ดำเนินคดีอาญา ‘บุญทรง-ภูมิ’ ขายข้าว จีทูจี

ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติ ชี้มูลความผิด บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม20 คน คดีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เตรียมส่ง อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป

วันนี้(20ม.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีวาระพิจารณาสำนวนคดีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

27

ทั้งนี้กรรมการ ป.ป.ช.มีการพิจารณาว่า สำนวนที่อนุกรรมการไต่สวนฯ เสนอมานั้นมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนหรือไม่หากสำนวนสมบูรณ์ ก็สามารถชี้มูลความผิดได้เลยแต่หากยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.แถลงภายหลังการประชุมฯ ว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 20 รายกรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) ซึ่งมีทั้งข้าราชการระดับสูง และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำความผิด โดยพบว่าการทำสัญญาซื้อขายข้าวสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งมีจำนวนความเสียหายรวมมากกว่า 6แสนล้านบาท หลังพบว่าไม่มีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจีจริง เป็นการนำข้าวมาเวียนเทียนขายภายในประเทศ

ทั้งนี้ ป.ป.ช.พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่าผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และให้เสนอความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา

สำหรับรายชื่อผู้ที่ร่วมกระทำความผิดในคดีดังกล่าว นอกเหนือจากอดีตรมว.พาณิชย์ และรมช.พาณิชย์ ยังประกอบด้วย พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตผู้ช่วยเลขานุการ-เลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศและรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมและผู้อำนวยการสำนัการค้าข้างต่างประทเศ

นายสมคิด เอื้อสุภา นายรัฐนิธ โสจิระกุล นายลิตร พอใจ อดีตผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, น.ส.รัตนา แซ่เฮง ในฐานะกรรมการบริษัท สยามอินดิก้า, น.ส.สุธิดา จันทะเอ ในฐานะกรรมการบริษัท สยามอินดิก้า, น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์ ในฐานะกรรมการบริษัท สยามอินดิก้า, นายโจ หรือนิมล รักดี , นายสุธี เชื่อมไธสง, น.ส.สุนีย์ จันทร์สกุลพร, นายกฤษณะ สุระมนต์, นายสมยศ คุณจักร , บริษัท สิราลัยจำกัดหรือบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร ในฐานะกรรมการบริษัท สิราลัย และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพรหรือ เสี่ยเปี๋ยง คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

MThai News

คลิปมนุษย์ป้า วีนพนักงาน ‘สตาร์บัค’ เนียนกินฟรี

มนุษย์ป้า กลับมาอีกแล้ว งานนี้ เป็น มนุษย์ป้าสตาร์บัค  ที่กำลังเริ่มเป็นกระแสอีกแล้วกับพฤติกรรม หลอกวีนพนักงาน ได้กาแฟฟรีไปสองแก้ว สบายใจไป

706

เมื่อวันที่  20 ม.ค. 2558  ได้มีการเผยแพร่คลิป “มนุษย์ป้าสตาร์บัค” โดยในคลิปได้บรรยายว่า ยืนด่าพนักงานว่ากาแฟไม่อร่อย กินร้อยครั้งก็ไม่อร่อยร้อยครั้ง (แปลกใจเจ้แดรกทำไมถ้าครั้งที่2 3 มันไม่อร่อย) บอกว่าถ้าไม่ได้กิ๊ฟมาก็ไม่มากินหรอกมันไม­่อร่อย ไม่อยากจะบ่นนะ (นี่ขนาดไม่อยากบ่น) ด่าไปด่ามา ให้พนักงานชงให้ใหม่ แล้วก็ชิม นางบอกว่า เอ๊ะ หรือพี่ชอบกินแฟไม่เข้ม ขอให้พนักงานชงให้ใหม่อีกแก้ว แล้วนางก็เดินถือออกไป 2 แก้วเลย สรุป หลอกแดรกฟรี ได้ไป 2 แก้ว แสบสึสส (นางบอก กาแฟแก้วล่ะหมื่นยังอร่อยกว่านี้) ผมนี่อึ้งไปเลยครับ

ขอขอบคุณ ที่มาจาก Facebook ::https://www.facebook.com/phueongame

ออสซี่ให้สัญชาติ ‘น้องแกรมมี’ เด็กอุ้มบุญ ที่ถูกทิ้ง

ทางการออสเตรเลีย มอบสัญชาติให้น้องแกรมมี่ เด็กอุ้มบุญ ตอบรับคำขอจากแม่ชาวไทย

วันนี้ (20 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว รัฐบาลออสเตรเลียตอบรับคำขอของภัทรมน มอบสัญชาติพลเมืองออสเตรเลียให้กับน้องแกรมมี เด็กอุ้มบุญที่เกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทย วัย 1 ปี ซึ่งถูกบิดามารมารดาชาวออสเตรเลียทิ้งไว้กับ ภัทรมน จันทร์บัว แม่อุ้มบุญ  หลังจากพบว่าหนูน้อยป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม

THAILAND-AUSTRALIA-HEALTH-CHILD-SURROGACY

จากการรายงานของสำนักข่าวประจำประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ภัทรมน จันทร์บัว วัย 21 ปี แม่รับอุ้มบุญชาวไทย เผยว่า ได้ยื่นขอสัญชาติให้กับแกรมมีเพื่อเป็นหลักประกันอนาคต แต่ปฎิเสธว่าไม่ต้องการยื่นขอเพื่อเดินทางไปออสเตรเลีย

โดยขณะนี้น้องแกรมมีมีอายุครบ 1 ปี ได้รับสัญชาติออสเตรเลีย และสามารถมีสิทธิได้รับพาสปอร์ตออสเตรเลีย ซึ่งขั้นตอนนี้ยังต้องดำเนินแยกกัน และยังไม่พบว่ามีการเริ่มต้นดำเนินการแต่อย่างใด และอีกทั้งยังไม่ปรากฏชัดว่าแกรมมีมีสิทธิจะได้รับสวัสดิการตามสิทธิพลเมืองออสเตรเลียหรือไม่

ทั้งนี้ครอบครัวของภัทรมนเงินที่ได้จากเงินบริจาคช่วยแกรมมีไม่ต่ำกว่า 240,000 ดอลลาร์ ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหม่  ซึ่งหลังจากนั้นครอบครัวฟาร์เนลซึ่งเป็นบิดามารดาที่แท้จริงของน้องแกรมมี่ได้ถุกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยพวกเขาได้รับอนุญาตให้เลี้ยงดูพิพา บุตรสาวฝาแฝดที่นำจากไทย แต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวดของศาลออสเตรเลีย

MThai News
ที่มา BBC