ขนลุก! แมวซอมบี้ตายแล้วฟื้นถูกฝัง5วัน ตะกายขึ้นจากหลุม

โลกตะลึง !! แมวเก้าชีวิตของจริง ถูกรถชนตายและถูกฝังใต้ดินนาน 5 วัน ตะกายขึ้นจากหลุมศพรอดชีวิต กลับมาหาเจ้าของ

วันนี้ (29ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ‘บาร์ท’ แมวเก้าชีวิตที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘แมวซอมบี้’ จากรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นรัฐที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ถูกพบนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอาการสาหัสอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง มีแผลเหวอะที่หัวและดวงตา ขากรรไกรหัก เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยหลังจากนั้นสัตวแพทย์ได้กล่าวกับ ‘นายเอลลิส ฮุสตัน’ เจ้าของของบาร์ทว่ามันได้ตายแล้ว จากนั้นเขาจึงจัดการนำของมันไปฝัง
6053936-4x3-940x705

หลังจากนั้น 5 วันผ่านไป ‘เจ้าบาร์ท’ ได้ปรากฏตัวขึ้นในสภาพคล้าย ‘แมวผี’ ซึ่งมีเนื้อตัวมอมแมม อิดโรย และอ่อนแอ ทั้งดวงตาเสียไปหนึ่งข้าง เจ้าบาร์ทตัวเป็น ๆ กลับมาหาเจ้าของของมัน และมันยังไม่ตาย รวมถึงยังเคลื่อนไหวและหายใจราวกับยังคงมีชีวิตอยู่

หลังจากขึ้นมาจากหลุมศพ เจ้าบาร์ทแมว 9 ชีวิต สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง และได้เข้ารับการดูแลจาก เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์เทมปาเบย์ที่รับรักษาเจ้าบาร์ทอยู่ โดยพวกเขาตั้งข้อสังเกตุว่า บาร์ท น่าจะตะกุยดินขึ้นมาตั้งแต่วันที่ถูกฝังแล้ว และหลบไปพักฟื้นร่างกายหลายวันจึงค่อยกลับมาหาเจ้าของ

บาร์ท แมวซอมบี้

MThai News
ที่มา ABC News

อ๋อเหรอ? โฆษกสหรัฐ ปัดแทรกแซงไทยจริงๆนะ

โฆษก กต.สหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาแทรกแซงกิจการภายในของไทย แจงคำพูด ผช.รัฐมนตรี แค่ต้องการย้ำถึงข้อเรียกร้องเท่านั้น

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า น.ส.เจน ซากี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างแถลงข่าวประจำวัน เกี่ยวกับประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย กรณีขุ่นเคืองต่อคำพูดของ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

595332-01

และได้เชิญ นายแพทริค เมอร์ฟี รักษาการเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เข้าชี้แจง ว่า อเมริกาแค่ต้องการเรียกร้องทางการเมือง และยกเลิกกฎอัยการศึกเท่านั้น พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะยังคงพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายรัสเซล ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางเยือนไทย นับตั้งแต่การเข้าควบคุมอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และไม่ได้พบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในการเยือนครั้งนี้ แต่กลับแสดงความเห็น กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เป็นเวลา 5 ปี และอัยการสูงสุด มีมติส่งฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว

ขยันเป็นข่าวจริ๊ง..รวมข่าวฮอตแท็กซี่ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

เรียกได้ว่าเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ในช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับปัญหารถแท็กซี่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโบกไม่ไป บริการไม่ดี คิดราคาเหมา หรืออย่างล่าสุดกับกรณีของแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิที่มีปัญหากับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ จึงขอสรุปข่าวแท็กซี่ส่งท้ายเดือนว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดกับแท็กซี่ไทยบ้าง

เริ่มจากการปรับค่าโดยสารที่เริ่มปรับขึ้นราคาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มาปีนี้เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งใครที่นั่งแท็กซี่แล้วเห็นมิเตอร์ขึ้นเร็ว หรือขึ้นพรวดเดียวก็อย่าเพิ่งตกใจกัน สำหรับอัตราค่าโดยสารใหม่ คือ 1 กม.แรกเริ่มที่ 35 บาท เกิน 1-10 กม.คิด กม.ละ 5.50 บาท ส่วนที่เกิน 10-20 กม.คิดที่ กม.ละ 6.50 บาท ระยะทางเกิน 20-40 กม.คิดที่ กม.ละ 7.50 บาท เป็นต้น ส่วนกรณีรถไม่เคลื่อนที่ หรือเคลื่อนที่ไม่เกิน 6 กม./ชม.คิดค่าโดยสารนาทีละ 2 บาท งานนี้เรียกว่าคนกรุงถ้ารถติดก็อ่วมกันไปเลยทีเดียว

แท็กซ๊่่-01

เรื่องที่สองคราวนี้โดนกับตัวเองเลย เมื่อ นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ลองมาโบกแท็กซี่ด้วยตัวเอง โบกไป23 คัน มีแท็กซี่ปฏิเสธไป 21 คัน โดยงานนี้อธิบดี คาดโทษเลยว่า แท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร โดยอ้างว่าจะไป ส่งแก๊ส ส่งรถ จะมีโทษปรับ 1,000 บาท

เรื่องที่3 ข่าวนี้ดังมาก เมื่อโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ รถแท็กซี่คันหนึ่งติดป้ายกระดาษเป็นข้อความภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น ระบุว่า งดรับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น จากสมาคมผู้ขับรถแท็กซี่เพื่อไทยสุวรรณภูมิ โดยภาพดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ เนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากที่มีประเด็นดราม่า นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โพสต์ข้อความประจานแท็กซี่ไทยที่ให้บริการยอดแย่แถมคิดราคาเหมาพร้อมทั้งบอกว่า แท็กซี่ไทยคือความขายหน้าของประเทศ
10898323_662042917251685_1414530225840814542_n

ส่งท้ายด้วยเรื่องราวดีๆของแท็กซี่กันบ้างเมื่อโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพจากทวิตเตอร์ @motorcyrubjang ได้โพสต์ภาพแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ2840 ได้ติดสติกเกอร์ข้างรถว่า “เชิญครับ ไปทุกที่…พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี นิมนต์นั่งฟรี คนพิการ คนตาบอดนั่งฟรี พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ” ซึ่งหลังจากภาพนี้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้รับกระแสชื่นชมถึงความมีน้ำใจที่ดีของคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว สวนกระแสกับข่าวที่สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับคนขับรถแท็กซี่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยหลายคนมองว่าการทำความดีและมอบน้ำใจให้กับเพื่อนมนุษย์สามารถกระทำได้ทุกอาชีพและขอเป็นกำลังใจให้กับคนขับรถแท็กซี่ที่มีน้ำใจดี บริการดีทุกคนด้วย

MThai ข่าวภาคซ่าส์