นายกรัฐมนตรี เผยคัดเลือกรายชื่อสปช.พรุ่งนี้ เตรียมนำรายชื่อ สปช. ขึ้นทูลเกล้าฯ ระบุไม่เพิ่มเวลาจัดรายการคืนความสุขฯ ขณะขอสื่อไทยอย่าขยายความคดีฆ่านักท่องเที่ยวอังกฤษ หวั่นประเทศเสียหาย
วันนี้ (25 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าที่ทำเนียบรัฐบาลว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงจะมีขึ้นทุกเดือน เพื่อมอบแนวทางการทำงานและประสานงานให้มีความรวดเร็ว โดยมีการพูดคุยเรื่องงบประมาณปี 57 ที่ค้างอยู่ ประมาณเเสนกว่าล้านบาท จากกรณีที่รัฐบาลเก่ามีปัญหาทางการเมือง และงบประมาณในปี 58 ที่จะมีการกำหนดการใช้ทุก 3 เดือน โดยจะเป็นการก่อสร้างและสร้างงาน เพื่อให้มีการจ้างงาน รวมถึงผลักดันภาคธุรกิจส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยืนยันว่าการใช้เงินทั้งหมด ไม่ใช่การนำเงินมาแจกชาวบ้านแน่นอน
ส่วนกรณีการเพิ่มรายการคืนความสุขให้คนในชาตินั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีการเพิ่มวันเสาร์หรืออาทิตย์ตามที่มีข่าว มีแค่เวลา 6 โมงเย็นของวันศุกร์ ที่จะมีรายการเดินหน้าประเทศไทย ให้ข้าราชการได้มีโอกาสพูด
ส่วนความคืบหน้าการคัดเลือก สปช. นั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อส่งรายชื่อ สปช. ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปก เพราะไม่มีความจำเป็น ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการที่มีตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคงยุติในวันพรุ่งนี้ เพื่อทูลเกล้าฯแต่งตั้ง ทั้งนี้หากได้ครบทั้ง 250 คน ก็จะมีการจัดกลุ่มการปฏิรูปใหม่ต่อไป
นอกจากนี้เรื่องของคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษนั้น ก็ขอให้สื่อไทยอย่านำเสนอข่าวและขยายความตามสื่อนอก เพราะประเทศชาติจะเสียหาย หากสื่อนอกมีข้อมูลก็ขอให้ส่งข้อมูลกลับมา ยืนยันการสืบสวนสอบสวนทำอย่างเต็มที่ ซึ่งตนเร่งรัดและติดตามคดีด้วยตนเองทุกวัน
ส่วนเรื่องเเรงงานไทยที่ถูกหลอกไปทำงานที่อินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการเต็มที่ ขอให้ทุกฝ่ายให้เกียรติคนที่ทำงานโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอไม่ให้มีการดูถูกกัน รับไม่ได้กับวิธีการของสื่อมวลชนที่มุ่งแต่การวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนปัญหาบ่อนที่ขอนแก่นก็ได้รับรายงานแล้ว หากมีปัญหาก็พร้อมย้ายทันทีหากคนไหนทำตัวเป็นอุปสรรค
ขณะที่ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ได้มอบให้รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงลงพื้นที่แล้ว โดยการแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีคนจำนวนมากที่ถูกล้างสมอง เพื่อหวังสร้างความรุนแรง ส่วนการพูดคุยสันติภาพนั้น ตนขอเรียกว่าเป็นการพูดคุยกับผู้เห็นต่าง ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มโดยทุกกลุ่มต้องคุยกันมาก่อนที่จะมาคุยกับรัฐบาล แต่ขอให้สื่ออย่าไปให้ความสำคัญมาก ยืนยันการแก้ปัญหาวันนี้อยู่ในระดับที่ดีจนได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ
MThai News