ว่อนเน็ตแชทไลน์ เสก โลโซ โชว์ของลับเย้ยเมีย

เรื่องไม่จบ ! เมีย แฉ เสก โลโซ โชว์ของลับส่งผ่านไลน์มาให้

วันนี้(22 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่าจากกรณีที่ กานต์ วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาของเสก โลโซ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คก่อนหน้านี้ว่า ขอจบทุกอย่างเพียงแค่นี้  ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

01

ล่าสุดดูเหมือนว่าเรื่องราวความขัดแย้งในครอบครัวยังไม่จบเพราะกานต์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่าเสก โลโซ ส่งภาพโชว์ของลับและระรานไม่เลิกผ่านไลน์ เข้าขั้นโรคจิต

“ส่งไลน์มาระรานไม่เลิก สมงสมองคงไม่เหลือแล้ว โชว์ของลับอีกต่างหาก โรคจิตมาก หลงตัวเองคิดว่าเป็นคนดังแล้วใครๆก็อยากเอา อายแทนจิงๆหว่ะ”

ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ผ่านเฟซบุ๊คทำให้ชาวสังคมออนไลน์หลายคนที่บอกว่าเคยเป็นแฟนคลับเสก เสื่อมศรัทธาในตัวศิลปินคนนี้ซึ่งหลายคนมองว่าเสกอาจจะป่วยมีอาการทางจิต

02

MThai News

ภาษีมรดก เก็บอัตราเดียว 10% ไร้ขั้นบันได

ภาษีมรดก จ่อบังคับใช้ 58 ชี้เก็บคนที่ได้ มรดก เกิน 50 ล้าน 10% ในอัตราเดียว เล็งสอบข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี กันซุกการโอนและย้ายทรัพย์สินก่อน

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการรับมรดก และภาษีการรับให้ พ.ศ. … ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับร่างกฎหมาย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ จากนั้นก็จะนำเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป โดยไม่ต้องส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก

ภาษีมรดก, พรบ.ภาษีการรับมรดก, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าววันนี้

ภาษีมรดก

ทั้งนี้ในส่วนของรายละเอียดนั้น รายงานระบุว่า การจัดเก็บภาษีมรดกจะเก็บจากผู้รับ คือมีการรับเมื่อใดก็เก็บเมื่อนั้น ไม่ใช่เก็บจากมรดกอย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จะจัดเก็บสำหรับผู้ที่ได้รับมรดกจากผู้ตายที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ในอัตราเดียวคือ 10% ไม่ได้เป็นขั้นบันไดแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ภาษีมรดกดังกล่าวยังรวมถึง การรับมรดกในช่วงผู้ที่โอนให้แก่ผู้รับ ระหว่างที่ผู้ให้ยังไม่ตายอีกด้วย โดยจะดูการโอนมรดกให้กันในช่วงย้อนหลังไป 5 ปีก่อนถึงวันที่จะมีการโอนทรัพย์สินให้แก่กันในวันล่าสุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการโอนหรือถ่ายเททรัพย์สินกันก่อน ซึ่งในส่วนนี้จะเรียกว่า “ภาษีการรับให้” เดิมก่อนหน้านี้จะกำหนดแค่ 2 ปี แต่เพิ่มเป็น 5 ปี เป้าหมายเพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินกันล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากในธนาคาร หลักทรัพย์ หรือที่ดิน หากรวมแล้วเกิน 50 ล้านบาท ก็จะถูกเก็บภาษี 10% ไม่ว่าผู้ให้จะตายหรือไม่ก็ตาม

สำหรับภาษีมรดก เป็นนโยบายของหัวหน้า คสช. ที่ต้องการให้ร่าง พ.ร.บ.ภาษีดังกล่าว และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป

MThai news

ท้าคุณชายผู้ว่าฯ มาร่วมชะตากรรม เดินทางด้วยขนส่งในกทม.

ผุดแคมเปญออนไลน์ ท้าคุณชายผู้ว่าฯ มาร่วมชะตากรรม เดินทางด้วยขนส่งในกทม.

วันนี้(22 ก.ย.) ที่เว็บไซต์ change.org ได้มีการตั้งแคมเปญรณรงค์ออนไลน์ ชื่อว่า #CarFreeEverdayChallenge ท้าผู้ว่าฯเดินทางมาทำงานด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นแคมเปญที่ตั้งโดยสมาชิกชื่อ นาคร สัญจรชน โดยระบุรายละเอียดของแคมเปญรณรงค์นี้ว่า

“ถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน”

เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของกทม.และการวางผังเมืองล้วนมีปัญหา ประชาชนที่พอมีฐานะถูกผลักให้ต้องหันไปใช้รถยนต์ในการเดินทาง
เพราะความสะดวก ปลอดภัย ที่มีระบบขนส่งมวลชนในกทม.ให้ไม่ได้เรามีการรณรงค์การลดใช้รถยนต์ (Car Free Day) มาตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จำนวนรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

21
ระบบรางไม่ครอบคลุม และที่แน่ๆ ไม่มีทางผ่านหน้าบ้านทุกคนได้ รถเมล์ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เพราะให้สัมปทานเอกชนไปทำสภาพถนนย่ำแย่ ทางเท้าไม่เรียบ พร้อมจะทำให้สะดุดได้ตลอดเวลาคนเดินเท้าถูกแย่งพื้นที่จากหาบเร่ แผงลอย และป้ายโฆษณา

การเดินข้ามถนนเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องปีนข้ามสะพานลอยสูงๆในขณะที่ทางข้ามอัจฉริยะที่อุตส่าห์ลงทุน และประชาสัมพันธ์ไว้ใหญ่โต ล้วนทยอยเปลี่ยนเป็นสะพานลอยจักรยานไม่ต้องพูดถึง ทางจักรยาน 200 กม.ที่กล่าวอ้างไว้ ใช้งานไม่ได้จริงคนที่จะใช้งาน ต้องลงไปเสี่ยงขีวิตบนท้องถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์บนถนนที่ออกแบบมาให้เอื้อกำกับการใช้รถยนต์เป็นหลักเป้าหมายปี 2575 กทม.ต้องการให้ชาวกรุงเทพฯ 64% ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางประจำวันจะไปถึงได้ เราคงต้องเลิกใช้วิธีการเดิมๆ เพราะก็เห็นกันอยู่ ว่าสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ

22

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารต้องมาเก็บข้อมูลจริงด้วยตัวเองเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากรุงเทพให้ดีอย่างที่สัญญาไว้เพราะ KPI ที่ใช้บริหารอยู่มันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้และท้ายที่สุด การรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ที่ดีที่สุดคือการที่ผู้ที่พูดรณรงค์ ออกมานำประชาชน ทำตนเป็นแบบอย่างให้ดูไม่ใช่คิดฝัน วางแผนจากเบาะหลังอย่างเคยเริ่มต้นจากวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน ออกจากบ้านโดยใช้แค่บริการจากเข็มกลัด Car Free Day (รถประจำทาง BTS MRT เรือด่วน) เดิน หรือจักรยานและทำให้ได้อย่างน้อย วันทำงานสัปดาห์ละหน

แน่นอน การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกทม.ทั้งหมดแต่กทม.ต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเป็นแกนนำที่จะประสานงานแก้ปัญหามิใช่หรือหากอ้างแค่ว่ากทม.ไม่มีอำนาจ เรามีปลัดกทม.เป็นคนอำนวยการทำงานทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่ากทม.ให้เปลืองงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเพราะถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนยังไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน จริงมั้ย? 

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมลงชื่อในแคมเปญสามารถกดไปร่วมลงชื่อได้ที่ www.change.org  ค้นหาคำว่า #CarFreeEverdayChallenge หรือร่วมติดแท็กดังกล่าวเพื่อสะท้อนสภาพปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ

23

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค ก็ถนนกรุงเทพมันเพลียอย่างนี้ จะให้ขี่จักรยานกันยังไง

MThai News