อาม่าใจบุญ นั่งซาเล้ง บริจาคเงินแสน (คลิป)

อาม่าใจบุญ วัย 90 ปี นั่งซาเล้ง นำเงินสดหนึ่งแสนบาท มาบริจาคให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ในวาระอายุครบ 90 ปี

วันที่ 26 มกราคม 2558  ผู้สื่อข่าวได้รายการว่า  อาม่ามาทำบุญ ในวาระมีอายุครบ 90 ปี  จึงได้นำเงิน 1 แสนบาท นั่งซาเล้งของอากงที่ดูแลรักษาอย่างดีมามอบเงินให้กับทางโรงพยาบาล

497a

โดยอาม่า ได้แต่งตัวและนั่งรถซาเล้ง ซึ่งเป็นของอากงที่เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมนำเงินมามอบให้กับโรงพยาบาล โดยมี นพ.สุริยา โปร่งน้ำใจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้รับมอบ

ซึ่ง นพ.สุริยา ได้เปิดเผยกับทางผู้สื่อข่าวว่า อาม่าผูกพันกับโรงพยาบาลนี้มานาน นอกจากนี้ท่านยังคนไข้ประจำด้วย และตลอดเวลาที่ผ่านมา อาม่าก็ได้บริจาคเงินกับทางโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

ช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา อากงได้เสียชีวิตลง  อาม่าก็นำเงิน 4.5 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากงานศพ มาบริจาคให้โรงพยาบาลทั้งหมดเลย

พร้อมบอกว่า ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็จะขอทำบุญกับโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ

MThai news

กมธ.จ่อเคาะ ตัดสิทธิ์นักการเมือง ตลอดชีวิต

โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรนูญ เผย กมธ. หารือ ถอดถอนนักการเมือง 5 ปีหรือตลอดชีวิต เชื่อ คดียิ่งลักษณ์ไม่สร้างความเเตกเเยก 

นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรนูญ เปิดเผยว่า มีการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยใช้กับผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ตั้งเเต่นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. เเละเพิ่มเติมไปที่คู่สมรส บุตรทั้งที่บรรลุนิติภาวะเเล้ว เเละยังไม่บรรลุนิติภาวะที่

ปกรณ์ ปรียากร, กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, คดีถอดถอน, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ตัดสิทธิ์ทางการเมือง

กมธ. จ่อเคาะ คดีถอดถอน ตัดสิทธิ์นักการเมืองตลอดชีวิต

จะต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อหน่วยงานที่ตวรจสอบต่าง ๆ ด้วย เช่นเดียวกับนักการเมือง และส่วนประเด็นที่มีการพิจารณาเรื่องที่ 2 นั้น เป็นเรื่องของการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนเเละผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นในนโยบาย ซึ่งถือว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่มีอยู่ เพียงเเต่เขียนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เเละเรื่องสำคัญคือการถอดถอนจากตำเเหน่งนั้น จะมีการครอบคลุมตั้งเเต่นายกฯ รมต. สส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ที่มีพฤติการร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ หรือขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายเเรง หรือถูกพลเมืองผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงชื่อถอดถอน โดยจะให้รัฐสภาที่มีมติด้วยคะเเนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาลงชื่อถอดถอน เเละปัจจุบันกำลังมีการพิจารณาว่าเวลาที่เหมาะสมในการตัดสิทธิ์ควรจะเป็น 5 ปี หรือจะตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

เเละโดยส่วนตัวเเล้วนั้น ในประเด็นการถอดถอนอดีตนายกรับมนตรีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในเนื้อหาการยกร่าง เป็นเรื่องการถอดถอนนักการเมืองพอดีนั้น ตนถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เเละไม่เชื่อว่าการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นนั้นจะสร้างความเเตกเเยกอะไรในสังคมให้เกิดขึ้นได้อีก เเละการถอดถอนที่เกิดขึ้นมานั้น ถือเป็นความผิดที่เกิดขึ้นจริงเเละเกิดความเสียหายต่อรัฐมหาศาล

รมต.อังกฤษ ขอโทษ ให้ของต้องห้ามนายกฯไทเป

รมต.แห่งสหราชอาณาจักร แถลง ขอโทษ กรณีมอบนาฬิกา ซึ่งเป็นของขวัญต้องห้ามของชาวจีนแก่นายกเทศมนตรีไต้หวัน

วานนี้ (26 ม.ค.) สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ข่าว ‘บารอนเนส ซูซาน เครเมอ’ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมจากสหราชอาณาจักร ออกมากล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจ กรณีที่เธอได้มอบของต้องห้าม และมีความหมายที่เป็นอัปมงคลแก่ นายกเทศมนตรีไต้หวัน นั่งก็คือ ‘นาฬิกา’ เนื่องจากตามความเชื่อของชาวจีน การออกเสียงคำว่า “ให้นาฬิกา”ในภาษาอังกฤษ เหมือนกับคำว่า “ร่วมงานศพ” ในภาษาจีน

946921

อย่างไรก็ตามก้อนหน้านี้ ‘นายโก เหวิน-เจ๋อ’ นายกเทศมนตรีกรุงไทเป กล่าวติดตลกหลังได้รับนาฬิกาเป็นของขวัญจากบารอนเนส ซูซาน คราเมอร์ในขณะเดินทางไปเยือนไต้หวันเพื่อเจรจาการค้าระหว่างกัน ว่าเขาจะนำนาฬิกาไปให้คนอื่น หรือไม่ก็ขายให้กับคนรับซื้อเศษเหล็กเพื่อแลกเป็นเงินแทน เนื่องจากมันไม่มีประโยชน์สำหรับเขา โดยหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ซูซาน เครเมอ ได้ออกมาแถลงการณ์ ขอโทษ และเน้นย้ำว่าจะพยายามเรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมใหม่ๆ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระว่างประเทศดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้

หลังจากนั้น ‘โรซารี วู’ สมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำพูของนายโกผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เขาควรที่จะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เนื่องจากนี่อาจส่งผลต่อการทูตระดับประเทศ

MThai News
ที่มา BBC