‘มนุษย์’ และ ‘สิงโต’ มิตรภาพข้ามสายพันธุ์

สิงโต สัตว์เลี้ยงของ ลุงวอน มิตรภาพที่คุณเห็นแล้วต้องอึ้ง!

เว็บไซต์เดลิเมล์ได้เผยเรื่องราวสุดน่าทึ่งของชายแก่คนหนึ่งที่มีคู่หูเป็นสัตว์ที่หลายคนหวาดกลัวเพราะมันขึ้นชื่อในด้านความโหดร้ายจากขากรรไกรที่มีอานุภาพที่รุนแรงติดอันดับต้นๆของโลก และมีสมญานามว่าเป็น เจ้าป่า

1

ฟริคคี้ วอน โซล์ม ชายชาวยิว วัย69ปี ได้เล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างเจ้าไซออน สิงโตเพื่อนรักของเขา โดยลุงวอน เผยว่า เขาได้เก็บเจ้าไซออนมาเลี้ยงหลังจากมันถูกทอดทิ้ง โดยคาดว่าพ่อของมันอาจจะแยกมันออกมาจากแม่ หลังคลอดเพราะเกรงว่าแม่ของมันจะทำร้ายลูกตัวเอง

จากการเลี้ยงดูมาอย่างยาวนานทำให้สัญชาตญาณแห่งนักล่าของมันลดหายไป เปลี่ยนนิสัยมาเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนรักและไม่อาจหวนคืนสู่ป่าแอฟริกาที่เต็มไปด้วยอันตรายได้ เนื่องจากศัตรูที่มันจะต้องเผชิญคือสิงโตด้วยกันเอง ที่อาจจะส่งผลต่อการเข้าฝูงของมัน นอกจากนี้ยังมีเสือชีต้าร์และเสือดาวที่เป็นคู่แข่งในการล่าเหยื่อด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลให้มันมีอันตรายได้ ทำให้ลุงวอนตัดสินใจที่จะเลี้ยงมันไว้และก็พบว่าเขาได้ประสบการณ์เรียนรู้จากมันในเรื่องของความเชื่อใจและไว้ใจ ซึ่งเขามั่นใจว่าเจ้าไซออนจะไม่มีวันทำร้ายเขาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ลุงวอนยังได้เผยลักษณะนิสัยของเจ้าไซอ้อนว่า มันเป็นสิงโตที่รักสงบ ไม่ชอบเสียงดัง ถึงขนาดที่เวลาเดินด้วยกันลุงวอนต้องเดินถอดรองเท้า เพื่อไม่ให้เกิดเสียง

MThai News

2 249F7DC900000578-0-image-a-14_1421068261961 249F7E1700000578-0-image-a-16_1421068271999

เปิดขุมทรัพย์ 9 แกนนำม็อบ ‘กปปส.’ หลังจบศึก วางนกหวีด

เปิดหมด ! ทรัพย์สิน 9 แกนนำม็อบ กปปส. หลังลาออก ส.ส.ปชป. ครบ 1 ปี

วันนี้(13ม.ค.) สำนักข่าวอิศรา ได้มีการนำเสนอรายงานพิเศษ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ“ชัตดาวน์กรุงเทพฯ”ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมายึดอำนาจรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สร้างความยินดีให้กับบรรดาแกนนำ กปปส.และมวลมหาประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

PIC-suthep-12-1-58_1 (1)

ซึ่งก่อนหน้านี้  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันคือ “พระสุเทพ ปภากโร” และบรรดา “ก๊วนชาวใต้” พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งหมด 9 คน ได้มีการประกาศ ลาออกจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เวลาผ่านไปกว่า 1 ปี ทางสำนักงานข่าวอิศรา ได้ตรวจสอบในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของบรรดาแกนนำม็อบ กปปส.ทั้ง 9 คน ที่เพิ่งยื่นพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 11 พ.ย.57 ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบรายละเอียดดังนี้

1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พระสุเทพ ปภากโร) เลขาธิการ กปปส.

แจ้งว่า หม้าย มีรายได้ทั้งหมด 31,314,929 บาท โดยเป็นเงินที่ได้จากสวนยาง-สวนปาล์มกว่า 31,206,989 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 38,878,083 บาท

ส่วนทรัพย์สินมีทั้งสิ้น 211,182,630 บาท เป็นเงินฝาก 6 บัญชี 4,614,260 บาท ที่ดิน 155 แปลง 177,004,250 บาท ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ใน อ.พุนพิน และ อ.ดอนสัก จ.สุราษฏร์ธานี กว่า 130 แปลง บ้าน 1 หลัง 1,975,120 บาท ยานพาหนะ 5 คัน 27,590,000 บาท

มีหนี้สินทั้งสิ้น 287,271,724 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี 31,499 บาท เงินกู้จากธนาคารฯ 3 แห่ง 202,310,169 บาท โดยกู้ ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย จ.สุราษฎร์ฯ 185,157,799 บาท และเงินกู้จาก บริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด (บริษัทของลูกชายนายสุเทพ) 59,930,055 บาท และจำนองที่ดินกับนายวิศว ศรีรัตนประภาส 25 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 39,940,228 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 42,078,083 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 210,139,734 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 323,976,645 บาท

เท่ากับว่า นายสุเทพ มีรายได้ลดลง 8,625,299 บาท มีรายจ่ายลดลง 3.2 ล้านบาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,042,896 มีหนี้สินลดลง 36,704,921 บาท

2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

แจ้งว่า สมรสกับนางสุพร วงศ์หนองเตย มีรายได้ทั้งหมด 834,352 บาท เป็นของนายสาทิตย์ 273,048 บาท ของนางสุพร 561,304 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 1,342,900 บาท เป็นของนายสาทิตย์ 977,500 บาท ของนางสุพร 294,000 บาท ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 71,400 บาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 67,504,505 บาท เป็นของนายสาทิตย์ 34,518,804 บาท (เงินฝาก 104,304 บาท, เงินลงทุน 8.9 ล้านบาท, ที่ดิน 21,009,100 บาท, โรงเรือนฯ 1.5 ล้านบาท, ยานพาหนะ 2,710,000 บาท, ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 295,400 บาท

ของนางสุพร 32,985,701 บาท (เงินฝาก 3,223,913 บาท, เงินลงทุน 5 แสนบาท, ที่ดิน 13,223,480 บาท, โรงเรือนฯ 12.5 ล้านบาท, ยานพาหนะ 2,093,457 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1,444,850 บาท และของบุตรฯ 1,376,128 บาท

มีหนี้สินทั้งสิ้น 10,356,247 บาท เป็นของนายสาทิตย์ 6,111,776 บาท และของนางสุพร 4,244,471 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 1,954,752 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 1,649,000 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 66,012,889 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 9,112,510 บาท

เท่ากับว่า นายสาทิตย์ มีรายได้ลงดลง 1,120,400 บาท มีรายจ่ายลดลง 306,100 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,491,616 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 1,243,737 บาท

3.นายถาวร เสนเนียม

แจ้งว่า สมรสกับ พล.ต.หญิง จันทิมา เสนเนียม มีรายได้ทั้งหมด 7,271,765 บาท เป็นของนายถาวร 3,713,048 บาท โดยได้รับเงินจากการจำหน่ายทรัพย์สินฯ 2,960,000 บาท ส่วน พล.ต.หญิง จันทิมา 3,558,717 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 7,240,000 บาท เป็นของนายถาวร 5,910,000 บาท ของ พล.ต.หญิง จันทิมา 1,330,000 บาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 106,978,959 บาท เป็นของนายถาวร 77,716,380 บาท (เงินฝาก 325,653 บาท, เงินลงทุน 1,759,476 บาท, ที่ดิน 49,281,250 บาท, โรงเรือนฯ 21,350,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 5 ล้านบาท ของ พล.ต.หญิง จันทิมา 29,256,578 บาท (เงินฝาก 2,901,010 บาท, เงินลงทุน 1,295,568 บาท, ที่ดิน 2,760,000 บาท, โรงเรือนฯ 20 ล้านบาท, ยานพาหนะ 3 แสนบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 2 ล้านบาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 5,999,918 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 3,228,705 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 2,930,000 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 105,978,037 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 4,995,069 บาท

เท่ากับว่า นายถาวร มีรายได้เพิ่มขึ้น 4,043,060 บาท มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 4,310,000 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,000,922 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 1,004,849 บาท

4.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.

แจ้งว่า โสด มีรายได้ทั้งหมด 1,173,453 บาท (เงินเดือน ส.ส.) มีรายจ่ายทั้งหมด 7.2 แสนบาท (ค่าอุปโภค-บริโภค)

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 100,800,562 บาท เป็นเงินฝาก 1,743,188 บาท, เงินลงทุน 10.2 ล้านบาท, เงินให้กู้ยืม 36,598,124 บาท (บริษัท ภาเจริญ จำกัด 31,180,000 บาท), ที่ดิน 46,159,250 บาท, ยานพาหนะ 4.3 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1.8 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 7,362,720 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 6 แสนบาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 101,595,464 บาท ไม่มีหนี้สิน

เท่ากับว่า นายเอกนัฏ มีรายได้ลดลง 6,189,267 บาท มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.2 แสนบาท มีทรัพย์สินลดลง 794,902 บาท ไม่มีหนี้สินเช่นเดิม

5.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

แจ้งว่า สมรสกับนางทยา ทีปสุวรรณ มีรายได้ทั้งหมด 95,591,000 บาท เป็นของนายณัฏฐพล 3,083,000 บาท ของนางทยา 89,508,000 บาท (ขายบ้าน 15.5 ล้านบาท, ขายหุ้น 14,914,000 บาท) มีรายจ่ายทั้งหมด 98,240,000 บาท เป็นของนายณัฏฐพล 28,077,000 บาท ของนางทยา 65,803,000 บาท (เงินให้มารดา 22,650,000 บาท, ค่าซ่อมแซม-บำรุงบ้าน 22,650,000 บาท) ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 4,360,000 บาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,876,272,397 บาท เป็นของนายณัฏฐพล 465,129,094 บาท (เงินสด 1.8 แสนบาท, เงินฝาก 157,574 บาท, เงินลงทุน 264,883,322 บาท, เงินให้กู้ยืม 122,741,884 บาท, ที่ดิน 70,507,525 บาท, ยานพาหนะ 4,675,000 บาท, สิทธิและสัมปทาน 1,348,788 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 635,000 บาท

ของนางทยา 1,234,947,431 บาท (เงินสด 2 แสนบาท, เงินฝาก 41,398,680 บาท, เงินลงทุน 621,346,376 บาท, เงินให้กู้ยืม 309,690,169 บาท, ที่ดิน 220,481,800 บาท, โรงเรือนฯ 10,397,071 บาท, ยานพาหนะ 7,920,000 บาท, สิทธิและสัมปทาน 11,278,334 บาทม ทรัพย์สินอื่นฯ 12,225,000 บาท ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 176,195,871 บาท

มีหนี้สินทั้งสิ้น 28,962,653 บาท เป็นของนายณัฏฐพล 15,127,603 บาท ของนางทยา 13,835,050 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 1,007,885,572 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 294,605,351 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,531,666,299 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 11,234,502 บาท

เท่ากับว่า นายณัฏฐพล มีรายได้ลดลง 912,294,572 บาท มีรายจ่ายลดลง 196,365,351 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 344,606,098 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 17,728,151 บาท

(อ่านประกอบ : “ทยา”โชว์สมบัติหลังจบม็อบ กปปส.รับที่ดินมรดก 219 ล.-ขายหุ้น-บ้าน 30 ล.)

6.นายอิสสระ สมชัย

แจ้งว่า สมรสกับนางนวลนภา สมชัย มีรายได้ทั้งหมด 1,551,000 บาท โดยนางนวลนภาไม่ได้แจ้งรายได้ มีรายจ่ายทั้งหมด 9 แสนบาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 20,224,692 บาท เป็นของนายอิสสระ 7,507,970 บาท (เงินฝาก 2,516,098 บาท, เงินลงทุน 181,872 บาท, ที่ดิน 2,010,000 บาท, โรงเรือนฯ 1.5 ล้านบาท, ยานพาหนะ 1.3 ล้านบาท) ของนางนวลนภา 6,640,721 บาท (เงินฝาก 670,221 บาท, เงินลงทุน 462,500 บาท, ที่ดิน 4,160,000 บาท, โรงเรือนฯ 897,000 บาท, ยานพาหนะ 451,000 บาท) และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 6,076,000 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 1,551,000 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 7.2 แสนบาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 17,708,412 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท

เท่ากับว่า นายอิสสระ มีรายได้เท่าเดิม มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.8 แสนบาท ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2,516,280 บาท มีหนี้สินเท่าเดิม

7.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

แจ้งว่า สมรสกับนางนุสบา ปุณณกันต์ ไม่ได้แจ้งรายได้ มีรายจ่ายทั้งหมด 2,150,000 บาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 70,843,457 บาท เป็นของนายพุทธิพงษ์ 21,525,311 บาท (เงินสด 6 แสนบาท, เงินฝาก 5,245,311 บาท, ที่ดิน 4.5 ล้านบาท, ยานพาหนะ 5.5 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 5,680,000 บาท ของนางนุสบา 49,318,146 บาท (เงินสด 7 แสนบาท, เงินฝาก 16,042,195 บาท, เงินลงทุน 3,805,950 บาท, โรงเรือนฯ 13.5 ล้านบาท, ยานพาหนะ 8.5 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 6,770,000 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 849,945 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ 1,356,000 บาท มีรายจ่าย 2,150,000 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 85,705,929 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,858,947 บาท

เท่ากับว่า นายพุทธิพงษ์ ไม่ได้แจ้งรายได้ มีรายจ่ายเท่าเดิม มีทรัพย์สินลดลง 14,862,472 บาท มีหนี้สินลดลง 1,009,002 บาท

8.นายชุมพล จุลใส

แจ้งว่า สมรสกับนางวันทณี จุลใส มีรายได้ทั้งหมด 3,422,853 บาท เป็นของนายชุมพล 1,173,453 บาท ของนางวันทณี 2,249,400 (ค้าขาย 1,459,400 บาท) มีรายจ่ายทั้งหมด 437,300 บาท

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 104,117,452 บาท เป็นของนายชุมพล 11,229,793 บาท (เงินฝาก 129,793 บาท, เงินลงทุน 1 แสนบาท, ที่ดิน 10 ล้านบาท, โรงเรือนฯ 1 ล้านบาท) ของนางวันทณี 92,887,698 บาท (เงินฝาก 2,107,698 บาท, เงินลงทุน 5 แสนบาท, ที่ดิน 36,930,000 บาท, โรงเรือนฯ 50 ล้านบาท, ยานพาหนะ 3,350,000 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 25,680,394 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 4,356,470 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 417,806 บาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 110,323,774 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 28,735,329 บาท

เท่ากับว่า นายชุมพล มีรายได้ลดลง 933,617 บาท มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 19,494 บาท มีทรัพย์สินลดลง 6,206,322 บาท มีหนี้สินลดลง 3,054,935 บาท

9.นายวิทยา แก้วภราดัย

แจ้งว่า สมรสกับนางจิระประไพ แก้วภราดัย มีรายได้ทั้งหมด 1,529,837 บาท เป็นของนายวิทยา 994,337 บาท ของนางจิระประไพ 535,500 บาท ไม่ได้แจ้งรายจ่าย

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 25,683,235 บาท เป็นของนายวิทยา 15,452,356 บาท (เงินฝาก 595,830 บาท, เงินลงทุน 290,075 บาท, ที่ดิน 3,736,450 บาท, โรงเรือนฯ 7,750,000 บาท, ยานพาหนะ 2 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1,060,000 บาท ของนางจิระประไพ 10,230,879 บาท (เงินฝาก 4,347,286 บาท, เงินลงทุน 859,539 บาท, ที่ดิน 2,864,055 บาท, โรงเรือนฯ 1,660,000 บาท, ยานพาหนะ 5 แสนบาท) มีหนี้สินทั้งสิ้น 2,603,642 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 1,999,120 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 4.2 แสนบาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 23,760,835 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 2,809,029 บาท

เท่ากับว่า นายวิทยา มีรายได้ลดลง 469,283 บาท ไม่ได้แจ้งรายจ่าย มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,922,400 บาท มีหนี้สินลดลง 205,387 บาท 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลทรัพย์สิน “ฉบับล่าสุด” ที่บรรดาแกนนำม็อบ กปปส. ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านหลังพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก   สำนักข่าวอิศรา 

‘ไพโรจน์ จันทรวงษ์’ ชีวิตครู ตู้คอนเทนเนอร์

ครูจิตอาสา “ไพโรจน์ จันทรวงษ์” กับชีวิตครูโรงเรียนตู้คอนเทนเนอร์ ในแคมป์ก่อสร้าง

“ไพโรจน์ จันทรวงษ์” ครูตู้คอนเทรนเนอร์ เล่าว่า โรงเรียนตู้คอนเทนเนอร์ ได้เริ่มมากว่า 8 ปี ทำงานสอนเด็กต่างชาติในบริเวณ บ้านพักคนงานก่อสร้าง โรงเรียนแห่งนี้ทำจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องเรียน สามารถโยกย้ายเคลื่อนที่ได้ ใช้เป็นห้องเรียนและห้องพักกินนอนของครูไปในตัว

825

โรงเรียนแห่งนี้ ตั้งขึ้นเพื่อดูแลนักเรียนที่เป็นลูกหลานของคนงานต่างชาติอย่าง พม่า ลาว กัมพูชา ที่ติดตามพ่อแม่มาทำงานก่อสร้างตามแค้มป์คนงานต่างๆใจกลางกรุงเทพมหานคร วิชาที่เปิดสอนก็เน้นวิชาภาษาไทยเป็นหลัก เพราะลูกหลานคนพลัดถื่นเหล่านี้ต้องการสื่อสารภาษาไทยเพื่อเอาชีวิตรอดในประเทศนี้ จึงเน้นการสอนภาษาไทยในชีวิตประจำวันหรือภาษาไทยเพื่อการสื่อสารระดับพื้นฐานนั่นเอง

ชั่วโมงเรียนก็มีความยืดหยุ่นไปตามความสนใจของเด็กๆแต่ที่น่าสนใจก็คือ เด็กเหล่านี้มีความสนใจใคร่รู้ภาษาไทยเป็นอันมาก
เพื่อดิ้นรนอยู่รอดในเมืองใหญ่แห่งนี้ เห็นแล้วก็อดคิดถึงเด็กไทยของเราบางคนที่มีโอกาสดีๆมากมาย แต่ไม่ยอมไขว่คว้าต่างจากเด็กในแค้มป์ก่อสร้างที่นี่ที่กระตือรือร้นมาก

และคลิปนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทีมงานได้ลงสัมผัส ความเป็นอยู่ และเรื่องของโรงเรียนแห่งนี้

ครูไพโรจน์สอนเด็กในแคมป์คนงานก่อสร้าง ต่อสู้จนมีโรงเรียนขึ้นเป็นสัดส่วน แต่ไม่มีใครบอกได้ถึงอนาคตข้างหน้า ว่าจะยังมีโครงการเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่เขาก็เป็น ครูจิตอาสา แห่ง โรงเรียนตู้คอนเทนเนอร์ ที่เราต้องปรบมือให้