7วันอันตราย 6วันดับ302 เจ็บ2,843คน

มล.ปนัดดา เป็นประธานแถลง สรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 7วันอันตราย 6 วัน เสียชีวิต 302 เจ็บ2,843 เชียงใหม่ตายสูงสุด15 ศพ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 โดยเปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” เกิดอุบัติเหตุ 287 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 301 คน สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นเมาสุรา ร้อยละ 27.53 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.83 และยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ 79.12 589909-01

ทั้งนี้ รวมทั้ง 6 วัน เกิดอุบัติเหตุ 2,733 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 302 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,843 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 122 ครั้ง เสียชีวิตสะสมสูงสุด จังหวัดเชียงใหม่ 15 ราย และบาดเจ็บสะสมสูงสุด จังหวัดเชียงใหม่ 119 คน ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตมี 4 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นราธิวาส สิงห์บุรี และนครพนม

หม่อมหลวงปนัดดา จี้ ดูเเลจุดเสี่ยงทุกจุดตรวจเข้มงวด

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 5 วันที่ผ่านมา พบว่า ดื่มแล้วขับเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน แต่จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ พบว่าการขับรถเร็วเกินกำหนด การขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงประสานให้จังหวัดกำชับจุดตรวจเข้มงวดผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เน้นการเรียกตรวจยานพาหนะให้มากขึ้น รวมถึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลเส้นทางสายหลักโดยเฉพาะจุดเสี่ยงบนถนนสายหลัก จุดตัดทางรถไฟ ควบคู่การดูแลถนนสายรอง โดยให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดอาสาสมัครดูแลเส้นทางดังกล่าวเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

วิจารณ์สนั่น ฝรั่งโยคะแหกขาในวัดดัง

จวกยับ! ฝรั่งเล่นโยคะ ยกแขน ถ่างขา กลางวัดเก่าแก่ชื่อดังของเชียงใหม่

วันนี้(5ธ.ค.)เว็บไซต์ cm108.com  ได้มีการเผยแพร่ภาพซึ่งระบุว่าถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา เป็นภาพกลุ่มนักท่องเที่ยชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาที่วัดสวนดอก  ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และได้มี2นักท่องเที่ยวชายหญิงมีการทำท่าทางโยคะ ฉีกแข้ง แหกขา หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาสงสัยว่า การกระทำของชาวต่างชาติทั้งสองคน เหมาะสมแล้วหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่มีใครเข้าไปว่ากล่าวตักเตือนเลย

tnews_1420424738_5578

ภาพที่ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์คือภาพที่ ฝรั่งชายหญิง  ฝ่ายชายถอดเสื้อ สวมกางเกงลายสีเขียว ส่วนฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกุดสีม่วง กางเกงสีเขียว ทั้งสองคนเล่นท่าโยคะ อุ้มตัวหกคะเมนตีลังกา โดยที่มีเพื่อนช่างภาพตามถ่ายภาพ เมื่อภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ผู้คนต่างพากันแสดงความเห็นเป็นทำนองเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ในภาพทำตัวไม่เหมาะสม เพราะวัดแห่งนี้ ยังคงมีพระสงฆ์และเณรที่จำพรรษา และยังมีพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ และการเข้าวัดควรสำรวมกิริยา

สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดสวนดอก เป็นพระอารามหลวงของเจ้านายฝ่ายเหนือในราชวงศ์เม็งราย เนื่องจากพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์เม็งราย ทรงให้สร้างวัดแห่งนี้เพื่อเป็นที่จำพรรษาของ พระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และที่วัดแห่งนี้ ยังมีการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 1 ใน 2 องค์ ที่พระมหาเถระสุมน อัญเชิญมาจากสุโขทัยอีกด้วย โดยที่วัดแห่งนี้ ได้รับการบูรณะ 2 ครั้ง คือ ในสมัยเจ้าดารารัศมี พระชายาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2450 และสมัยครูบาเจ้าศรีวิชัย พ.ศ. 2475

post-2-0-10035800-1419330952

post-2-0-33838500-1419331727

post-2-0-39399400-1419330965

post-2-0-68851300-1419330936

post-2-0-96700500-1419330777

MThai News

ขอบคุณรูปภาพจาก cm108.com

ผวา! จระเข้ยักษ์โผล่ คลองเสม็ดนางชี ยาวเกือบ 5 เมตร

ชาวบ้านผวา!! จระเข้ยักษ์โผล่ คลองเสม็ดนางชี พังงา ไม่กล้าออกไปทำมาหากิน วอนจนท.ตรวจสอบ

วันนี้ 4 ม.ค. 58 นายสายัณห์ หัสนัย มัคคุเทศก์ชาวไทย เปิดเผยว่า ชาวประมงบ้านหินร่ม บ้านคลองท่อม หมู่ที่ 2 ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ต่างหวาดกลัวไม่กล้าออกไปทำการประมง บริเวณคลองเสม็ดนางชี ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 3 กิโลเมตร โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงที่วางลอบเพื่อจับปูดำ

ภายหลังมีชาวประมงในบ้านคลองท่อมที่ออกเรือไปวางลอบจับปูดำบริเวณดังกล่าว พบจระเข้ขนาดใหญ่คาดว่ามีความยาวประมาณ 4-5 เมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 100 กิโลกรัม ออกว่ายน้ำป้วนเปี้ยนหากินอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ข่าวลือการพบเห็นจระเข้ขนาดใหญ่ได้แพร่กระจายไปในชุมชนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ ราษฎรบ้านหินร่ม และบ้านคลองท่อม ต่างเกิดอาการหวาดผวากลัวอันตรายจากจระเข้ดังกล่าว

753

ซึ่งทุกคนเชื่อว่ายังอาศัยอยู่บริเวณคลองเสม็ดนางชี จึงไม่มีชาวประมงคนใดกล้าผ่านไปยังบริเวณที่พบจระเข้ยักษ์อีกเลย เนื่องจากจุดที่พบเห็นจระเข้ มีระดับน้ำลึกกว่าจุดอื่นๆ และในอดีตเคยมีจระเข้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จนชาวประมงพื้นบ้านในสมัยก่อนเรียกบริเวณนี้ว่า “โหนจระเข้” หรือ “โหนเข้” มีความหมายว่าเป็นแหล่งอยู่อาศัยของจระเข้จำนวนมาก

นายหมาดเตบ หลีน้อย ชาวประมง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 บ้านคลองท่อม หมู่ที่ 2 ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง รวมทั้งเพื่อนบ้านอีกอย่างน้อย 6 คน ยืนยันว่าเคยเห็นจระเข้ขนาดใหญ่ตัวดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ประกอบกับก่อนหน้านี้ชาวประมงที่ออกไปหาปลาบริเวณใกล้จุดพบจระเข้ยักษ์เคย ถูกจระเข้ขนาดใหญ่ไล่ทำร้าย จนต้องทิ้งเรือวิ่งหนีเข้าป่าโกงกางมาแล้ว จึงทำให้ทุกคนที่เคยเห็นจระเข้ ต่างพากันหวาดกลัวว่าจะถูกจระเข้ทำร้าย จนไม่กล้าออกไปทำการประมงมานานหลายสัปดาห์แล้ว ทำให้ต้องประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ด้านนายสมชาติ เรืองเดช ชาวประมงพื้นบ้าน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/8 หมู่ที่ 2 บ้านคลองท่อม ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง ระบุว่าเคยได้ยินข่าวลือเรื่องการพบเห็นจระเข้ยักษ์เหมือนกัน แต่ตนเองก็เป็นชาวประมง และเคยผ่านไปบริเวณที่มีเพื่อนบ้านระบุว่าได้พบกับจระเข้ยักษ์ขนาดใหญ่ แต่ตนเองกลับไม่เคยพบเห็นจระเข้ตัวดังกล่าวเลย และก็ไม่อยากเชื่อว่าจะมีจระเข้ยักษ์อยู่ในบริเวณดังกล่าวจริง จึงไม่รู้สึกกลัว แต่ก็ไม่เคยไปทำการประมงในบริเวณที่เพื่อนบ้านระบุว่ามีผู้พบเห็นจระเข้ใหญ่ ดังกล่าวอีกเลย หลังจากเพื่อนบ้านพากันหวาดกลัวไม่กล้าไปทำมาหากินบริเวณนั้น

MThai News

 ข้อมูลและภาพ  สำนักข่าวไทย และ ข่าวสด