำรวจ หรืออัยการ แต่วันนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว ทำให้ตนและครอบครัวเกิดความกลัวและผวามาก สังคมกำลังทำอะไรกันอยู่ ในเมื่อทางตำรวจทั้งตำรวจในพื้นที่ และทางตำรวจภาค 9 มั่นในในพยานหลักฐาน แต่ทำไมเหตุการณ์จึงเกิดขึ้นแบบนี้ได้ ตนจึงต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลือในครั้งนี้ แม่น้องเพลง เปิดเผยเรื่องดังกล่าวทั้งน้ำตา

ขณะที่ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหาคือ นายประถมพงษ์ ได้ถูกแจ้งข้อหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา-มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร และซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย

ซึ่งที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนก็ได้เร่งทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำส่งสำนักงานอัยการ จ.ตรัง ตามขั้นตอน แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงสั่งฟ้องคดีไม่ทัน โดยตรงจุดนี้ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้ พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ

MThai News

ประยุทธ์ลดบทบาทคสช. หลังครม.แจงนโยบาย จ่อผ่อนกฎอัยการศึก

“พล.อ.ประยุทธ์” สั่งทุกส่วนขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วน ก่อน ครม. แถลงนโยบาย พร้อมลดบทบาท คสช. จ่อผ่อนคลายอัยการศึก

ความ เคลื่อนไหวที่กองบัญชาการทัพบก ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 13/2557 โดยกล่าวในที่ประชุมว่า ให้ส่วนงานต้องขับเคลื่อนเรื่องที่เร่งด่วนให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

563197-02

ทั้งงานด้านการปฏิรูป โดยหน้าที่ของ คสช. นั้น จะมีการลดระดับลงและดูแลการทำงานในส่วนของการรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความมั่งคงภายใน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทาง หัวหน้า คสช.ได้ระบุว่าการทำงานของ คสช.นั้น ตนเองจะมีการชี้แจงกับทางคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงเรื่องของกฎอัยการศึก ว่าจะมีการพิจารณาเพื่อปรับลด หรือผ่อนคลายแต่ยังไม่ได้ในขณะนี้

หน.คสช.สั่งเร่งสร้างเชื่อมั่นปท.เสนอกม.ลดทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในที่ประชุม คสช. ชุดใหญ่ วันนี้ว่า เรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การรักษาสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมกันนี้ให้มีการติดตามงานที่สำคัญ อาทิ ความก้าวหน้าการจัดตั้ง วัน สต็อป เซอร์วิส ให้ได้ในทุกภาคธุรกิจ การดูแลเรื่องวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับผู้ที่จะเข้ามาลงทุน รวมถึงการติดตามเรื่องการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชของเกษตรกร โดยการประสานกับทางกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ

นอกจากนี้ หัวหน้า คสช. ยังได้ให้ความสำคัญที่งานด้านสังคมจิตวิทยา ด้านกฎหมายและกิจการพิเศษ โดยย้ำให้ดำเนินการโดยยึดหลักค่านิยมคนไทย 12 ประการ การเสนอกฎหมายใหม่ ที่มีความทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการลดปัญหาการคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการดำเนินคดีด้วย

ไล่ออก เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ 14 ราย เกี่ยวข้องความผิดร้ายแรง

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยมติ ที่ประชุม อ.ก.พ. ไล่ จนท.กรมราชทัณฑ์ 14 ราย ชี้ เหตุข้องเกี่ยวการความผิดร้ายแรง

นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า มาตรการสำคัญตามนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในการปราบปรามมือถือและยาเสพติดในเรือนจำ คือการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

563181-01

ซึ่งในวันนี้ ที่ประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ มีมติไล่ออกข้าราชการกรมราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและพัวพันกับยาเสพติดและ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 14 ราย ผู้ถูกลงโทษ อยู่ในตำแหน่งชำนาญการ ปฏิบัติการ และปฏิบัติงาน ไปตามลำดับ โดยข้าราชการเหล่านี้ กระทำความผิดในลักษณะต่าง ๆ เช่น

– ถูกเจ้าพนักงานอื่นจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติด จำนวน 3 ราย
– ลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามอื่น ๆ เข้าในเรือนจำ จำนวน 10 ราย
– ละทิ้งหน้าที่เกินกว่า 15 วัน จำนวน 1 ราย

ซึ่งการดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการเหล่านี้ ล้วนปรากฏทางหลักฐานชัดเจน อ.ก.พ.กรมฯ จึงมติไล่ออกดังกล่าว

การ ดำเนินการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เป็นนโยบายสำคัญของกรมที่จะเร่งปราบยาเสพติดและโทรศัพท์ภายในเรือนจำให้ได้ มากที่สุด โดยในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการลงโทษข้าราชการด้วยการไล่ออกไปแล้ว จำนวน 16 ราย และ ย้ายเรือนจำ จำนวน 51 ราย ในรอบ 6 เดือน และยังไม่รวมถึงการลงโทษด้วยวิธีการอื่น เช่น การกักบริเวณ การเพิ่มเวรยาม และการขัง ตามพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการราชทัณฑ์ พ.ศ.2482 อีกด้วย