ด่วน! พบซากชิ้นส่วนต้องสงสัย คล้ายเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501

ด่วน! พบแล้วซากชิ้นส่วนต้องสงสัย คล้ายเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ลอยทะเล ห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณได้ครั้งสุดท้าย 10 กม 

coll.si

วันนี้ (30 ธ.ค. ) สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าว หน่วยกู้ภัยจากกองทัพอากาศอินโดนีเซีย แถลงการณ์ กรณีตรวจพบเศษซากชิ้นส่วนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ประมาณ 10 ชิ้น ที่เป็นเบาะแส ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมาจากเครื่องบินโดยสารแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ที่สูญหายไปอย่างเป็นปริศนาก่อนหน้านี้ ลอยอยู่เหนือผืนน้ำในท้องทะเล ห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณได้ครั้งสุดท้าย ในน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันตกของกาลิมันตันประมาณ 10 กิโลเมตร

โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้มีการโชว์รูปถ่ายประมาณ 10 รูป ที่ประกอบไปด้วย เศษชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้ายประตูเครื่องบินและประตูฉุกเฉินด้วย รวมถึง พบแพชูชีพ, เสื้อชูชีพ, และท่อชูชีพรวมถึง ร่างกายมนุษย์หลายร่าง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า เป็นเหยื่อที่โดยสารมาในสายการบินหรือไม่

โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ทางการอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ภายในเวลา 30 นาที จะสามารถยืนยันได้ว่าเศษชิ้นส่วนต้องสงสัย ที่พบในทะเลห่างจากจุดที่เรดาร์จับสัญญาณของเครื่องบินโดยสาร สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ8501 ไปประมาณ 10 กิโลเมตร

ล่าสุดสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้อ้างอิงจากข้อมูลจากหัวหน้าหน่วยกูภัย ที่ได้ออกมาเผยความเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นเศษซากเครื่องบินเที่ยวบินที่สูญหายไป กว่า 95 เปอร์เซนต์ ส่วนทางด้าน รอยเตอร์ อ้างอิงสื่ออินโดนีเซีย จากการออกมายืนยันโดยกองทัพอากาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเศษซากดังกล่าวมาจากเครื่องบินแอร์ เอเชีย ทั้งนี้ทั้งนั้นจะมีการออกมาแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งในเร็วๆนี้ ส่วนทางด้านนาย โทนี่ เฟอร์นันเดส ผู้บริหารสูงสุดของแอร์เอเชีย ได้ทวีตข้อความ แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของเหยื่อ

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหา ดำเนินการโดยอินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซียและออสเตรเลีย ที่ได้ร่วมกัยระดมเครื่องบินกว่า 30 ลำในการลาดตระเวนค้นหา ร่วมด้วยนักประดาน้ำ กว่า 20 ชีวิต ที่เตรียมออกค้นหาต่อไป

edit5

ภาพร่างมนุษย์ต้องสงสัยในบริเวณใกล้เคียง

air_asia

MThai News

ที่มา channelnewsasia

สุดแหวก!! เมื่อรัสเซีย จะเอา”รถถัง” มาเป็น รถ..?

รัสเซียอนุมัติให้นำรถถังสมัยยังเป็นสหภาพโซเวียตมาใช้เป็นรถแท็กซี่ กระแสตอบรับดี นักท่องเที่ยวแห่ใช้บริการ

วันนี้ (30 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่เทศบาลเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย อนุมัติการนำรถถังหุ้มเกราะรุ่น “บีอาร์ดีเอ็ม” ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะลาดตระเวนสมัยสหภาพโซเวียตคันหนึ่ง มาแปรสภาพใช้เป็นรถแท็กซี หลังชาวเมืองออกมารณรงค์เรียกร้องให้อนุมัติใบอนุญาติกันมายาวนาน

17.si

อย่างไรก็ตาม ทางการกำหนดเงื่อนไขหลายประการ ที่รวมถึงต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของรถ ที่ต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดูเป็นพาหนะ “สำหรับพลเรือน” มากขึ้น  เจ้าของรถถังคันดังกล่าวซึ่งขอสงวนนามต่อสื่อ ใช้วิธีการทาตัวรถด้วยสีแดง เพื่อให้แตกต่างแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความโดดเด่นจากพาหนะทั่วไป

และรถแท็กซีในรัสเซีย ที่ปกติทั้วไปมักจะมีสีเหลือง นอกจากนี้ ด้วยความที่ตัวรถมีน้ำหนักมาก แท็กซีรถถังคันนี้จึงไม่สามารถให้บริการได้บนถนนทุกสายในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่า

นอกจากนี้คุณลักษณะพิเศษของ บีอาร์เอ็มดี คือความสามารถสะเทินน้ำสะเทินบก ส่วนราคาค่าบริการแท็กซีในมาดรถถังสุดพิเศษคันนี้ คิดแบบเหมาจ่ายที่ 5,000 รูเบิล ( ราว 3,000 บาท ) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงยังดึงดูดความสนใจจากชาวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต้องการรำลึกบรรยากาศในครั้งยังคงเป็นสหภาพโซเวียต

MThai News

ที่มา RT

ไทยเตรียมส่งทีมช่วยค้นหา เที่ยวบิน QZ8501

ทางการไทยเริ่มเคลื่อนไหว สแตนด์บายรอส่งทีมค้นหาช่วยหากมีการร้องขอ  กรณีเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน  QZ8501 สูญหาย

images1099579_b

วันนี้ (30 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว  ความคืบหน้าของเที่ยวบิน  QZ8501 ที่ได้มีการขยายพื้นที่ค้นหาสู่พื้นดิน ขณะเดียวกันมีรายงานการพบไฟปริศนาบนเกาะแห่งหนึ่ง ทีมค้นหาเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน QZ8501 แอร์เอเชีย เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เป็นวันที่ 3 แล้วนับตั้งแต่เครื่องบินหายไปอย่างเป็นปริศนา

วานนี้ (29 ธ.ค.) ทีมค้นหานานาชาติได้กระจายกำลังกันสำรวจทะเลบริเวณที่ใกล้กับจุดตก แล้วยังไม่พบร่องรอยใด ๆ วันนี้จึงได้มีการขยายพื้นที่ค้นหาให้ครอบคลุมมาบนแผ่นดินด้วย โดยแบ่งพื้นที่ค้นหาทางอากาศจาก 7 ส่วน เป็น 13 ส่วน

ทั้งนี้ทั้งนั้นมีรายงานว่ามีผู้พบเหตุไฟไหม้และกลุ่มควันมาจากเกาะแห่งหนึ่ง ใกล้กับบริเวณที่เครื่องบินบินหายจากจอเรดาร์ไป ซึ่งทีมค้นหานานาชาติก็ได้ส่งเครื่องบินเล็ก 2 ลำ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายงานดังกล่าวจากคนท้องถิ่นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางการไทยเองไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์เครื่องบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซียสูญหายในครั้งนี้ โดยล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เสนอความช่วยเหลือไปยังทางการอินโดนีเซียแล้ว พร้อมสแตนด์บายไว้รอการตอบรับความช่วยเหลือจากอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐ ได้ตอบรับคำขอของอินโดนีเซีย ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตในกรุงจาการ์ตา เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือในภารกิจค้นหาเบาะแสของเครื่องบินโดยสารของแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เข้าร่วมภารกิจค้นหาเครื่องบินโดยสารของแอร์เอเชีย ที่หายไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 162 ชีวิต ขณะมุ่งหน้าจากอินโดนีเซียไปยังสิงคโปร์

MThai News