ทำเพื่อ! หนุ่มโพสต์คลิปกินยาพาราฆ่าตัวตาย หวังเรียกร้องความสนใจ

หนุ่ม เรียกร้องความสนใจ โพสต์ คลิปกินยาพาราฆ่าตัวตาย แต่ไม่ตาย

ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่หนุ่มสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊คกินยาพาราเซตามอนเพื่อหวังจะขายตัวตายโดยสาเหตุมาจากเสียใจและน้อยใจ

20

ซึ่งก่อนจะโพสต์คลิปกินยาฆ่าตัวตายชายหนุ่มได้โพสต์เฟซบุ๊คถามคนบนโลกออนไลน์ว่า กำลังเศร้า เสียใจ น้อยใจ อยากตายจริงๆใครพอมีวิธีฆ่าตัวตายแบบไม่เจ็บตัวบ้างจากนั้นก็ได้โพสต์ภาพบอกว่ากำลังจะตายตามมาด้วยคลิปกินยาพาราเซตาม่อนพร้อมบอกรักพ่อรักแม่และคนในครอบครัว

หลังจากคลิปนี้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีผู้เข้ามาให้กำลังใจเด็กหนุ่มคนนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนไม่อยากให้ชายคนนี้คิดสั้นและให้นึกถึงคนที่อยู่ข้างหลัง

แต่อีกกระแสกลับมองว่าชายคนดังกล่าวทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนบนโลกออนไลน์เท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ได้ผลด้วย เพราะแฟนเพจ Youlike ได้นำคลิปไปแชร์ต่อจนกลายเป็นประเด็นดราม่าและมีคนกดขอเป็นเพื่อนและติดตามเพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดชายคนนี้ไม่ได้ตายจริงๆและมาโพสต์ขอบคุณคนบนโลกออนไลน์ที่เป็นห่วงตนด้วย

MThai News

10418407_349376051934461_4381278649747461361_n

เรียกคืนเครื่องราชฯ 4ผู้พิพากษา ถูกไล่พ้นราชการ

สํานักนายกรัฐมนตรี ประกาศเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 4 ผู้พิพากษา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกและให้ออกจากราชการ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการตุลาการพ้นจากตําแหน่ง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยระบุว่า

เครื่องราชอิสริยาภรณ์, ผู้พิพากษา, ศาล, ข่าววันนี้

ราชกิจจานุเบกษา

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการตุลาการพ้นจากตําแหน่งเนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกและให้ออกจากราชการ ตามมาตรา ๓๒ (๗) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ข้าราชการตุลาการดังกล่าวได้รับพระราชทานตามข้อ ๖ และข้อ ๗ (๔) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ จํานวน ๔ ราย ดังนี้

๑. นายสิงห์พล ละอองมณี พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทยทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๒. นายองอาจ โรจนสุพจน์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทยทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๓. นายสิทธิชัย พรหมศร พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ เนื่องจากถูกลงโทษให้ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทยทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

๔. นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ เนื่องจากถูกลงโทษให้ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เครื่องราชอิสริยาภรณ์” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai news

เตือนคนไทยในบังกลาเทศ เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม

สถานทูต ออกประกาศเตือนคนไทยในบังกลาเทศ เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม หลังสถานการณ์เริ่มรุนแรงมีคนเสียชีวิตแล้ว 4 ราย แนะเตรียมอาหารให้พร้อม

สถานทูต, บังกลาเทศ, ประท้วงในบังกลาเทศ, ข่าววันนี้

ประท้วงในบังกลาเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในบังกลาเทศ ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองในหลายพื้นที่โดยเฉพาะเมืองสำคัญอื่นๆ หลังสถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงหนัก จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย บาดเจ็บกว่า 161 ราย

โดยทางสถานทูตขอให้คนไทยในบังกลาเทศติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนการเดินทางล่วงหน้า รวมถึงตระเตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่มให้พร้อมตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หากไม่มีเหตุจำเป็นขอให้พักอาศัยอยู่ในเคหะสถาน ความเหมาะสม

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “บังกลาเทศ” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai news