‘ยิ่งลักษณ์’ แถลงข่าว ผ่านทางเฟซบุ๊ก ยืนยันความบริสุทธิ์

ยิ่งลักษณ์ แถลงข่าว ผ่านเฟซบุ๊ก หลัง คสช.สั่งงดแถลงข่าว ระบุ เป็นไปตามคาดหมาย สนช.มีมติถอดถอน ยันจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

20-8

เรียน พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

เป็นไปตามความคาดหมาย ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติ ถอดถอนดิฉันออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องดิฉัน ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ดิฉันขอแถลงดังนี้

ดิฉัน ขอยืนยัน และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของดิฉัน และขอขอบคุณเสียงส่วนน้อย ที่ยังคงยึดมั่นในหลักการ และความเที่ยงธรรม ซึ่งในกระบวนการต่างๆ ได้ริดรอน และตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของดิฉัน ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่พึงได้รับ

ดิฉันขอยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ดี ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด สำหรับตัวเลขความเสียหาย ที่พยายามจะยัดเยียดให้ดิฉันนั้น ก็เป็นเพราะความมีอคติต่อตัวดิฉัน และนำชาวนามาเป็นเครื่องมือ ในการทำลายล้างทางการเมือง

ดังที่ดิฉัน ได้เคยกล่าวถึงความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2556 ณ เมืองอูลัน บาตอ ประเทศมองโกเลียว่า “ดิฉันนั้นต้องการเห็น ความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศไทย และประชาธิปไตยของไทย พัฒนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยหลักนิติธรรม และกระบวนการทางกฎหมายที่แข็งแรง มีขั้นตอนที่ชัดเจน โปร่งใส และเมื่อนั้น ทุกคนจะสามารถมั่นใจได้ว่า เขา จะได้รับการดูแลที่ยุติธรรม”

ดิฉันยังคงยืนยัน ในคำพูดดังกล่าว แม้ว่าวันนี้ ประชาธิปไตยไทยได้ตายไปแล้วพร้อมกับหลักนิติธรรม แต่ขบวนการทำลายล้าง ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังที่ดิฉันได้ประสบอยู่ขณะนี้

เป็นที่น่าเสียใจ และเป็นเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อว่า มีเหตุการณ์บังเอิญต่างๆมากมาย ตามที่ดิฉันได้แถลงปิดสำนวนไปเมื่อวานนี้ และเป็นการบังเอิญ ที่ไม่ใช่ความบังเอิญ อีกครั้งหนึ่ง คือก่อนเวลาที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะเริ่มลงมติถอดถอน เพียง 1 ชั่วโมง อัยการสูงสุด ก็ได้แถลงสั่งฟ้องดิฉัน ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ก่อให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งๆ ที่ หัวหน้าคณะผู้แทนอัยการสูงสุด ยืนยันว่า ยังต้องพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ของคดีต่อไป

องค์กรอัยการ ซึ่งเป็นองค์กรที่สร้างความน่าเชื่อถือ ในกระบวนการยุติธรรมมายาวนาน กลับต้องถูก ตั้งข้อสงสัย ในประเด็นนี้ค่ะ

ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของดิฉัน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน นั้น ดิฉันตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเท ที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม อย่างไม่เลือกปฎิบัติ และดิฉันภูมิใจ ที่ช่วงหนึ่งในชีวิต ได้ทำให้พี่น้องชาวนา และคนยากจน ได้ลืมตา อ้าปาก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แม้ในวันนี้ ดิฉัน ไม่มีตำแหน่งอะไรเหลืออยู่แล้ว ยังคงเหลือแต่ คดีความ ที่ถูกยัดเยียดไว้ให้ ที่ต้องไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

คำว่าความปรองดอง จะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่ใช่การไล่ล่าคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงความเป็นกลาง ที่ต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย เมื่อความเป็นธรรมเกิด ความยุติธรรมก็จะตามมา การยอมรับ ความสงบ ความสามัคคีก็จะมีขึ้นในสังคมไทย

เพราะเราเป็นคนไทยเหมือนกัน แทนที่เราจะหันหน้าเข้าหากัน แล้วร่วมกันทำให้ประเทศของเราเข้มแข็ง แต่กลับสร้างความจงเกลียดจงชังให้แก่กัน ไล่ล่าเพื่อให้ไม่มีที่ยืน สุดท้ายคนที่เสียหายก็คือประเทศของเรา

ดิฉันรันทดใจ ไม่ใช่เพราะดิฉันถูกกลั่นแกล้ง และประสบชะตากรรมที่ไม่เป็นธรรม แต่ดิฉันเสียใจแทนชาวนา และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องสูญเสียโอกาส ต้องกลับไปอยู่ในวังวน ของความยากจน มีหนี้สิน ถูกเอารัดเอาเปรียบ และสูญเสียความเป็นประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ตลอดจน กฎหมายถูกบิดเบือน

สุดท้ายนี้ ดิฉันก็หวังว่า ผู้ที่เป็นฝ่ายอำนวยความยุติธรรมของประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่รักษากติกาประชาธิปไตย และไม่รักษา หลักนิติรัฐ นิติธรรม มาชี้นำใดใดอีก ดังที่มีนักวิชาการกล่าวว่า “ไม่มียิ่งลักษณ์ คนไทยยังอยู่กันได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ในระบบการปกครองของไทยแล้ว คงไม่มีใครอยู่ได้”

อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอยืนยันว่า ดิฉันจะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของดิฉันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญ คือ ดิฉัน จะขอยืนหยัด อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย เราต้องร่วมกันนำความเจริญก้าวหน้า มาสู่ประเทศ ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของเรากลับคืนมา และสร้างความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง

………………

คสช.ปัดห้ามยิ่งลักษณ์แถลงข่าว

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชี้แจงกรณีที่มีการยกเลิกการแถลงข่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีถูก สนช.ลงมติถอดถอนว่า คสช.ไม่ได้มีคำสั่งห้าม เป็นแค่เพียงการขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองตามกฎอัยการศึก

เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังอยู่ในเงื่อนไขเดิมที่ว่าหากความเคลื่อนไหวใด ที่จะเป็นประเด็นทางการเมือง และอาจสุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือประเด็นทางการเมือง ก็ขอความร่วมมือ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ขอให้พิจารณาความเหมาะสมด้วยเท่านั้น

ด้านทีมงานอดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า เนื่องจาก คสช.มีการสั่งงดแถลงข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงจะใช้ช่องทางเฟซบุ๊คส่วนตัวแถลงการณ์ถึงกรณีที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง คดี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ลงมติถอดถอนจากตำแหน่งในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้ประชาชนได้ติดตาม

MThai News

มักง่าย! นักท่องเที่ยว ทิ้งขยะเกลื่อน ‘สะพานมอญ’

นักท่องเที่ยวไร้วินัย ทิ้งขยะเกลื่อนสะพานมอญ ล่าสุดเทศบาลตำบลวังกะ นำรถขยะมาเก็บขยะทุกๆวันศุกร์และวันจันทร์

ฤดูแห่งการท่องเที่ยว ย่อมมีนักท่องเที่ยวหลั่งใหลกันไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างเช่นที่ สะพานมอญ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลายคนต้องการไปสัมผัสกับวิถีชุมชนชาวมอญ แต่กลับพบภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น มีขยะถูกทิ้งเกลื่อนสะพานมอญ

1509866_935525919798796_8156422093467778068_n

โดยภาพดังกล่าวถูกแชร์มาจากเฟซบุ๊กของคุณ Charoenchai Hadkhai ระบุข้อความว่า สะพานหักชำรุด พังเสียหาย พวกเรา ไม่ว่าจะคนสังขละบุรี เมืองกาญ หรือคนที่ไหน ๆ ก็ช่วยกันเรียกร้องเพื่อเอาสะพานคืนมา แต่วันนี้พวกเราได้สะพานคืนกลับมาแล้ว แล้วทำไมถึงเป็นสภาพเช่นนี้ มีปัญญาซื้อของติดมือเดินกินกันได้บนสะพาน แต่ทำไมถึงไม่มีปัญญา ถือกลับมาทิ้งลงถังขยะที่หัวสะพาน แต่ทำไมถึงไม่มีสามัญสำนึก ถือมาทิ้งในถังขยะที่หัวสะพานกัน ถ้าไปเที่ยว เดินชมสะพานแล้วไปทำกันแบบนี้ อย่าไปเลย อย่าไปทำให้สถานที่ท่องเที่ยวเขาสกปรกเลย การกระทำแบบนี้ไม่ให้ความเคารพสถานที่เลย
นอกจากนี้ บริเวณด้านข้างศาลาเชิงสะพานมอญ พบถังขยะของเทศบาลตำบลวังกะ ตั้งวางอยู่ โดยมีปริมาณขยะอยู่ภายในถังจำนวนมาก และมีถุงขยะสีดำวางกองอยู่ตามจุดต่างๆโดยรอบสะพานมอญ  ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าว ทางตัวแทนเทศบาลตำบลวังกะ กล่าวว่า ทางเทศบาล ต.วังกะ จะนำรถขยะมาเก็บขยะทุกๆวันศุกร์และวันจันทร์ ของทุกๆสัปดาห์ โดยในช่วงวันจันทร์-ศุกร์จะไม่พบขยะในปริมาณมากนัก แต่จะมีปริมาณมากในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และช่วงวันหยุดยาว

MThai News

ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค  Charoenchai Hadkhai

ดราม่า! ลูกสาวช็อก แม่เล่นชู้ กับสามีตัวเอง 4 ปี

ลุกสาววัย26ช็อค สามีสารภาพแอบมีเพศสัมพันธ์กับแม่แท้ๆของเธอนาน 4 ปี 

วันนี้(23ม.ค.) เว็บไซต์ข่าวฮ่องกง “แอปเปิ้ล เดลี”ว่า  นางไคลี วัย 26 ปี จากเมืองเชฟฟีลด์ ของอังกฤษได้บอกเล่าเรื่องราวสารคดีชุด ความหายนะในการแต่งงาน ตอนพิเศษ ว่าเธอได้พบกับคนรักในโลกออนไลน์เมื่อ5ปีก่อน จากนั้นก็ได้คบหากันและแต่งงานกันในอีก 3 ปีถัดมาและมีลูกด้วยกัน 2 คน

943672

แต่ช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันนานวันเข้า สามีกลับมีท่าทีเปลี่ยนไป เขามักจะโมโหและทะเลาะกับไคลีอยู่บ่อยครั้ง และแม่ของไคลีคือผู้ที่ทำให้สามีของเธอสงบลงเสมอ จนกระทั่งคืนหนึ่งไคลีได้ตื่นมาให้นมลูกน้อยกลางดึกแล้วตกพบกับเรื่องที่ตกตะลึง เมื่อพบว่าสามีและแม่ของเธอกกำลังดูภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ๋ด้วยกัน แต่สามีของเธอก็อ้างว่าเขาใส่แผ่นผิด

ต่อมาไคลีได้เช็คข้อความในมือถือของแม่จนพบข้อความของสามีที่ส่งมาว่า เขาต้องการที่มีจะมีเพศสัมพันธ์กับแม่คืนนี้ เธอวางแผนจะจับให้ได้คาหนังคาเขา แต่เธอไปช้าไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์แต่ก็พบว่า แม่ของเธอกำลังอาบน้ำ ส่วนสามีอยู่ในสภาพกางเกงในตัวเดียว เธอโกรธมากจึงไล่สามีออกจากบ้านไป

สามีของเธอยอมเล่าความจริงต่อหน้าทนายเพื่อทำการหย่าว่า เขามีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับแม่ไคลีเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ก่อนหน้าที่จะขอไคลีแต่งงานเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ทั้งคู่แอบเป็นชู้กันไม่มีใครรู้เรื่องเลยแม้กระทั่งพ่อไคลีที่อยู่ในบ้านยังไม่เคยทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน

MThai News

ที่มาจาก เดลินิวส์ออนไลน์