นิตยสารไทม์ตีข่าว ‘คดีฆ่าชาวอังกฤษ’ ด้านมืดของไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า สื่อต่างประเทศยังเกาะติดความคืบหน้าคดีฆาตกรรมโหดนายเดวิด วิลเลียม อายุ 24 ปี และน.ส.ฮันนาห์ วิกตอเรีย อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด นิตยสารไทม์ ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ผ่านเว็บไซต์ถึงคดีดังกล่าวว่า ที่เผยให้เห็นด้านมืดของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมความเชื่อของสังคม ศักยภาพการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อีกมุมหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวหาดสวยทะเลใส รวมไปถึงทัศนคติของผู้นำประเทศด้วย โดยอ้างความเห็นบางส่วนจาก “นายพอล กวาลญา” นักวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

คดีฆ่า2นักท่องเที่ยว

คดีฆ่า2นักท่องเที่ยว

ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเหวี่ยงแหไปเรื่อย เริ่มจากการตั้งธงผู้ต้องสงสัยหันไปทางกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ พร้อมกับคำกล่าวของนายตำรวจระดับหัวหน้าที่เปรยว่า “คนไทยไม่ทำเรื่องนี้” ซึ่งสะท้อนถึงอคติทางด้านเชื้อชาติที่ฝังลึกมานาน และขุดรากถอนโคนออกไปไม่ได้ง่าย ๆ

แต่หลังจากผลดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกลุ่มแรกไม่ปรากฏผลใด ๆ ตำรวจจึงเบนเข็มไปที่คนนอก ซึ่งก็คือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีกคนที่เช่าห้องพักร่วมกับนายมิลเลอร์ ซึ่งผลวิเคราะห์เปรียบเทียบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยกับก้นบุหรี่ที่พบในที่เกิดเหตุก็ไม่ตรงกันอีกตัวละครใหม่ที่โผล่มาคือ นายฌอน แมคแอนนา ชาวสกอตติช วัย 25 ปี เพื่อนของผู้ตาย ที่อ้างว่าเห็นชายไทย 2 คน พยายามเข้ามาเกาะแกะ น.ส.วิทเธอริดจ์ ก่อนจะถูกเธอปฏิเสธไป ในคืนเดียวกับที่เธอเสียชีวิต ซึ่งนายแมคแอนนา ได้ถ่ายภาพของชายทั้งคู่ไว้ ก่อนโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต

แต่สิ่งที่ตามมาคือ เขาถูกขู่ฆ่าจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ในภาพได้รับการปล่อยตัวไป หลังการสอบสวนเบื้องต้น แม้พวกเขาปฏิเสธที่จะให้ตัวอย่างดีเอ็นเอก็ตาม โดยนายกวาลญาให้ความเห็นว่า ปัญหาของเจ้าหน้าที่ คือการต้องเผชิญแรงกดดันมากมาย จากการเกาะติดสถานการณ์รายงานข่าว ทั้งสื่อไทยและสื่อนอก ที่ทวงถามหาความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา

ไทม์รายงานอีกว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทย คือสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ซึ่งต่างก็เพลิดเพลินไปกับหาดทรายขาวบริสุทธิ์ วัดวาอารามที่สวยงามโอ่อ่า และอาหารไทยรสเลิศ นักท่องเที่ยวส่วนมากมีโอกาสหรรษาไปกับวันหยุดพักผ่อนของพวกเขา แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน

ในอีกมุมหนึ่งของบรรดาแหล่งท่องเที่ยว อาทิเช่น พัทยา นักท่องเที่ยวกลับต้องเผชิญกับการลักวิ่งชิงปล้น การทำร้ายร่างกายด้วยมีดและปืน การคุกคามทางเพศ อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน และการจมน้ำ ซึ่งมักเป็นเรื่องที่เงียบหายไป โดยเฉพาะฟุลมูนปาร์ตีบนเกาะพงันที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ไทม์ทิ้งท้ายว่า ในการแถลงถึงคดีนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้เอ่ยถึงข้อเท็จจริงในคดี หรือเหตุใดที่ผู้ต้องสงสัยตัวเป็น ๆ สักคน ก็ไม่มีอยู่ในการควบคุมของตำรวจ ทั้งที่เวลาล่วงเลยมาถึง 8 วัน แล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเดือดร้อน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราอึ้งทึ่งเหวอที่สุด คือการที่ดูเหมือนคนไทยจะชินชากับความไร้ประสิทธิภาพของระบบยุติธรรมของประเทศเช่นนี้เสียแล้ว

ขอบคุณ ข้อมูลจาก เว็บไซต์เดลินิวส์

MThai News

แม่ใจยักษ์ทิ้งลูกแรกเกิดโชคดีมีผู้ใจบุญขอเลี้ยง

แม่ใจยักษ์นำลูกแรกเกิดเพศชาย วางทิ้งในห้องน้ำวัดพระธาตุพนม ก่อนซิ่งรถจักรยานยนต์หลับหนี ขณะที่มีผู้ยื่นความประสงค์ขอเลี้ยงดู 2 รายแล้ว

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ประจำจังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งจาก พระครูเจติยานุรักษ์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม ว่า นางสุภาภรณ์ ศรีพงษ์ วัย 61 ปี แม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำวัดพระธาตุพนม พบเด็กทารกถูกนำมาทิ้งในห้องน้ำหญิงของวัด จึงตรวจสอบพบเด็กทารกเพศชาย มีผ้าขนหนูห่อไว้ และกำลังนอนหลับ บริเวณสะดือมีสายรกยาวประมาณ 15 ซม. ข้างกันพบกระเป๋าถือสะพายผ้าฝ้ายสีขาว มีข้อความภาษาอังกฤษสีดำ ภายในกระเป๋ามีผ้าอ้อม เสื้อผ้าเด็ก ขวดนม และสลิปเซเว่นอีเลฟเว่น 1 แผ่น จึงรีบนำตัวเด็ก ซึ่ง พระครูลำไพ ได้ตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.อุ้มบุญ ขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

1

ด้าน พ.ญ.กนกกานต์ แก่นแก้ว แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม กล่าวว่า ด.ช.อุ้มบุญ มีอายุได้ 2 วัน น้ำหนักตัวประมาณ 2,300 กรัม ผิวขาว ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ จึงนำเข้าตู้อบตึกแม่และเด็ก พร้อมให้นม จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้เห็นเหตุการณ์ในวัดพระธาตุพนม ระบุว่า พบหญิงสาว 2 คน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาในวัด นำเด็กทารกมาทิ้งไว้ในห้องน้ำก่อนรีบหนีไป

หลังเกิดเหตุจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ธาตุพนม เพื่อติดตามหามารดาหรือบิดา และญาติ ขณะเดียวกันหลังข่าวแพร่สะพัดออกไป มีผู้ใจบุญนำเงินมาช่วยค่านมจำนวน 500 บาท และแห่มาดูไม่ขาดสาย พร้อมทั้งมีผู้ประสงค์จะขออุปการะเลี้ยงดูแล้ว 2 ราย แต่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาญาติก่อนตามขั้นตอน หากไม่พบจะส่งตัวเด็กไปเลี้ยงไว้ที่สถานสงเคราะห์เด็กจังหวัดนครพนม จึงจะสามารถทำเรื่องขออุปการะเลี้ยงดูได้ต่อไป

ฮือฮา! เสื้อแดงเปรียบ ยิ่งลักษณ์ เป็นเจ้าแม่กวนอิม

เสื้อแดง ยก ยิ่งลักษณ์ เป็นเจ้า แม่กวนอิม ด้านสมคิดสงสัย ถ้าอดีตนายกฯ เป็นเจ้าแม่กวนอิม แล้วสมชายเป็น ….

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น หรือ คปต. ได้โพสต์ภาพ และข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Veera Somkwamkid เพื่อแสดงความเห็น หลังพบข้อความของคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งชื่นชม ก่อนเปรียบเทียบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเหมือนเจ้าแม่กวนอิมลงมาจุติเพื่อช่วยคนไทย โดยระบุว่า

เสื้อแดง, ยิ่งลักษณ์เจ้าแม่กวนอิม, ข่าวยิ่งลักษณ์, เจ้าแม่กวนอิม, ข่าววันนี้

ยิ่งลักษณ์ เจ้าแม่กวนอิม

โอ้วแม่จ้าว ถ้าเธอเป็นเจ้าแม่กวนอิม แล้วคุณสมชายจะเป็นอะไรเล่า ? ช่วยกันเฉลยหน่อยครับ” ซึ่งเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น พร้อมตอบคำถามของนายสมคิดเป็นจำนวนมาก

MThai news