นายกฯ สั่งเรียก”พิชัย”คุย-ขู่สื่อ!โดนด้วย

นายกฯ สั่งเรียก”พิชัย”รายงานตัว ปมไม่แก้ปัญหาพลังงาน ลั่น เชิญตัวได้ทุกที่แม้กรณี”สุรพงษ์” ขู๋ สื่อโดนด้วยหากเสนอข่าวไม่สร้างสรรค์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คสช.ทยอยเรียกนักการเมืองเข้ามารายงานตัวว่า ไม่ใช่เป็นการกดดัน เพียงให้มาร่วมพูดคุย หากต้องนอนค้างคืน ก็อยู่ที่ฝ่ายมั่นคงพิจารณา

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล, พิชัย นริพทะพันธุ์, นายก ประยุทธ์, บิ๊กตู่, เรียกตัว, เชิญตัว, คสช., แสดงความคิดเห็น, บทลงโทษ

นายกฯ สั่งเรียก”พิชัย”คุย

กรณีรายงานว่าทหารล็อกตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีฯ ที่ร้านอาหารย่านเมืองทองธานีนั้น ได้มีการกำชับห้ามออกมาพูดจาก่อความเสียหาย เมื่อฝ่าฝิน ก็เรียกมาคุนเพื่อทำความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องมีการออกหนังสือเป็นทางการ เพราะให้ คสช.โทรติดเชิญทุกราย และการไปเชิญตัวนายสุรพงษ์ ที่ร้านอาหาร ก็ไม่ใช่สถานการณ์ผิดปกติใด เพราะสามารถเชิญตัวได้ทุกที และหากใครจะแสดงความคิดเห็นและต้องถูกเชิญมาปรับทัศนคติ ต้องดูที่ความเหมาะสม หากพูดแล้วเกิดความเสียหายถือว่าไม่สมควร

โดยเเฉพาะสื่อมวลชนที่มีปัญหามาก ถามมาก ถามหรือเขียนข่าวไม่สร้างสรรค์ ไม่อธิบายรายละเอียดเรื่องต่างๆให้ชัดเจน ก็ไม่สมควร โดยเฉพาะเรื่องเขียนโจมตีท้าท้ายรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมือ ยังกระทำเช่นเดิมอยู่อีกหรือไม่

นอกจากนี้ จะเชิญตัวนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะขณะดำรงตำแหน่ง ไม่แก้ปัญหาพลังงาน ทำอะไรอยู่ ซึ่งขณะนี้มีปัญหามาก จึงต้องควรมาชี้แจง รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำเสื้อแดงและ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ พร้อม เตือน นักการเมืองหรือใครที่ออกมาพูดสร้างความเสียหาย ก็จะเชิญตัวทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการก่อกวน แต่ เพราะความรำคาญ

ส่วนหากมีการเรียกไปปรับทัศนคติแล้วกลับมายังฝ่าฝืนอีก อาจมีบทลงโทษ ทั้งเรื่องห้ามออกนอกประเทศ และระงับธุรกรรมการเงิน เป็นต้น

ขอบข้อมูล มติชน 

MThai News 

‘ข้าวสาร’ คึกคัก! คาดเม็ดเงินนักท่องเที่ยวโต 10%

ผู้ประกอบการ ‘ถนนข้าวสาร‘ ประเมินเม็ดเงินนักท่องเที่ยวปีนี้โต 10% ทะลุปีละ 10,000 ล้านบาท แม้ว่าหลังปีใหม่บรรยากาศยังทรงตัว

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในระบบใช้จ่ายของถนนข้าวสารจะเติบโตขึ้นราว 10% จากปกติที่มีเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

ถนนข้าวสาร, สง่า เรืองวัฒนกุล, สมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร

ถนนข้าวสารมีเงินสะพัดปีละกว่า 10,000 ล้านบาท

ถึงแม้ว่าบรรยากาศการท่องเที่ยว ถนนข้าวสาร ยังอยู่ในระดับทรงตัว ตั้งแต่หลังช่วงปีใหม่ ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉลี่ยวันละ 20,000 คน และมีอัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 80% จากจำนวนห้องพักทุกประเภท

ซึ่งโดยรวมคาดว่าผู้ประกอบการจะมีรายได้เฉลี่ยราว 30 ล้านบาทต่อวัน อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยลบ เรื่องกฎอัยการศึก ปัญหาเศรษฐกิจ และอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ของประเทศแถบยุโรป โดยที่ตลาดเอเชีย เช่นจีนเข้ามาเพิ่มทดแทน

ติดตามข่าวสาร ‘การเงิน’ คลิ๊กเลย>>>>>>>

MThai News

เรื่องจริง! นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ…?

นักโทษสาวไทย คลอดลูกในเรือนจำญี่ปุ่น ชะตากรรมของเด็กคือ…?

วันนี้(29 ม.ค.) สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นักโทษสาวไทยคลอดลูกที่เรือนจำญี่ปุ่น โดยระบุว่า สถานทูตฯ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมนักโทษคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติด ที่ เรือนจำในญี่ปุ่น แต่ที่พิเศษกว่านักโทษคนอื่นนั้น เนื่องจากนักโทษหญิงคนนี้ เธอไม่รู้ตัวว่าตั้งท้องจนมาถูกจับที่ญี่ปุ่น

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ในระหว่างที่รับโทษอยู่ในเรือนจำ เธอได้คลอดลูกที่นั่นในที่สุด หลังจากคลอด เด็กถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กทันที ส่วนแม่นั้นถูกส่งตัวกลับเข้าเรือนจำ และทางการญี่ปุ่น มีคำสั่งให้ส่งเด็กคนนี้ออกนอกประเทศภายใน 60 วัน หลังจากเกิด

สถานทูตฯ ได้ติดต่อญาตินักโทษคนนั้นเพื่อให้เป็นผู้อุปการะเด็ก แต่ญาติปฏิเสธ เนื่องจากฐานะการเงินที่ไม่พร้อม ชะตาชีวิตของน้องจึงต้องไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนที่เมืองไทย

วันนี้สถานทูตฯ พาเด็กมาพบและลาแม่ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกเกือบ 10 ปี นาทีแรกที่แม่พบหน้าลูกผ่านกระจกในห้องขัง น้ำตาแห่งความคิดถึง และความห่วงหา พรั่งพรูออกมาจากตาของนักโทษหญิง เธอเริ่มสำนึกถึงสิ่งที่เธอกระทำผิดจนทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยของตัวเองได้

สถานทูตฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางการญี่ปุ่น และยังได้รับเงินบริจาคจากข้าราชการไทยในสำนักงานต่างๆในญี่ปุ่น เพื่อนำไปซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับนักโทษ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

ทั้งนี้ สถานทูตฯ อยากเตือนคนไทยที่กำลังคิดอยากรวยทางลัดจนมองไม่เห็นสิ่งที่ถูกหรือผิด ซึ่งสิ่งนั้นไม่ได้ส่งผลเดือดร้อนแต่ตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงคนที่เรารักหรือรักเราที่สุดด้วย สถานทูตฯ ก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์เศร้าใจเช่นนี้อีก

MThai News