คสช.ยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการคัดเลือก สปช

คำสั่ง คสช.ที่121/2557 ยกเลิกคำสั่งที่117กำหนด 14 คณะกรรมการคัดเลือก สปช. ย้ำ รธน. ม.30 เป็นอำนาจ คสช.

คำสั่งคณะรักษาความสงบแก่งชาติที่121/2557 เรื่องยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่117/2557  ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทึ่ 117/2557 ลงวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคล

3

ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นั้น โดยที่มาตรา30(6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช 2557 ได้กำหนดให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ จำนวนไม่เกินสองร้อยห้าสิบคน ดังนั้น อำนาจในการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เหลือจำนวนดังกล่าว จึงเป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญกำหนด

เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอาศัยอำนาจตามความในมาตรา30 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช 2557 และมาตรา15 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ.2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่117/2557 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงวันที่17 สิงหาคม พุทธศักราช  2557 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2557. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ตร.เผยDNAฆ่า2ฝรั่งเกาะเต่าชัดคนเอเชีย-เร่งล่า

ตำรวจเผย ผลดีเอ็นเอ ชัดคนฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเป็นคนเอเชีย เร่งเก็บดีเอ็นเอคนบนเกาะล่าตัวคนร้าย

แหล่งข่าวระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด กรณี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถูกฆาตกรรมโหด ที่เกาะเต่า จ.สุราษฏธานี เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ล่าสุดทราบผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอวายโครโมโซมจากอสุจิในช่องคลอดและ ทวารหนักของนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ เพื่อหาสัญชาติของผู้ต้องสงสัย โดยปรากฏว่าดีเอ็นเอวายโครโมโซม ระบุผลพิสูจน์เป็นดีเอ็นเอของชาว มองโกลอยด์ หรือชาวเอเชีย

2ซึ่งผลพิสูจน์ดังกล่าวทำให้ เจ้าหน้าที่สามารถจำกัดวงผู้ต้องสงสัยให้แคบลง โดยตัด ชาวคอเคซอยด์ หรือชาวยุโรป อเมริกัน ออกทั้งหมด และจะต้องเร่งเก็บดีเอ็นเอคนเอเชียบนเกาะดังกล่าว โดยเฉพาะแรงงานพม่า มาตรวจเปรียบเทียบเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ยาย82ปีนั่งรถไฟบุกกรุง ขอความเป็นธรรมถูกโกงที่ดิน

“ยายสม” วัย 82 ปี เรียนแค่ ป.3 ศึกษากฎหมายสู้คดีที่ดินถูกโกงจนชนะ!! เผยไม่เคยย่อท้อ ก่อนตายอยากได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีการแชร์สนั่นบนโลกออนไลน์ หลังมีพลเมืองดีบังเอิญพบนางสม งามอยู่ หญิงชราชาว ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ 82 ปี ได้เดินทางขึ้นรถไฟฟรี เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จากกรณีที่ตนเองและลูกชายถูกโกงที่ดิน ในจังหวัดสุรินทร์เป็นจำนวนถึง 24 ไร่ ทั้งนี้ อยู่ในสถานะของ นส.3 ตามกฎหมายไม่สามารถขายโอนหรือย้ายกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้

ๅ

ผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ บ้านสเรียง ม.2 ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า นางสม งามอยู่ พักอาศัยบ้านชั้นเดียวกับลูกสาว และจากการสอบถามเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ทราบว่ายายสม และลูกชาย ยังเคยถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ข้อหาบุกรุกพื้นที่ซึ่งเป็นของตนเองที่มีบรรพบุรุษให้เป็นสมบัติที่ตกทอดกันมา และหลังจากออกจากคุก ได้ต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวนี้ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 และภายหลังลูกชายก็ได้ถูกทำร้ายและเสียชีวิต ทำให้ต้องต่อสู้กับคดีความนี้โดยลำพัง แม้ลูกๆจะพยายามห้ามปราบเพราะเกรงว่าจะล้มหมอนนอนเสื่อกับการตรากตรำเดินทางและคิดมากกับการต้องสู้ทวงคืนที่ดินจำนวน 24 ไร่คืนมา เพื่อมอบเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายให้ลูกทั้ง 5 คน ก่อนสิ้นลมหายใจ

นางสม งามอยู่ คุณยายยอดนักสู้ เรียนถึงแค่ชั้น ป.3 อ่านหนังสือกฎหมายเอง กล่าวว่า ตนมีฐานะยากจนได้ยืมข้าวเปลือกจากคนข้างบ้าน จำนวน192ถัง ในปี พ.ศ.2515 และไปยืมข้าวเปลือกอีกจำนวน 48 ถังกับเงินสด 5,000 บาท ในปี พ.ศ.2523 กับนางพวน แต่ต่อมาได้ยึดเข้าทำกินในที่นา ตั้งแต่ปี 2520-2528 ตนฟ้องคดีในศาลชั้นต้นจนชนะ ศาลยกฟ้องคดีของนางพวน ผู้เป็นโจทก์ฟ้อง เหตุเพราะเป็นที่ดินได้มาจากการจัดสรร ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนห้ามให้ผู้ใด และห้ามผู้ใดเอามาซึ่งสิทธิ์ในที่ดิน ดังกล่าวเอาไปเป็นของตน หรือผู้อื่น อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้ง โดยกฎหมายตกเป็นโฆษะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 หลังตนชนะคดีแล้วได้ถูกนางพวน เจริญศรี ได้นำสัญญากู้ยืมเงินมาฟ้องพระอิน(สามี) ซึ่งบวชเป็นพระ

ตนได้เดินทางขึ้นรถไฟฟรี ขบวน 11.00 น. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่สถานีรถไปสุรินทร์ เพื่อเข้าสู่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จากกรณีที่ตนเองและลูกชายถูกโกงที่ดิน ในจังหวัดสุรินทร์เป็นจำนวนถึง 24 ไร่ ทั้งนี้ อยู่ในสถานะของ นส.3 ตามกฎหมายไม่สามารถขายโอนหรือย้ายกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้ โดยเดินทางไปร้องทุกข์เพียงลำพัง และไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว ได้แต่อาศัยรถไฟฟรีเดินทางไป-กลับ

หลังจากนั้น นางสม งามอยู่ คุณยายยอดนักสู้ ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่นา จำนวน 24 ไร่ ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปจากบ้านพัก กว่า 7 กม. พบว่ามีการปลูกข้าว และมีการยกคันนาขนาดใหญ่ เพื่อแบ่งอาณาเขตที่ชัดเจนคนละครึ่งระหว่างทายาทนางพวน เจริญศรี และลูกสาวของนางสม งามอยู่ เข้าทำกินทำนา จำนวน 12 ไร่ ภายหลังคำสั่งศาลให้มีการแบ่งแยกและเข้าทำการครอบครองคนละครึ่ง

นางสม งามอยู่ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ตนเดินร้องทุกข์ปากเปล่า ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ได้เพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพียงเดือนละ 800 บาทเท่านั้น ตนต้องสู้เพื่อทวงคืนที่ดินของบรรพบุรุษตั้งแต่ปี 2534 หลังออกจากคุกมาตนก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมมาโดยตลอด