วิจารณ์แซด! ร่างกม.ดิจิตอล เปิดช่องดักฟังข้อมูล

ครม.ผ่านร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิตอลจำนวน 8 ฉบับ พบบางฉบับเปิดช่องจนท. ดักฟังข้อมูลประชาชนทั้งทางโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต อ้างเพื่อความมั่นคง ด้านชาวเน็ตโวยคุกคามสิทธิเสรีภาพ

ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ภายหลังวานนี้ (7 ม.ค. 57) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลจำนวน 8 ฉบับ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเร่งผลักดันการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลให้เสร็จภายในปี 2558

เศรษฐกิจดิจิตอล, ดักฟัง, พรบ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ข่าววันนี้

ดักฟัง

เนื่องจากมีบางฉบับเข้าข่ายคุกคามสิทธิ เสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กปช. เพราะได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับหนังสือมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการที่กำกับดูแล เข้าขอข้อมูล เอกสาร หรือเรียกบุคคลมาให้การ,

ส่งหนังสือสั่งหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมถึงดักฟังข้อมูลทุกรูปแบบ ทั้งไปรษณีย์ปกติ ไปจนถึงเครื่องมือสื่อสาร โดยอ้างว่าเพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ ซึ่งหลักการดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ทั้งนี้เมื่อประกาศดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับมาตราการดังกล่าว

สำหรับร่างกฎหมาย 8 ฉบับ ผลักดัน “เศรษฐกิจดิจิตอล” ที่ได้ประกาศไปวานนี้ ประกอบด้วย

1.ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการให้การอุดหนุนงานวิจัยและพัฒนา โดยให้กู้ยืมหรือช่วยเหลือและจัดสรรงบให้หน่วยงานรัฐ เอกชนและประชาชน

2.ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดบทบาทของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้จัดทำนโยบายในแต่ละภาคส่วน

ของการใช้ความถี่วิทยุในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามที่คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้กำหนด เพื่อให้งานมีความสอดคล้องกันในภาพรวม

ขณะเดียวกัน กำหนดให้การบริหารงานด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ดำเนินการโดยคณะกรรมการชุดเดียว คือ กสทช.เพื่อให้สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีหลอมรวม นอกจากนี้ มีข้อกำหนดให้ส่งเงินค่า ธรรมเนียมจากใบอนุญาตของ กสทช.เข้ากองทุนพัฒนาดิจิตอลฯ 50% ด้วย

3.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีเนื้อหาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ มีสถานะเป็นนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

4.ร่าง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ในงานด้านการพัฒนาระบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

5.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ครอบคลุมความผิดที่เกิดจากคอมพิวเตอร์โดยตรง

6.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อวางแผนการจัดการปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการทำสงคราม การโจมตีโดยใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการกระทำความผิด

7.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรวบรวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน

และ8.ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอลแห่งชาติ และตั้งสำนักงานขึ้นมาดูแล ในรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อรับผิดชอบและผลักดันงานต่างๆให้สำเร็จ

MThai news

โลกตะลึง อัลกออิดะห์ ผลิตเสื้อล่องหนได้(คลิป)

กลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ แพร่คลิปสอนใช้เสื้อคลุมที่ได้รับฉายา แฮรี่ พอตเตอร์สไตล์ ใช้พรางตัวจากกล้องอินฟาเรดของสหรัฐในการโจมตีทางอากาศ

วานนี้ (7 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ กลุ่มก่อการร้ายในคาบสมุทรอาหรับ (AQAP ) ทำการเผยแพร่คลิปวีดีโอความยาว 16 นาที ทีเนื้อหาเพื่ออธิบายวิธีการใช้แผ่นคลุม ซึ่งอ้างว่ามีประสิทธิภาพ ในการพลางตัว ให้รอดพ้นจากการเป็นเป้าโจมตีทางอากาศ จากเครื่องบินรบไร้คนขับ ของชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ

2479689200000578-2900152-image-a-33_1420626767187

โดยสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ ผลิตจากกิ่งไม้และแผ่นอลูมิเนียม จากรายงานระบุว่า กลุ่มอัลกออิดะห์อ้างอิงประสิทธิภาพ ที่สามารถให้สมาชิกในกลุ่ม พลางตัวจากกล้องอินฟาเรด ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับความร้อนของสิ่งมีชีวิต โดยสหรัฐฯใช้นวัตกรรมนี้ตรวจหาร่างกายมนุษย์ ก่อนลงมือสังหารเป้าหมายทีละรายจากเครื่องบินรบ ของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร

ทั้งนี้สหรัฐฯเลือกใช้วิธีการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง อาธิเช่นกลุ่ม รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย และกลุ่มอัลกออิดะห์ 

ทางด้านโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการทางทหารในคาบสมุทรอาหรับ ได้ออกมาปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใน กรณีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้าย อัลกออิดะฮ์เป็นองค์กรทางทหารของมุสลิมนิกายซุนนีมีเป้าหมายเพื่อขับไล่อิทธิพลของต่างชาติออกไปจากประเทศมุสลิม ซึ่งทำให้โลกได้รู้จัก จากการก่อวินาศกรรม 9/11 ทำให้สหรัฐอเมริกาออกมาต่อต้านกลุ่มนี้ภายใต้คำว่า “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” กลุ่มนี้ถูกจัดให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายโดยสหรัฐฯ

MThai News
ที่มา Daily Mail

เซ็ง! ส่งรถเคลมซ่อมสี แต่อู่พาไปคว่ำพังยับ

เจ้าของรถพูดไม่ออก ส่งรถเคลมประกันไป”ซ่อมสี” แต่อู่พาไปคว่ำพังยับ

วันนี้(8ม.ค.) กำลังเป็นเรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ คุณชายประสิทธิ์ ได้เผยแพร่เรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งที่นำรถเข้าซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกันภัยชื่อดัง แต่กลับได้รับความเสียหาย เพราะอู่นำรถของลูกค้าไปใช้

อู่พารถไปคว่ำพังยับ

อู่พารถไปคว่ำพังยับ

ผู้โพสต์กระทู้ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียหายได้ระบุรายเรื่องราวดังกล่าวไว้ดังนี้ เจ้าของรถขับรถชนเสาทำให้มีรอยที่ด้านท้ายรถเล็กน้อย จึงโทรเคลมกับกับบริษัทประกันที่ทำไว้ ทางพนักงานก็แจ้งให้นำรถเข้าซ่อมกับอู่ในเครือของประกัน ที่จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นก็เอารถเข้าซ่อมปกติ ผ่านไปประมาณ 10 วัน  อู่ก็ได้โทรมาบอกว่า รถซ่อมเสร็จแล้วรอประกันมาถ่ายรูป

แต่หลังจากนั้น 2 วัน ทางอู่ก็ได้ขับรถคันดังกล่าวพลิกคว่ำจนรถพังยับ และได้โทรไปแจ้งกับประกันโดยที่เจ้าของรถไม่ทราบเรื่อง จากนั้นก็ได้ลากรถมาไว้ที่อู่เหมือนเดิม พอเจ้าของรถทราบเรื่อง จึงได้แจ้งไปยังบริษัทประกันสาขากรุงเทพฯ ถึงได้มีพนักงานติดต่อให้เขียนคำร้อง และให้พนักงานย้ายรถออกจากอู่ทันที

แต่พอเจ้าของรถโทรหาบริษัทประกัน สาขา จ.สุราษฎ์ เพื่อสอบถามว่ารถของตนอยู่ไหน กลับได้รับคำตอบว่า “รถยังอยู่ที่อู่เดิม” เจ้าของรถจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จัดการของบริษัทประกันจึงนัดเจรจาที่สถานีตำรวจบ้านนาสาร จ.สุราษฎ์ จึงได้ความว่า สำหรับทางอู่ที่นำรถไปคว่ำนั้น จะเป็นผู้ซ่อมรถเอง แล้วจำดำเนินการให้ศูนย์แบนด์รถดังกล่าวตรวจสภาพ และรับรองให้ได้ตามมาตรฐาน พร้อมจ่ายเงิน 80,000 บาท แล้วนัดเจอส่งมอบรถในวันที่ 10 ธันวาคม 2557

แต่พอถึงวันนัดรับรถ อู่กลับซ่อมรถไม่เสร็จ เจ้าของรถจึงได้ไปแจ้งความที่ อ.เวียงสระ เพื่อขอรับรถคืน แต่ร้อยเวรบอกว่า ไม่สามารถนำรถออกมาได้ เนื่องจากเกรงจะติดข้อหาบุกรุก เจ้าของรถรู้สึกแปลกใจว่ารถคันดังกล่าวเป็นของตน แต่ตำรวจกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย จึงดำเนินการจ้างทนายเพื่อฟ้องร้องต่อศาล เนื่องจากบริษัทที่ได้ทำประกันไว้ ไม่มีทนายมาช่วย พร้อมกันนี้ยังได้ยื่นคำร้องไปที่บริษัทประกัน สำนักงานใหญ่ ความว่า
“ข้าพเจ้าได้นำรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียน กพ 2546 สุราษฏร์ธานี เข้าซ่อมที่อู่โอ๋เซอร์วิส เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ประมาณ 10.00 น ซึ่งพนักงานสินมั่นคงระบุว่า เป็นอู่ในเครือของบริษัทสินมั่นคงประกันภัยตามใบเคลมระบุว่า รถมีความเสียหายที่กระโปรงหลังและกันชนหลังเล็กน้อยเนื่องจากถอยหลังชนเสา

สอบถามค่าใช้จ่ายในการซ่อมกับเจ้าของอู่ไม่เกินวงเงิน 20,000 บาท และใช้เวลาในการซ่อมประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน ได้โทรไปสอบถามที่อู่…. ซึ่งได้รับคำตอบว่า รถซ่อมเสร็จแล้วคอยพนักงานมาถ่ายรูปตรวจสภาพรถ

ถัดมาอีก 2 วัน ประมาณวันที่ 21 ตุลาคม 2557 อู่โทรมาแจ้งว่า ได้นำรถฮอนด้าซิตี้ ทะเบียน กพ 2546 ไปพลิกคว่ำ เมื่อข้าพเจ้าเดินทางไปดู ซึ่งขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่อู่ได้ลากรถมาไว้ที่อู่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ารถเสียหายพังยับทั้งคัน ซึ่งข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้อู่นำรถคันดังกล่าวไปใช้เลย

และหลังจากนั้นก็ได้เจรจากับทางอู่ โดยอู่โอ๋ก็ไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ให้แก่ข้าพเจ้าเลย และในขณะเดียวกัน เมื่อรถของข้าพเจ้าโดนอู่นำไปพลิกคว่ำ และอู่ก็แจ้งมาที่บริษัทประกันแห่งหนึ่ง สาขาสุราษฏร์ธานี แต่ไม่มีพนักงานเคลมติดต่อให้ข้าพเจ้าทราบเลย

ข้าพเจ้าก็เลยโทรแจ้งมาที่บริษัทประกัน สาขากรุงเทพ ถึงมีพนักงานเคลมติดต่อมาและให้เขียนคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม และข้าพเจ้าแจ้งกับพนักงานเคลมไปว่าให้ย้ายรถออกจากอู่ืั้นำรถไปคว่ำทันที เพราะข้าพเจ้าไม่ไว้วางใจอู่อีกต่อไป

นอกจากนี้ พนักงานเคลมแจ้งกับข้าพเจ้าภายหลังว่า อู่ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่อู่ในเครือทั้งที่ก่อนเกิดเหตุได้ระบุในใบเคลมว่าเป็นอู่ในเครือ

ข้าพเจ้าได้ติดต่อไปที่ผู้จัดการบริษัทประกันสาขาสุราษฏร์ธานี ก็บอกกับข้าพเจ้าว่าจะนัดเจรจาระหว่างข้าพเจ้ากับอู่ แต่ก็ยังไม่ได้เจรจาซักที และตอนนี้ทำไมรถของข้าพเจ้ายังอยู่ที่อู่เดิม และอู่นั้นก็ไม่ใช่อู่ในเครือของบริษัทประกัน แต่ทำไมถึงมาซ่อมรถของข้าพเจ้าได้ เลยสอบถามมายังผู้จัดการบริษัทประกัน สาขาสุราษฏร์ธานีและได้รับคำตอบว่า “ผมไม่ทราบ”

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าบริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบชดเชยค่าเสียให้กับข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้นำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ตามใบเคลมของบริษัทซึ่งอยู่ในความดูแลของบริษัทโดยตรง ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้บริษัทซื้อรถคันใหม่มาแทนรถคันเก่า เพราะรถคันเก่านั้นซ่อมยังไง
ก็ไม่อาจกลับสู่สภาพเดิมได้”

อู่เอารถไปพลิกคว่ำ

อู่เอารถไปพลิกคว่ำ

อู่ทำรถคว่ำ

อู่ทำรถคว่ำ

อู่พารถไปคว่ำ

อู่พารถไปคว่ำ

MThai News

ขอบคุณสมาชิกพันทิปชื่อ คุณชายประสิทธิ์