ผบ.ตร.ลงนามสั่งเด้ง ‘พล.ต.ต.ธงชัย’

ผบ.ตร. มีคำสั่งย้าย ผบก.ปอศ. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อน ให้ พล.ต.ต.ชวลิต รักษาราชการแทน

โยกย้ายตำรวจ, ข่าวตำรวจ, ข่าววันนี้

สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 5/2558 ลงวันที่ 8 ม.ค. 2558 เรื่องพล.ต.ต.ธงชัย วงศ์ศรีวัฒนกุล ผู้บัญชาการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ให้ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.)

โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ ผบ.ตร.มอบหมายจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ศปก.ตร. วันที่ 9 ม.ค. 58 เวลา 10.00 น. และให้พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. ไป รรท.ผบก.ปอศ. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. เป็นต้นไป สำหรับ พล.ต.ต.ธงชัย เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 31 รุ่นเดียวกับพล.ต.อ.สมยศ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร.

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ตำรวจ” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai news

คำแถลงของ ‘ยิ่งลักษณ์’ โต้แย้งถอดถอนปมจำนำข้าว

หมายเหตุ : เอกสารคำแถลงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ความหนา 139 หน้า โต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนของคณะกรรมการป.ป.ช. ที่เสนอถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายจากโครงการ รับจำนำข้าว มีเนื้อหาที่สำคัญดังนี้

09

1.ความเป็นมาของนโยบาย

โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีการดำเนินการในหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในปี 2524 เรื่อยมา ว่างเว้นก็แต่ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วงปี 2552 ถึงต้นปี 2554 ที่ใช้แนวทางการประกันรายได้เกษตรกร

โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการช่วยเหลือชาวนา ถือว่าเป็นการลงทุนของประเทศชาติ จึงไม่ควรจะคิดกำไร-ขาดทุนจากโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นกระดูกสันหลังของชาติ

2.ไขข้อข้องใจต่อโครงการรับจำนำข้าว

2.1 ทำไมกำหนดราคารับจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท และรับจำนำทุกเม็ด

กำหนดราคาจำนำข้าวเปลือกตันละ 15,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาและข้อบกพร่องโครงการรับจำนำข้าวในอดีตที่ต่ำกว่าตลาด และแค่ร้อยละ 10 ของการผลิตข้าวในประเทศ เพื่อให้มีแรงผลักดันให้ข้าวเปลือกราคาสูง ทำให้ชาวนามีรายได้ที่เหมาะสม คุ้มค่าต่อการลงทุน

โดยวางระดับรายได้ชาวนาใกล้เคียงกับรายได้ของผู้ใช้แรงงาน คือมีรายได้ประมาณ 240 บาทต่อคนต่อวัน ใกล้เคียงกับแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน

การรับจำนำข้าวทุกเม็ดเมื่อรวมกับการกำหนดราคาที่ตันละ 15,000 บาท จะทำให้ราคาข้าวเปลือกอยู่ในระดับที่สูงตามไปด้วย ชาวนาที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน

แม้รับจำนำทุกเม็ดแต่ข้าวทั้งปีการผลิต 38 ล้านตัน ฤดูกาลผลิต 2555/56 มีข้าวที่เข้าร่วมโครงการเพียง 22 ล้านตัน หรือ 58% คงเหลือข้าวอยู่นอกโครงการ 16 ล้านตัน

09-5

2.2 จริงหรือที่โครงการรับจำนำข้าวบิดเบือนกลไกตลาด?

โครงการรับจำนำข้าวไม่ได้บิดเบือนกลไกตลาด แต่ช่วยให้การกำหนดราคาข้าวเหมาะสมขึ้น ประโยชน์ตกอยู่กับชาวนา โดยรัฐบาลรับเอาความเสี่ยงจากชาวนามาบริหาร ทำให้ชาวนามีอำนาจต่อรองมากขึ้น และทำให้ตลาดการค้าข้าว “เสรี” และ “เป็นธรรม”

รัฐเองไม่ได้ซื้อข้าวแต่ผู้เดียวตามที่มีการกล่าวหา เพราะพ่อค้าข้าวยังสามารถซื้อข้าวเปลือกได้มากถึงร้อยละ 40-50 ของผลผลิต

และแม้ช่วงแรกจะประกาศจำนำข้าวเปลือกทุกเม็ด แต่เมื่อดำเนินการไปแล้วจากผลผลิตข้าว 38 ล้านตัน มีข้าวเปลือกมาจำนำ 22 ล้านตัน หรือร้อยละ 58 จึงยังคงมีข้าวในตลาดที่พ่อค้าสามารถซื้อขายได้อย่างเสรีอีกร้อยละ 42

ช่วงต่อมา ปริมาณข้าวที่จะจำนำลดลง เพราะรัฐบาลจำกัด ให้แต่ละรายไม่เกินมูลค่า 500,000 บาท และ 350,000 บาทต่อราย ในที่สุด

ปี 2556/2557 รับจำนำข้าวเพียง 16.5 ล้านตัน จากผลผลิต 38 ล้านตัน หรือเพียงร้อยละ 44 ทำให้มีข้าวเปลือกที่อยู่วงจรการค้าข้าวของพ่อค้าข้าวถึงร้อยละ 56

การระบายข้าว กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการขายข้าวตามกรอบยุทธศาสตร์ 5 วิธี เหมือนการขายข้าวในรัฐบาลที่ผ่านๆ มา จนถึงรัฐบาลปัจจุบันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

2.3 ปล่อยให้มีการทุจริตและการระบายข้าวของรัฐบาล

โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวดำเนินการมาก่อนหน้ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วไม่ต่ำกว่า 32 ปี กระบวนการและขั้นตอนรวมถึงองค์ประกอบของคณะทำงานคล้ายคลึงกัน หลายขั้นตอนถูกนำไปใช้ในโครงการประกันรายได้ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นกัน

รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สร้างมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกัน ปราบปราม ตรวจสอบ ลดความเสี่ยงและดำเนินการในเรื่องต่างๆ ในกำกับ ควบคุม ดูแล โดยไม่เพิกเฉยหรือละเลยเพื่อป้องกันความเสียหาย

นำปัญหาในอดีตมาปรับปรุงเพื่ออุดช่องว่าง ขั้นตอนการปฏิบัติได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา โดยนำข้อเสนอจากผู้บริหารโครงการ ผู้ปฏิบัติ โรงสี ชาวนา พ่อค้าข้าว ฯลฯ

รวมถึงข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภายนอกอย่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินด้วย (สตง.)

เป็นรัฐบาลแรกที่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทำเรื่องปิดบัญชีข้าวโดยเฉพาะ ทำให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพและป้องกันการทุจริต

เพื่อป้องกันการทุจริต การประชุมคณะรัฐมนตรี 19 มิ.ย. 2555 มีมติมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการ จับกุมผู้กระทำความผิดและสั่งให้ดำเนินคดีจำนวน 276 คดี

กรณีมีข้อกล่าวหาเรื่องระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดพาณิชย์เป็นประธาน สรุปผลว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง

กรณีการกล่าวหาทุจริตโครงการข้าวถุง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธานช่วงดำเนินโครงการมีโรงสีทุจริต จึงมีการตัดสิทธิโรงสีและไม่อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการ 12 ราย ในพื้นที่ 9 จังหวัด

09-7

2.4 ข้อกล่าวหาข้าวคุณภาพต่ำและรับจำนำข้ามเขต

มีประกาศห้ามรับจำนำข้าวคุณภาพต่ำ 18 สายพันธุ์ เช่น พวงทอง พวงเงิน พวงแก้ว โพธิ์ทองของคลองหลวง และสามพราน 1 และห้ามรับจำนำข้าวอายุสั้นกว่า 110 วัน

กำหนดราคารับจำนำข้าวสูงต่ำตามคุณภาพข้าว ราคาตันละ 15,000 บาท เฉพาะข้าวเปลือกเจ้า 100%

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการสวมสิทธิ์ข้าวหรือลักลอบนำข้าวข้ามเขตนั้น มีอนุกรรมการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดและคณะทำงานจังหวัดมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน ตรวจข้าวที่เข้าโครงการ ป้องกันการสวมสิทธิ์และปลอมปนข้าว

2.5 กรณีข้าวหาย ข้าวเน่าและข้าวเสื่อมคุณภาพ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

ประเทศชาติจะไม่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าวเลย เพราะมีผู้รับผิดชอบแต่ละขั้นตอนที่ชัดเจน มีผู้รับผิดตามสัญญาแต่ละกรณี เช่น อคส. อ.ต.ก. เจ้าของโกดัง เซอร์เวย์เยอร์ ประกันภัย ฯลฯ

09-8

2.6 การระบายข้าวแบบจีทูจี นายกฯ รับรู้และดำเนินการอย่างไร

กรณี ป.ป.ช.เห็นว่าคำจำกัดความของ “รัฐบาลของประเทศผู้ซื้อ” หากเป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องถือหุ้น 100% โดยรัฐบาลกลางเท่านั้น ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ถือปฏิบัติตามทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ยอมให้รัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้น 100% โดยรัฐบาลมณฑล หรือรัฐบาลท้องถิ่น ทำสัญญารัฐต่อรัฐได้

แต่นายกฯ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาสัญญาที่จะมีการลงนาม หรือลงนามแล้วแต่ยังไม่มีการส่งมอบ ให้ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้ก่อน

เป็นผลให้กระทรวงพาณิชย์ยกเลิกสัญญาซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐของรัฐวิสาหกิจของมณฑล เฮยหลงเจียง ประเทศจีน จำนวน 1.2 ล้านตัน มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท

และในหลักการบริหาร หากมีการกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบในระดับปฏิบัติแล้ว จะให้นายกฯ ร่วมรับผิดชอบการประพฤติทุจริตของฝ่ายปฏิบัติการนั้นๆ ย่อมไม่ใช่วิสัย

09-10

2.7 โครงการรับจำนำข้าวไม่ขาดทุน และไม่ทำให้ประเทศชาติ เสียหาย

รายงานการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ทำมา พิจารณาเฉพาะผลโดยตรง และมีข้อโต้แย้งทั้งการไม่บันทึกบัญชีข้าวบางส่วน การคำนวณมูลค่าสต๊อกคงเหลือ การเสื่อมราคาข้าว ไม่ได้บันทึกบัญชีข้าวสารครบถ้วน

ดังนั้น เงินที่ใช้ในโครงการที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ เรียกว่า “ขาดทุน” สำหรับการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 พ.ค. 2556 ควรจะเป็นประมาณ 219,432 ล้านบาท ไม่ใช่ 332,372 ล้านบาท

2.8 โครงการรับจำนำข้าวไม่ทำให้เสียวินัยการเงินการคลัง ไม่สร้างปัญหาหนี้สาธารณะ

การจัดสรรวงเงิน ครม.มีมติให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้กู้เงิน กระทรวงการคลังค้ำประกัน วงเงินที่ใช้แต่ละปีเป็นตามกรอบกฎหมายการกู้เงิน พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่กำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำประกันได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบฯ รายจ่ายประจำปีและงบฯ เพิ่มเติม

ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีมีสถานะ ณ สิ้นปี 2556 หลังยุบสภาอยู่ที่เพียง 5.449 ล้านล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 45.71 ของจีดีพี มีการยืนยันจากรัฐบาลชุดปัจจุบันของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า สถานะการเงินของประเทศมีเงินคงคลังอยู่ถึง 3 แสนกว่าล้านบาท ยังมั่นคงอยู่มาก

2.9 ปัญหาการจ่ายเงินชาวนาในปี 2556/57 ไม่ได้เกิดจากนโยบายการรับจำนำข้าว

การดำเนินงานโครงการตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวแก่ชาวนา ปัญหาเกิดขึ้นในฤดูกาลผลิตนาปี 2556/2557 ตั้งแต่ ต.ค. 2556 มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือ ขัดขวาง ทำให้ธนาคารรัฐและรัฐบาลไม่สามารถกู้เงินได้

09-11

2.10 ข้อกล่าวหาที่ว่าชาวนายากจนได้ประโยชน์จากโครงการน้อยกว่าชาวนาที่มีฐานะปานกลางและฐานะดี

ข้อมูลของ ธ.ก.ส. มูลค่าการจำนำข้าวเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มโครงการปลายปี 2554 จนถึงฤดูกาลนาปี 2556/2557 ชาวนามากกว่าครึ่ง คือร้อยละ 54 ได้รับเงินจากการจำนำข้าว ไม่เกินรายละ 150,000 บาท (เป็นชาวนารายเล็กที่มีที่ดินไม่เกิน 12 ไร่)

และประมาณร้อยละ 64 ได้รับเงินจำนำข้าวไม่เกิน 200,000 บาท (เป็นชาวนาที่มีที่ดินไม่เกิน 25 ไร่)

และในฤดูกาลผลิตนาปี 2556/2557 มีการจำกัดให้ชาวนาจำนำได้รายละไม่เกิน 350,000 บาท มีชาวนาถึงร้อยละ 79 ที่ได้รับเงินจำนำไม่เกินรายละ 200,000 บาท

2.11 ข้อกล่าวหาเรื่องโครงการข้าวถุงราคาถูก

หลังมีข่าวคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวมีมติให้ระงับโครงการข้าวถุงฯไว้ก่อน ต่อมานายกฯ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโครงการข้าวถุง มี นาย สมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน

2.12 ข้อกล่าวหาที่ว่าการรับจำนำข้าวไม่ได้ช่วยในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพสูงและผลผลิตสูง จริงหรือไม่

การไม่รับจำนำข้าวที่มีคุณภาพต่ำ 18 สายพันธุ์ และข้าวพันธุ์ที่มีอายุต่ำกว่า 110 วัน จะทำให้ชาวนาใช้พันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพมาปลูก

การจัดโครงการพัฒนาดินและการทำเขตเฉพาะการเกษตร (เกษตรโซนนิ่ง) จะช่วยทำให้การผลิตข้าวมีผลผลิตสูงและต้นทุนต่ำ

2.13 ข้าวไทยเสียแชมป์ จริงหรือ

ช่วงก่อนปี 2554/55 ไทยเป็นแชมป์การส่งออก เพราะอินเดียมี นโยบายการเก็บสำรองข้าวไว้บริโภคในประเทศ ส่งออกเพียง 3-4 ล้านตันต่อปี เวียดนามก็มีข้าวส่งออกเพียงปีละ 7 ล้านตัน

หลังปี 2554/55 อินเดียเปลี่ยนนโยบายส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 300%-400% และยังมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงนำโดยอินเดียและเวียดนาม ไทยจึงไม่ใช่ผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกเช่นเดิม แต่สถานการณ์การขายข้าวไทยก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

3.ข้อกล่าวหามีวาระซ่อนเร้น เพื่อวัตถุประสงค์ทาง การเมือง

09-12

3.1 ข้อกล่าวหา”ทุจริตเชิงนโยบาย”

โครงการรับจำนำข้าวมีการดำเนินการผ่านมาหลายรัฐบาลนับแต่ปี 2524 แม้แต่ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็ดำเนินโครงการนี้ในปี 2552 ก่อนเปลี่ยนเป็นโครงการประกันราคาข้าว

เมื่อเป็นสัญญาประชาคม เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เรื่องทั้งหมดจึงถือเป็นการจัดทำ “นโยบายสาธารณะ” เป็นการกระทำทางการบริหารรัฐ (Act of Government) อันเป็นหลักปฏิบัติของรัฐบาลที่ดี

3.2 ข้อกล่าวหาถึงการที่ยังดำเนินโครงการทั้งๆ ที่รู้ว่า “ยิ่งดำเนินการต่อ รัฐยิ่งเสียหาย”

การยุติหรือยกเลิกโครงการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯ และประธาน กบข. โดยลำพังสามารถยกเลิกโครงการได้หรือไม่ เพราะตลอดมาการดำเนินโครงการมิได้ดำเนินการโดยลำพังแต่เป็นรูป คณะบุคคล

แม้กระทั่งตามหนังสือของ ป.ป.ช. ฉบับวันที่ 30 เม.ย. 2555 ยังยอมรับว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสำคัญและเป็นนโยบายหลักที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

ที่อัยการสูงสุดชี้ข้อไม่สมบูรณ์ 3 ประเด็นในสำนวน ป.ป.ช. เมื่อข้อเท็จจริงไม่สมบูรณ์ ยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความก็ด่วนกล่าวหา แล้วจะถือว่าข้อกล่าวหาถูกต้องได้อย่างไร

คดีนี้มีการชี้มูลความผิดหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 7 พ.ค. 2557 เพียงวันเดียว รุ่งขึ้นวันที่ 8 พ.ค. 2557 ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทันที ตรงสุภาษิตทางกฎหมายที่ว่า “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา”

หากดำเนินคดีเอากับคณะรัฐมนตรีและ กบข.ทั้งคณะ ดังเช่นคดีหวยบนดิน อาจใช้เวลา ที่ผู้กล่าวหาไม่อาจตอบสนองต่อวาระทางการเมืองที่จะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งได้

4.กระบวนการไต่สวนที่ไม่เป็นธรรม

การรวมคดีถอดถอนเข้ากับคดีอาญาโดยไม่ถูกต้อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่ใช่ผู้ที่ “เป็นกลาง” ในการชี้มูลความผิดคดีถอดถอน

เพราะหากไม่รวมคดีพรรคประชาธิปัตย์ต้องหาหลักฐานมาเสนอให้ ป.ป.ช. แต่เมื่อรวมคดี ป.ป.ช.กลายเป็นผู้หาหลักฐานให้กับพรรคประชาธิปัตย์ผู้ร้องคดีถอดถอน

โดยนำพยานหลักฐานในคดีอาญามารวมให้กับคดีถอดถอนในลักษณะเติมพยานให้กับคดีถอดถอน และเร่งชี้มูลความผิดในคราวเดียวกัน และยังมีกระบวนการไต่สวนที่เร่งรีบ รวบรัด เป็นกรณีพิเศษ

การเลือกพิจารณารับฟัง พยาน หลักฐาน ที่เป็นอคติ และเป็นผลร้าย อาทิ รายงานวิจัยซึ่งเป็นพยานเอกสารและนายนิพนธ์ พัวพงศกร จาก TDRI และรับฟังพยานบุคคลรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายวรงค์ เดชกิจวิกรม พร้อมพยานเอกสารจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นส่วนใหญ่

09-3

5.บทสรุปโครงการรับจำนำข้าว

จากการปฏิบัติหน้าที่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กล่าวข้างต้นไม่ใช่การทำหน้าที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และมาตรา 178 หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (1)

กรณีถอดถอนมีข้อเท็จจริงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และรมว.กลาโหม ไปตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2557 แล้ว แต่ ป.ป.ช. กลับชี้มูลความผิดในวันที่ 8 พ.ค. 2557

การดำเนินการตามสำนวนในเรื่องนี้จึงไม่สมเหตุสมผล นอกจากเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่

ข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

เผยโฉม! ไอ้หื่นชักเจ้าโลกโชว์ ตร.รวบหลังบรรเลงความใคร่ซ้ำสอง

รวบแล้ว ไอ้หื่นชักเจ้าโลกโชว์ ขณะกำลังบรรเลงความใคร่ซ้ำสอง

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปพนักงานสาวคลีนิคเสริมความงามแห่งหนึ่งใน พัทยา ได้ถ่าย คลิปชายโรคจิตใส่หมวกกันน็อค สวมแว่นตาและมีผ้าปิดปาก ขับรถจักรยานยนต์มาจอดพร้อมกับถลกกางเกงงัดอวัยวะเพศออกมาช่วยตัวเองโชว์ อย่างไม่อายใคร

10922862_707270022704584_2354927397504573015_n

ล่าสุดแฟนเพจ Thailand Police Story ได้รายงานข่าวว่า  วันนี้ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถไปเล่นช่วยตัวเองโชว์ อีกครั้งในซอยพัทยา 6/1 ตำรวจซึ่งกำลังตามล่าอยู่แล้วตามรูปพรรณสัณฐาน จึงเข้าจับกุมตัวทันที พร้อมกางเกงในสีขาวของผู้หญิงอยู่ที่แฮนด์รถ

นายเจตพินิฐ โนนสีราช (อายุ 22 ปี) สารภาพว่า ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่มันอดไม่ได้ (เหมือนตัวเองป่วยทางจิต) เสื้อลายโดเรม่อนที่สวมด้านในนั้น เป็นเสื้อกระโปรงแบบผู้หญิง ทำให้ง่ายต่อการชักออกมา

ในทางกฎหมายนั้น ข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะเป็นเพียงคดีลหุโทษ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จึงทำประวัติบุคคลไว้ และปรับเต็มอัตราคือ 1,000 บาท ก่อนจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและญาตินายเจตพินิฐ มารับทราบเพื่อหาทางแก้ไขพฤติกรรมต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ Thailand Police Story .

ขอบคุณคลิปจาก D-news