ผุดแฟนเพจให้กำลังใจนมสด ลูกผู้ใหญ่วอเกาะเต่า

วันนี้(31ต.ค.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์พากันตั้งข้อสงสัยว่า นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด บุตรชายของ นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ เป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

แม้นายวรทหรือนมสด จะตกเป็นผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อย่างรุนแรง แต่ล่าสุดก็ได้มีผู้ก่อตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า นมสด FanClub ให้กำลังใจน้องนมสด ซึ่งเพจดังกล่าวระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อให้กำลังใจ นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด

cats

อย่างไรก็ตามแพทย์นิติเวชจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.รามาธิบดี และ ร.พ.ศิริราช ไปตรวจพิสูจน์ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ DNA ในส่วนของนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ว่า ผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของ นายวรท กับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบว่า DNA ไม่ตรงกันกับวัตถุพยานใดๆ รวมถึง ดีเอ็นเอ ในน้ำเชื้ออสุจิในศพของเหยื่อสาวชาวอังกฤษด้วย ได้รายงานผลให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงให้สื่อมวลชนและสังคมรับทราบต่อไป

MThai News

ตลท.คาดออกเกณฑ์คุม หุ้นเก็งกำไร ได้ทันปีนี้

ตลท.เล็งออกเกณฑ์สกัดหุ้นเก็งกำไร คาดประกาศใช้ปีนี้ พร้อมระบุวอลุ่มปีหน้าแตะ 50,000 ล้าน คาดไอพีโอปี 58-59 เพิ่มมาร์เก็ตแคป 200,000 ล้านบาท

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.คาดว่าจะสามารถออกมาตรการควบคุมหุ้นเก็งกำไรได้ในปีนี้ตามแผน

ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการหารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตลท.ใน1-2 เดือนนี้ และจัดทำ Public Hearing ต่อไป

เกศรา มัญชุศรี, ตลท., หุ้นเก็งกำไร

เกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท.

ทั้งนี้นางเกศรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ในปี 58 จะสามารถขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อวัน

ซึ่งใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิมเมื่อปี 56 เนื่องภาวะตลาดที่ดีขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

โดย 10 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 4.2 หมื่นล้านบาท

ในขณะเดียวกันคาดว่าจะสามารถเพิ่มมาร์เก็ตแคปของตลาดหลักทรัพย์ในปี 2558-2559 ได้มากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี จากการที่มีบริษัทต่าง ๆ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก

ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดไอพีโอที่ดีต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเพื่อไปขยายธุรกิจ ขณะที่นักลงทุนก็มองหาธุรกิจใหม่ๆ

เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการลงทุน โดยปีนี้พบว่ามีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าเปิดบัญชีเพื่อลงทุนในหุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้นหลายพันราย

MThai News

ศาลปกครองยกฟ้อง ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีโครงการจัดการน้ำ 3.5แสนล้าน

ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” ในคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ระบุเป็นเพียงกรอบแนวคิดยังไม่ปฏิบัติ ด้าน “ศรีสุวรรณ” ยอมรับคำตัดสิน ระบุเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการรัฐบาล

วันนี้ (31 ต.ค.) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา จากกรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 4 คน ในข้อหากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

IMG_8098

โดยขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโครงการ โดยผู้ฟ้องเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ซึ่งศาลเห็นว่าแผนแม่บทในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากแผนงานที่จะทำในอนาคตหลายโครงการยังเป็นเพียงกรอบแนวคิด ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ ไม่มีการเวรคืนอสังหาริมทรัพย์ และการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่มีลักษณะที่อาจมีผลกระทบของประชาชน

ดังนั้น การที่รัฐบาลทำแผนจึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากในอนาคตมีการดำเนินโครงการตามแผนแล้วรัฐไม่ทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะไปฟ้องศาลให้เพิกถอนเป็นรายโครงการไป

ส่วนการฟ้องว่า รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมาย อาญา มาตรา 157 และทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. นั้น ศาลเห็นว่า เป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของศาล และไม่มีการฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้

ศรีสุวรรณ จรรยา

ศรีสุวรรณ จรรยา

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยภายหลังการเข้ารับฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ไม่เสียกำลังใจ

ซึ่งแม้ว่าแผนบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อน จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ยังโครงมีแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งตนและสมาคม ก็ได้ส่งหนังสือท้วงติงถึงความจำเป็นของการจัดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คาดว่าทางรัฐบาลจะมีหนังสือตอบกลับมาเร็วๆ นี้ และตนจะเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อไป

MThai News