‘บก.ลายจุด’ จวก ‘พจน์ อานนท์’ ญาติผู้สูญเสียไม่ตลก ทำหนังผี ‘สึนามิ’

บก.ลายจุด จวก พจน์ อานนท์ ทำหนังตลก สึนามิ ไม่นึกถึงผู้สูญเสีย

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิพากษ์วิจารณ์ พจน์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดังที่เตรียมสร้างหนัง ม.๖/๕ กล้าท้าผีหนีสึนามิ โดยบก.ลายจุดมองว่าเป็นการไม่นึกถึงญาติผู้สูญเสียและถามหาสามัญสำนึกในการสร้างหนัง

“…ถึงคุณพจน์ อานนท์ การที่คุณจะทำหนังเรื่อง “ม.๖/๕ กล้าท้าผีหนีสึนามิ“คุณได้พิจารณาถึงความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์บ้างหรือเปล่าการเป็นผู้กำกับหนังไม่ต้องใช้สามัญสำนึกในการทำงานบ้างหรือ ? นี่มันพล็อตหนังสุดยอดของผู้กำกับไทยคนนี้หรือ ?…”

cats

จากการตรวจสอบพบว่า พจน์ อานนท์ได้เตรียมสร้างหนังเรื่อง ม.๖/๕ กล้าท้าผีหนีสึนามิ  จริงโดยเมื่อปลายปีที่แล้วเพิ่งจะเกิดกรณีที่กองถ่ายหนังเรื่องดังกล่าวบุกรุกสถานที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อใช้เป็นสถานที่ถ่ายหนังด้วย

อย่างไรก็ตามชาวสังคมออนไลน์หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะนำเหตุการณ์สึนามิมาทำเป็นหนังผี/หนังตลกเพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสะเทือนใจคนในพื้นที่และคนทั้งประเทศที่ไม่อาจลืมเลือนได้ ซึ่งจะกลายเป็นการซ้ำเติมญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สึนามิ

01
“…คุณรู้หรือไม่ว่ามีคนสำคัญเสียชีวิตในสึนามิ เสียใจแค่ไหนอย่าซ้ำเติมกันเลย อย่าเห็นแก่สนุกรื่นเริงและรายได้ของภาพยนต์..คิดใหม่มีให้เลือกเยอะ…”

“…ฉันอยู่ภูเก็ต ตอนเกิดสึนามิ และยังจำฝังใจ.. ถึงบรรยากาศในเวลานั้นได้ดี.. ฉันเศร้าเป็นเดือนๆ จนมีหมอแนะนำให้หยุดตามข่าวเรื่องสึนามิ จะทำให้สภาพจิตใจดีขึ้น.. วันนี้ หลายๆคนยังขี้ตกใจ หากได้ยินเสียงดัง และฉันยังคงใจหาย และเศร้าไม่หายกับเหตุการณ์ในวันนั้น.. ใครจะลืมได้ลง เพียงแต่เราไม่ย้ำคิดย้ำทำ…”

“…เหตุการณ์สะเทือนใจ เอามาสร้างหนังได้ แต่ต้องแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่แนวล้อเลียนแบบนี้…”

MThai News

นี่คือผลลัพธ์ เมื่อใช้ค้อนปล้นธนาคาร ชมคลิป!

โจรวัยรุ่นจีนสุดเซ่อ บุกเดี่ยวพร้อมค้อนเหล็ก-ปล้นธนาคาร แต่ดันลืมคิดเรื่องทางออก (มีคลิป)

วันที่ 5 ม.ค. เว็บไซต์มิร์เรอร์รายงานว่า นายหยู หนุ่มน้อยวัยรุ่น อายุ 22 ปี ริอ่านเป็นโจร บุกเดี่ยวพร้อมค้อนเหล็ก เดินตรงดิ่งเข้าไปปล้นธนาคารแห่งหนึ่ง ย่านหลังฟ่าง เมืองเหวินอัน มณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของประเทศจีน

957

ภาพในกล้องวงจรปิดเผยนาทีขณะเกิดเหตุที่นายหยูเดินเข้าธนาคารมา แล้วยกค้อนเหล็กทุบกระจกนิรภัยที่เคาน์เตอร์ธนาคารจนแตกเป็นช่องโหว่ใหญ่ ขนาดเท่าที่ตัวเขาเข้าไปได้ จากนั้นก็หมุดลอดผ่านช่องกระจก หวังเข้าไปขโมยเงิน

แต่เรื่องที่คาดไม่ถึงกว่า คือ โจรคนนี้ดันลืมคิดว่าจะหนีออกทางไหน เพราะด้านในถูกปิดหมดเป็นห้องสี่เหลี่ยม ถ้าจะหนี ก็ต้องหนีออกทางช่องกระจกเดิม หรือออกจากประตูมาหน้าเคาน์เตอร์อยู่ดี

กว่าจะคิดได้ก็สายไปซะแล้วเพราะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารและชาวบ้านต่างกรูกันเข้ามาในธนาคารหลายคน พร้อมอาวุธในมือล้อมหน้าเคาน์เตอร์ไว้หมดแล้ว

หลี่เต๋อหัว เจ้าหน้าที่ธนาคาร กล่าวว่า “ผมได้ยินเสียงคนกำลังทุบกระจกขณะที่ผมกำลังทำงานอยู่ ผมรู้ได้ในทันทีว่านั่นคือการปล้น ผมจึงโทรแจ้งตำรวจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และรีบเอาเงินจำนวน 500,000 หยวนเข้าเก็บในตู้เซฟ แล้วรีบเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำกับเพื่อนพนักงานหญิง”

ท้ายสุด โจรหนุ่มขี้ลืม ก็ถูกชาวบ้านหลายคนช่วยกันรวบตัวไว้ได้และจับตัวส่งตำรวจได้ในที่สุด

ยื่นปปช.ฟัน สติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยบุก ปปช. ยื่นหนังสือฟัน สติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ เหตุแพงเกินจริง หวั่นมีผลประโยชน์ทับซ้อน แนะเอาผิดผู้ผลิต-ดาวน์โหลด

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (5ม.ค.58) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธานและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการจัดทำสติ๊กเกอร์ไลน์ เผยแพร่ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการของรัฐ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน เนื่องจากเห็นว่ามีราคาแพงเกินจริง

สติ๊กเกอร์ไลน์, ค่านิยม12ประการ, ปปช, ข่าววันนี้

สติ๊กเกอร์ไลน์ ค่านิยม12ประการ

โดยนายศรีสุวรรณ เผยว่า สาเหตุที่ต้องเข้ามายื่นเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะไม่เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดถึงที่มาและเหตุผลการกำหนดราคากลางที่แพงกว่าการดำเนินธุรกิจการค้าในลักษณะเดียวกันของเอกชน น่าจะมิชอบด้วยกฎหมายป.ป.ช. อีกทั้งไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้รับและไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสิ้นเปลือง ขัดหลักคุณธรรมจริยธรรมและนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง

ดังนั้นจึงขอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบว่ากระบวนการใช้จ่ายงบประมาณแพงเกินกว่าเหตุและไม่ เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ นอกจากนั้นขอให้ตรวจสอบว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย จริยธรรมและการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะมีบริษัทยื่นข้อเสนอเพียงบริษัทเดียว จึงมีข้อสังเกตว่าบริษัทผู้รับดำเนินการอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบุคคลในรัฐบาล

ทั้งนี้หากตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือเข้าข่ายความผิด ขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ที่ดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ดังกล่าวด้วย เพราะถือว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ค่านิยม12ประการ” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai news