ผดส.บราซิลเดือด ลุยเปิดประตูฉุกเฉินเหตุแอร์เสีย

ผู้โดยสารในท่าอากาศยานในบราซิล ฮือประท้วงเนื่องจากเครื่องปรับอากาศบนเครื่องบินเสีย ส่งผลให้อากาศร้อนระอุ พร้อมกดดันให้ลูกเรือเปิดประตูฉุกเฉินเพื่อระบายอากาศ

TEASER-Angry-passengers-open-plane-emergency-exits-because-air-conditioning-broke

วานนี้ (21 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ผู้โดยสารบนเครื่องบินลำหนึ่ง ก่อเหตุลุกฮือประท้วง เมื่อเครื่องปรับอากาศบนเครื่องบินลำนี้เกิดเสียกระทันหัน ก่อนที่เครื่องจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ออกจากท่าอากาศยานในประเทศบราซิล จากนครริโอ เดอ จาเนโร มุ่งหน้าไปยัง เมืองเซาเปาโล โดยรายงานระบุว่าห้องโดยสารมีอุณหภูมิร้อนระอุสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

จากนั้นผู้โดยสารจำนวนหนึ่งรวมตัวกันประท้วง พร้อมทั้งเรียกร้อนคัดค้านไม่ให้มีการขึ้นบิน พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะโดยสารเครื่องบินลำนี้ พร้อมทั้งขู่บังคับลูกเรือให้เปิดประตูฉุกเฉิน เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเท บรรเทาอากาศร้อนระอุที่พวกเขาต้องประสบอยู่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วได้มีการระงับเที่ยวบินดังกล่าว แต่ผู้โดยสารทั้งหมดต้องรออีกกว่า 1 ชั่วโมง เครื่องบินลำนี้ถึงจะได้รับอนุญาตให้ทะยานอีกครั้ง

ทั้งยังมีรายงานว่าผู้โดยสารหญิงท่านหนึ่งบนเครื่องถึงกับเป็นลม และบางคนพยายามเอาน้ำลูบหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ด้านตัวแทนจากสายการบินออกมายอมรับว่า อย่างไรก็ตามได้มีการออกมายืนยันว่าเครื่องปรับอากาศบนเครื่องไม่สามารถใช้งานได้จริง อีกทั้งสายการบินไม่ได้มีวิธีแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ล่วงหน้าอีกด้วย

MThai News

ที่มา Mirror

หวิดตายหมู่ ! ขับรถวอลโว่ พุ่งชนร้านอาหาร

ความคืบหน้ารถวอลโว่พุ่งชนร้านอาหาร เจ็บระนาว ทราบชื่อผู้บาดเจ็บทั้งหมดแล้ว อาการปลอดภัยทั้งหมด 

พ.ต.ท.บุญโชติ เลี้ยงบำรุง พงส.ผนพ.สน.มักกะสัน เปิดเผยความคืบหน้าเหตุรถพุ่งชนกำแพงปั๊มน้ำมันเอสโซ่เข้าใส่ร้านอาหารมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ถนนเพชรอุทัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง โดยที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหารชื่อ ตำหนัก ซึ่งกำแพงอยู่ติดกับปั๊มน้ำมันดังกล่าว

593923-01

บริเวณกำแพงของร้านซึ่งอยู่ติดกับจุดล้างรถของปั๊ม พบรถยนต์เก๋งวอลโว่ รุ่น 850 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 ฬ 3666 กรุงเทพฯ มี นางวรรณณี วโรจนานุลักษณ์ อายุ 68 ปี เป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บแขนขวาฟกช้ำ ขณะที่ภายในร้าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาพักเที่ยง มีประชาชนเข้ามานั่งรับประทานอาหารเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ชื่อ น.ส.นันท์ศศิ ศศะรมย์ อายุ 30ปี น.ส.สาวิณี วงศ์ศาโรจย์ อายุ 30 ปี น.ส.ธนานี ไต่เมฆ อายุ 41 ปี นำส่ง ร.พ.ปิยะเวท และ น.ส.สิริรัตน์ คำชุ่ม อายุ 40 ปี นางมลธิรา ทองประสม อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่ง ร.พ.พระรามเก้า ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งมารับประทานอาหารที่ร้าน และถูกกำแพงร้านหล่นใส่

จากการสอบสวน นางวรรณณี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถคันดังกล่าวเข้ามาเติมแก๊สแอลพีจีภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว โดยจุดที่เติมนั้น ห่างจากกำแพงของปั๊มน้ำมัน 100 เมตร เมื่อเติมแก๊สเสร็จ ตนได้ขยับเกียร์ออโตเมติก จากเกียร์ N ไปที่เกียร์ D เพื่อขับออกไป เมื่อเข้าเกียร์ ปรากฏว่า รถได้พุ่งอย่างแรงทะยานตรงลิ่วไปชนกับกำแพงของปั๊มก่อนพุ่งเข้าใส่ร้านอาหารอย่างแรง

โชคดีที่มีท่อหายใจน้ำมันรับแรงกระแทกของรถทำให้เครื่องดับ ไม่อย่างนั้นคงกระเด็นพุ่งไปไกลกว่านี้ และคงมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากมาย โดยระหว่างที่รถพุ่งตนพยายามเหยียบเบรกตลอด แต่ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

สุริยะใส ชม วิชา ผู้เป็นมหาคน

สุริยะใส โพสต์ชื่นชม วิชา มหาคุณ หลังทำหน้าที่ตามเอาผิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม พร้อมยกเป็น  “วิชาผู้เป็นมหาคน

วันนี้ (22 ม.ค. 58) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย และผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าชี้แจงปิดคดีปมจำนำข้าวต่อ สนช. โดยนายสุริยะใส ยกย่องนายวิชา เป็นมหาคน ภายหลังจัดเต็มไล่ล่าการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นต้นตอทุกปัญหาของชาติ โดยระบุว่า

สุริยะใส กตะศิลา, วิชา มหาคุณ, วิชามหาคน, ถอดถอนยิ่งลักษณ์, จำนำข้าว, ข่าววันนี้

วิชา มหาคุณ

…รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนำข้าว ชาวนา จำนำชีวิต ประเทศจำนำหนี้ …ท่านวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช.

ขอคารวะอีกครั้งกับการทำหน้าที่แถลงปิดคดี ไม่เยิ่นเย้อ กระชับ ชัดเจน และเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ทั้งตอนเปิด ปิด และขั้นตอนซักถาม อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อ มายืนอ่านแถลงการณ์ปิดคดีแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเสียดายไม่ได้เปิดให้ สนช.ซักถามหรือมีข้อโต้แย้งใดๆ ได้

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านวิชาต้องพ้นจากตำแหน่งภายในปีนี้ ซึ่งครบวาระของการดำรงตำแหน่ง 9 ปีพอดี เรียกได้ว่านับเดือนเหลือก็ว่าได้ ตลอดห้วงระยะเวลาการทำงานของท่านวิชา เป็นแถวหน้าของการเอาจริงเอาจังและไม่ลดลาวาศอกกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม จนถูกข่มขูอาฆาต มาดหมายเอาชีวิตเป็นระยะๆ ที่สำคัญช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการเมืองไทยจมปลักอยู่กับความแตกแยก ปัญหาการทุจริตฯ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตอสำคัญก็ว่าได้

เพราะการทุจริตรุนแรงขึ้นทั้งแนวราบแนวดิ่ง ซึมลึกไปถึงทัศนคติ ค่านิยมของผู้คนบางกลุ่มที่ยอมให้ผู้มีอำนาจ โกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ด้วย ผลพวงจากกลุ่มธุรกิจการเมืองเฮโลยกทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐผ่านพรรคการเมือง ผ่านสัปทานการเลือกตั้ง เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้องและพวกพ้อง ผ่านเมกะโปรเจคต์สารพัดและนโยบายประชานิยมสุดโต่งที่หากินกับความยากจน

ท่านวิชาเป็นผู้หนึ่งที่จับได้ไล่ทัน เล่ห์เพทุบาย และพยายามเปิดโปงตีแผ่ตลอดมา ความรู้เท่าทัน ความเข้าใจที่แจ่มแจ้ง และความมุ่งมั่นที่ท่านเพียรพยายาม ผมอยากเห็นท่านวิชาในวัยหลังหมดวาระ หาทางถ่ายทอดประสบการณ์ ถอดบทเรียนชีวิต เพื่อเป็นวิทยาการและเพื่อประสาทวิชา และใช้ในการฝึกอบรม ให้ผู้คน ให้สังคม ตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่าจริงจัง

คารวะ ท่านวิชา มหาคุณ ผู้เป็น “มหาคน” ครับ..

MThai news