เล่นแรง เก๋งโดนมือดีเขียนรถ มาร้านไหนจอดร้านนั้น

โลกออนไลน์วิจารณ์ภาพรถเก๋งถูกเขียนข้อความ มาร้านไหนก็ไปจอดร้านนั้น

วันนี้(22ก.ย.) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ สายลม ที่หายไป‎  โพสต์ภาพรถเก๋งคันหนึ่งที่ถูกเขียนข้อความไว้ที่ประตูรถว่า “มาร้านไหนก็ไปจอดร้านนั้น”ไปยังแฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 สมาชิกเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ระบุคำบรรยายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง รถคันนี้ไม่ใช่รถของตน แต่นำมาโพสต์เพื่อประโยช์ของคนใช้รถ อยากสอบถามว่าในกรณีเช่นนี้ใครผิดถนนเป็นของใครฟุตบาทเป็นของใคร ถ้าเป็นของหลวงผู้เขียนข้อความจะสามารถห้ามจอดได้หรือไม่

2

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกัน สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งมองว่าการที่ผู้เขียนทำเช่นนี้มันถูกต้องแล้ว มาร้านไหนก็ควรไปจอดร้านนั้น หากดูจากภาพเจ้าของรถจอดที่เส้นขาวแดงซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเพราะเป็นพื้นผิวจราจร บางร้านอาจใช้เป็นทางขึ้นลงแล้วแบบนี้จะให้เจ้าของร้านทำอย่างไร

ขณะที่อีกท่านหนึ่งกลับแย้งว่าการจอดตรงเส้นขาวแดงผิดจริงแต่ควรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ไม่ใช่ไปเขียนใส่ตัวรถคนอื่นแบบนี้ ถ้าเจ้าของรถผิดที่มาจอดบังหน้าร้าน ผู้เขียนก็ผิดที่ไม่มีจิตสาธารณะ ถนนไม่ได้อยู่ในโฉนดที่ดินของผู้เขียน ทำแบบนี้มันรุนแรงเกินไป ควรดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะทำลายทรัพย์สินผู้อื่น

MThai News

สับเละ! สาวไซด์ไลน์ โพสต์ร้องแก้กฎหมาย

สาวไซด์ไลน์ โยนหินถามทาง โพสต์ร้องแก้กฎหมาย รองรับอาชีพ ขายบริการ หวังให้เป็นอีกอาชีพเทียมกับอาชีพอื่น ลั่นหากเป็นไปได้ยอมเสียภาษี ไม่รอดถูกคนกระหน่ำด่าเละ

เกิดเป็นที่ฮือฮาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อปรากฎมีข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก @Crist Mee ซึ่งอ้างว่าเป็นเพจรับงานบริการทางเพศของสาวไซด์ไลน์ในโลกออนไลน์ เรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนกฎหมายให้อาชีพหญิงบริการเท่าเทียมอาชีพอื่น และสามารถให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้

ขายตัว, สาวไซค์ไลน์, เพจสาวไซค์ไลน์, ข่าววันนี้

สาวไซค์ไลน์

โดยเจ้าของเพจได้เผยว่าสาเหตุที่ให้มีการออกกฎหมายดังกล่าวนั้น ก็เพื่อให้อาชีพนี้ได้รับการคุ้มครองมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการทำอาชีพนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกาย ถูกล่อลวงไปข่มขืน ถูกคนในสังคมประณาม เป็นอาชีพที่ยากลำบากมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะสาวค้าบริการรุ่นเด็กที่ยังอ่อนประสบการณ์ ไม่รู้จักวิธีการป้องกันตัว จากบรรดาลูกค้าที่นิยมความรุนแรง และบางครั้งก็เกิดความผูกพันกับลูกค้าจนสร้างความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ ต้องโดนสังคมรังเกียจเหยียบย่ำความเป็นมนุษย์ ดังนั้นเพื่อความเท่าเทียมจึงเห็นสมควรให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อข้อความได้มีการเผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่โจมตีเจ้าของเพจว่าไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการแก้กฎหมาย เพราะยังมีอีกหลายอาชีพที่ทำแล้วได้เงินเช่นกัน อีกทั้งหากตัดสินใจเลือกอาชีพนี้แล้วก็ต้องยอมรับผลที่จะถูกคนในสังคมไม่ยอมรับด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบไปยังเพจดังกล่าวก็พบว่า ได้มีการปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้ว

MThai news

กกต.เผยไปดูงานสกอตแลนด์ใช้งบ พตส.

กกต. เผยไปศึกษาดูงานในสกอตแลนด์ของนักศึกษา พตส.รุ่น 5 เป็นหลักสูตรที่กำหนดไว้แล้ว ปัดใช้งบประมาณแผ่นดิน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ ประธาน กกต. กล่าวถึงการเดินทางไปศึกษาดูการลงประชามติในสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักรของนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ พตส.รุ่นที่ 5 ว่า เป็นการไปศึกษาดูงาน ซึ่งเป็นแผนงานและงบประมาณของสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ที่จัดสรรและได้รับการอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ และเป็นโครงการศึกษาดูงานที่กำหนดไว้ในหลักสูตร พตส.ทุกรุ่น ไม่ใช่การจัดสรรงบประมาณขึ้นใหม่

567572-01

อีกทั้งเป็นการดูงานในช่วงที่มีการทำประชามติที่สำคัญ ทำให้เห็นบรรยากาศการลงประชามติในต่างประเทศว่า แม้ประชาชนจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่มีบรรยากาศของความขัดแย้ง ซึ่งควรนำส่วนดีมาพัฒนาและปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย ร่วมทั้งการศึกษารูปแบบวิธีการลงประชามติและการเลือกตั้งที่แตกต่างกับประเทศไทย ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการให้ชี้แจง ก็พร้อมจะดำเนินการ

ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้ยืนยันว่าการไปศึกษาดูการลงประชามติดังกล่าว เป็นไปด้วยความคุ้มค่า ได้ความรู้และประโยชน์ที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อปฏิรูปการเลือกตั้งของไทยให้มีประสิทธิภาพได้ และหลังกลับจากศึกษาดูงานแล้ว นักศึกษาทุกคนจะต้องทำรายงานสรุป และอธิบายผลที่ได้จากการดูงานให้ กกต. ด้วย

สำหรับโครงการศึกษาดูงานในต่างประเทศของหลักสูตร พตส. นั้น มีกำหนดไว้อย่างชัดเจนในแผนการศึกษา ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เดินทางไปในช่วงที่มีการเลือกตั้งในสองประเทศ ได้แก่ สวีเดน-เดนมาร์ก และสายอังกฤษ-สกอตแลนด์ โดยมีนักศึกษา รุ่นที่ 5 ทั้งสิ้น 87 คน ใช้งบประมาณของ กกต. ไม่ถึง 5 ล้านบาท และนักศึกษาต้องออกงบประมาณส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ด้วย