มองคำขวัญ ‘วันเด็กแห่งชาติ’ ผ่านทุกยุคการเมือง

มองคำขวัญ’วันเด็กแห่งชาติ‘ ผ่านยุคสมัยทางการเมือง จากอดีตถึงปัจจุบัน

เป็นธรรมเนียมทุกปีที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศจะเป็นผู้มอบ คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่วันเด็กแห่งชาติครั้งที่ 1 จัดขึ้นวันที่  3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ตรงกับยุคสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยในตอนนั้นกำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติครั้งแรก ว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” ซึ่งสอดคล้องนโยบายรัฐนิยมของท่านผู้นำที่มุ่งหวังให้คนไทยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและชาติเป็นสำคัญ

พอหมดยุครัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม โดยการรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2502-พ.ศ.2506 กินเวลายาวนาน5ปี คำขวัญวันเด็กในสมัยของจอมพลผ้าขาวม้าแดงนี้มีเอกลักษณ์ไปในแบบของยุคทหารปฏิวัติ โดยมีคำขึ้นต้นเหมือนกันคือ “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่….”  สะท้อนแนวคิดรัฐบาลเผด็จการทหารอย่างเด่นชัดที่สุด

200px-Salit_thanarat

พ.ศ. 2502     ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503     ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ. 2504     ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ. 2505     ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ. 2506     ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2507 ได้มีการงดจัดงานวันเด็กแห่งชาติและเปลี่ยนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเป็นวันเสาร์ที่2 ของเดือนมกราคม และถูกจัดขึ้นในปีต่อมาในยุครัฐบาลเผด็จการของจอมพล ถนอม กิตติขจร ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานกว่า 9 ปี [พ.ศ.2508-2516] ถึงแม้ว่ารัฐบาลของจอมพลถนอมจะเป็นเผด็จการทหารไม่ต่างจากยุคจอมพลสฤษดิ์ แต่จะเห็นได้ว่าคำขวัญวันเด็กในยุคนี้ดูจะสะท้อนระบอบการเมืองน้อยลงและมุ่งไปที่การให้เด็กไทยมีความเพียรพยายาม การฝึกตนเพื่อเป็นเด็กฉลาด เป็นเด็กผู้มีการศึกษา โดยคำขวัญที่จำขึ้นใจคนไทยหลายคนคือ คำขวัญวันเด็กปีพ.ศ.2516 ที่ว่า “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ”

spd_20091203184908_b

จากนั้นเรื่อยมาก็ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลมาเรื่อยๆ ป 2 – 3 เปลี่ยนครั้ง จนกระทั่งมาสู่ยุคของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี 8ปี ที่คำขวัญวันเด็กของป๋าเปรมนี้มุ่งเน้นให้เด็กไทยเป็นผู้มีวินัย ที่สำคัญคือ มีเรื่องของความประหยัดและนิยมความเป็นไทย ดังคำขวัญปี พ.ศ.2530 “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม”

วันเด็กถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมาถึงช่วงของพตท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรียาวนาน5ปี มีคำขวัญวันเด็กทื่เก๋ไก๋ ทันสมัย ให้เด็กได้เล่นอย่างมีความรู้และเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยี เช่น เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส,เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี ซึ่งคำขวัญของอดีตนายกฯทักษิณ ก็คล้ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว ที่มุ่งหวังให้เด็กเรียนรู้เทคโนโลยีเช่นเดียวกัน [สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี(วันเด็ก:2556)] สุดทายในช่วงของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ที่ให้คำขวัญง่ายๆ สั้นว่า “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต” 

B32df-SCYAEoTqs

ข้อสังเกตคือ คำขวัญวันเด็กส่วนใหญ่จะยึดเรื่องความรู้เป็นอันดับแรก ตามมาด้วยความมีวินัย คุณธรรม และค่านิยมทางสังคมที่ดี แต่ไม่ได้มุ่งหวังให้เด็กไทยกล้าคิด กล้าทำ อันเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยต่อยอดองค์ความคิดของเด็กได้มากที่สุด โดยในคำขวัญที่พูดถึงการแสดงออกทางความคิดของเด็กไทยในคำขวัญวันเด็กแห่งชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีเพียงคำขวัญเดียวของพตท.ทักษิณ ที่ว่า เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด

อย่างไรก็ตามในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่หลายๆอย่าง ความคิดความอ่านของเด็กสมัยนี้กับยุคก่อนนั้นไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง อิสระทางความคิดของเด็กมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย คำขวัญวันเด็กจึงไม่ควรแต่สะท้อนเรื่องของค่านิยมแบบเดิมๆ แต่ควรจะก้าวไปพร้อมกับวัยของเด็กที่กำลังหมุนตามโลกยุคที่คนรุ่นเราเรียกว่ายุคโลกาภิวัฒน์ด้วย

ขอบคุณภาพจาก www.su-usedbook.com

BY Nookkill :P

คลิปโรงงานพลุระเบิด! ใช้คำว่าสวย หรือสยองดีนะ

 คลิป โรงงานพลุระเบิดใน โคลัมเบีย  ที่่สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก งานนี้มีผู้บาดเจ็บไปหลายคน

เมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า เกิดเหตุ โรงงานพลุระเบิดใน  ที่ โคลัมเบีย โดยผู้ถ่ายคลิป ได้ถ่ายให้เห็นถึงความร้ายแรง   ซึ่งตัวผู้ถ่ายคลิปนี้เรียกว่าก็รอดหวุดหวิดเลยที่เดียว

012

เขากล่าวว่า มันอาจจะมีลักษณะคล้ายกับฉากจากภาพยนตร์เรื่องภัยพิบัติ แต่ภาพนี้จริงแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวหลังจากการระเบิดที่โรงงานพลุ โดยมีพลุคาว่าระเบิดจากครั้งนี้นับเป็นหมื่นชุด งานนี้มีได้รับบาดเจ็บหลายคน

งานนี้ทางโคลัมเบียต้องเร่งระดมหน่วยกู้ภัย เป็นการใหญ่ รวมถึงการตรวจสอบถึงสาเหตุ ของการระเบิดคัร้งรุนแรงในคัร้งนี้

‘ยุโรป’ ขึ้นบัญชีดำ 62 สายการบิน ‘อิเหนา’

 ‘ยุโรป‘ รายงานขึ้นบัญชีดำ 62 สายการบินอินโดนีเซีย ก่อน QZ8501 ตกเพียง 17 วัน เหตุมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ

คณะกรรมาธิการยุโรป ขึ้นบัญชีดำสายการบินของอินโดนีเซีย 62 แห่ง เพียง 17 วัน ก่อนที่จะเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน QZ8501 ของสายการบินแอร์ เอเชีย อินโดนีเซีย ตกในทะเลชวา

ซึ่งสอดคล้องกับผลการสอบสวนของสหประชาชาติ ที่ชี้ว่า ค่าเฉลี่ยมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบินของอินโดนีเซีย อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของการบินโลก

ไลออนแอร์, สายการบิน, อินโดนีเซีย, QZ8501, แอร์เอเชียอินโดนีเซีย

มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบินของอินโดนีเซีย อยู่ต่ำกว่าการบินโลก

ที่ไม่เพียงห้ามไม่ให้สายการบินเหล่านี้ เข้าน่านฟ้ายุโรปเท่านั้น แต่ยังเตือนพลเมืองในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู เดินทางด้วยสายการบินเหล่านี้ ในการเดินทางทั่วโลก

เช่นเดียวกับประเทศที่เผชิญพิษภัยสงครามอย่าง อัฟกานิสถาน, อังโกลา, ลิเบีย, ซูดาน และเซียร่าเลโอน ที่ถูกขึ้นบัญชีดำ แต่อินโดนีเซียเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงประเทศเดียวที่ถูกขึ้นบัญชีดำ

ทั้งนี้มีสายการบินที่เป็นที่รู้จักดีของประเทศ เช่น ไลออน, บาติก แอร์ และซิติลิงค์ ขนาดได้รับการปรับปรุงจากเมื่อปี 50 ที่ตอนนั้น สายการบินทุกแห่งของอินโดนีเซียถูกขึ้นบัญชีดำทั้งหมด

รวมทั้งสายการบินแห่งชาติ อย่าง การูดา และแอร์ เอเชีย อินโดนีเซีย แต่ในปี 2553 สายการบินทั้งสองแห่งถูกปลดออกจากบัญชีดำ แต่ยังมีสายการบินอีก 92 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน

โดยที่ผู้โดยสารบางคนที่สนามบิน โซการ์โน่-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตา ไม่ทราบว่า สายการบินเหล่านี้ ไม่เป็นที่ยอมรับในส่วนอื่นๆ ของโลก ในขณะที่เกิดเหตุร้ายแรงครั้งใหญ่ถึง 3 ครั้ง ต่อสายการบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากสายการบินของอินโดนีเซียแล้ว สายการบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ยังมีฟิลิปปินส์ จำนวน 29 สายการบิน ส่วนไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ

MThai News