อึ้ง ! แบงค์ ฮอร์โมน โดนปลอมFBกว่า100แอคเคาท์ เนียนเป็นตัวจริง

อึ้ง ! แบงค์ ฮอร์โมน โดนปลอมFBกว่า100แอคเคาท์ เนียนเป็นตัวจริง

จากกรณีที่ละครฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น2 ได้นำเสนอเนื้อหาสะท้อนปัญหาบนโลกสังคมออนไลน์ที่มีอยู่จริง นั่นคือการปลอมเฟซบุ๊คและใช้ภาพบุคคลผู้มีชื่อเสียงหรือหน้าตาดีมาแอบอ้าง โดยชาวสังคมออนไลน์หลายคนตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ บางคนแค่คุยกันไม่ได้เสียหาย บางคนโดนหลอกให้คบเป็นแฟน เสียเวลาคุยด้วยไปนาน แต่บางรายโดนขนาดหนักหลอกขายของหลอกให้โอนเงิน ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นภัยร้ายที่แอบแฝงมาบนโลกสังคมออนไลน์ที่กำลังขยายตัวในปัจจุบัน

index

ซึ่งจากการสุ่มตรวจสอบของทีมข่าว MThai News เพื่อสำรวจว่าขณะนี้มีนักแสดงฮอร์โมนคนใดมีเฟซบุ๊คปลอมนำไปถูกแอบอ้างมากที่สุด ผลปรากฎว่ามีเฟซบุ๊คชื่อ Bank Thiti Mahayotaruk ซึ่งเป็นชื่อของ แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ นักแสดงฮอร์โมนรุ่นใหม่ที่มารับบท นนท์ ถูกสร้างบัญชีเฟซบุ๊คปลอมมากกว่า100บัญชี โดยมีการใช้ชื่อจริงและรูปประจำตัว ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลส่วนตัว โพสต์ข้อความสเตตัสและภาพส่วนตัวเหมือนเป็นบัญชีจริง ซึ่งบางบัญชีมีคนหลงเชื่อกดเข้าไปติดตามหลายพันคนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แบงค์ธิติ เคยระบุผ่านทวิตเตอร์จริงของตัวเองว่า ตนไม่มีเฟซบุ๊ค

ทั้งนี้ยังพบว่ามีเฟซบุ๊คปลอมของนักแสดงฮอร์โมนอีกหลายราย เช่น ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร,เก้า สุภัสสรา ธนชาต,ตั้ว เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์ เป็นต้น โดยเฟซบุ๊คปลอมดังกล่าวไม่ได้จัดทำขึ้นในรูปแบบแฟนเพจหรือระบุว่าเป็นกลุ่มแฟนคลับสร้างให้แต่อย่างใด แต่ใช้เล่นเหมือนเป็นคนๆนั้นจริงๆ ซึ่งชาวสังคมออนไลน์คนไหนอยากจะกดติดตามดาราที่ตัวเองชื่นชอบควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน มิเช่นนั้นอาจจะโดนหลอกได้

MThai News

page

05

06

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประวัติดาราวัยรุ่น แบงค์ ธิติ หรือ นนท์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ประวัติดาราวัยรุ่น แบงค์ ธิติ หรือ นนท์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ประวัติ 4 หนุ่มหล่อสมาชิกวงดนตรี See Scape ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ประวัติ 4 หนุ่มหล่อสมาชิกวงดนตรี See Scape ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซิกแพคจัดเต็ม! ฮอร์โมนรุ่น 1 ปะทะ ฮอร์โมนรุ่น 2 ซิกแพคจัดเต็ม! ฮอร์โมนรุ่น 1 ปะทะ ฮอร์โมนรุ่น 2 อินสตาแกรมนักแสดงฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 อินสตาแกรมนักแสดงฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2

ตร.สืบทางลึกฆ่าฝรั่ง ไม่รอDNAลุยค้นเรือประมง

ผบก.สส.ภ.8 เผย สั่งสายสืบลงหาข่าวทางลึก ล่าคนฆ่า2อังกฤษ ยันไม่รอผลดีเอ็นเอ ย้ำชัดเป็นคนเอเซีย2-3คน ด้าน ผบก.ชุมพร สแกนเรือประมง เรือท่องเที่ยวทุกลำจากเกาะเต่า ขณะตร.สส.สุราษฎร์ฯ บอกยังไร้คนแจ้งเบาะแสนำจับ2แสน

พล.ต.ต. วีรศักดิ์ มีนะวณิชย์ ผบก.สส.ภ.8 เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีคนร้าย ฆ่าโหด 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ ที่เกาะเต่า ล่าสุด ทางฝ่ายสืบสวนที่จัดกำลังลงพื้นที่เต็มอัตรา ได้สืบสวนทางลึกตามวิธีการสืบสวนสอบสวน ของ ตำรวจโดยไม่ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอของคนบนเกาะที่กำลังทำการตรวจสอบอยู่ เพราะคดีข่มขืนนี้ หากรู้เบาะแส ก็จะสามารถจับกุมตัวได้ไม่ยาก แต่ปัญหาของคดีนี้คือไม่มีประจักษ์พยานที่ชัดเจน จึงส่งผลให้ว่าไม่มีคนมาแจ้งเบาะแส ตามที่ ตำรวจตั้งรางวัลนำจับเอาไว้ 2 แสนบาท เพราะคนร้ายที่คาดว่าจะมี 2-3 คน และเป็นคนบนเกาะที่เป็นชาวเอเซีย รู้เห็นกันอยู่แค่นั้น จึงยากที่
จะมีใครออกมาให้เบาะแส

ผบก.สส.ภ.8 กล่าวอีกว่า คดีนี้คล้ายกับคดีฆ่าข่มขืนเภสัชกรสาว ที่เกาะสะสมุย เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีคนต้องสงสัยจำนวนมากเช่นกัน แต่เมื่อมีข่าวเชิงลึก ก็สามารถจับกุมคนร้ายได้เช่นกัน ดังนั้นคดีนี้จึงหวังว่าการระดมลงพื้นที่ของ ตร. ในครั้งนี้ จะสามารถสาวถึงคนกระทำได้เช่นกัน

567309-01

ผู้การฯ ชุมพร สั่งสแกนเรือประมงทุกลำ – ยังไร้คนแจ้งเบาะแส

พล.ต.ต. สุทธินาท สุดยอด ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ทาง พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภาค 8  ได้สั่งการ ให้ ตำรวจชุมพร จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวตามหมู่บ้านชาวประมง ชายฝั่งตั้งแต่พื้นที่ อ.เมือง อ.สวี และ อ. หลังสวน เพื่อติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย โดยเน้นคนไทยและชาวต่างด้าวที่เข้าไปทำงานอยู่บนเกาะเต่า รวมถึงติดตามตัวกลุ่มแรงงานเรือประมงที่จอดหลบลมอยู่บริเวณเกาะเต่าในวัน เกิดเหตุมาตรวจเก็บดีเอ็นเอ อีกทั้งเรือท่องเที่ยวที่มาจอดเทียบที่ท่าใน จ.ชุพร ทุกลำ เพื่อเก็บข้อมูลในการเชื่อมโยงคดีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้ปฏิบัติงานไปแล้วทุกวัน

ด้าน พ.ต.อ. ไพศาล สังข์เทพ ผกก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุด ยังไม่มีผู้ใดมาแจ้งเบาะแสในคดีดังกล่าว หลังจากที่มีการตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 2 แสนบาทเอาไว้ ซึ่งทาง ตร.สส.จังหวัด ได้แกะรอยหาคนร้ายต่อเนื่องต่อไป ซึ่งหากผู้ใดมีเบาะแสก็สามารถมาแจ้งเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

คนโคราชค้านตั้งจ.บัวใหญ่ แนะประชามติ

ผลสำรวจนิด้าโพล ระบุ ชาวโคราช ค้านแยก 8 อำเภอ ตั้ง จ.บัวใหญ่ แนะ ทำประชามติ ฟังเสียงส่วนใหญ่คนในพื้นที่

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 8 อำเภอ ระหว่างวันที่ 18-19 ก.ย. 57 เรื่องการตั้ง จ.บัวใหญ่ โดย ร้อยละ 46.26 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้เป็นจังหวัดเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกคนในพื้นที่ เหตุผลยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

567311-01

ซึ่งควรแก้ไขด้วยการพัฒนาและสร้างความเจริญ ขณะที่ ร้อยละ 38.84 เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางติดต่อราชการ และง่ายต่อการบริหารจัดการจัดสรรงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 88.76 เห็นว่า ควรมีการทำประชามติในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมีส่วนร่วมตัดสินใจ และเป็นความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง