หนุ่มคว้าปืนดวลตร. เหตุแค่ไม่ใส่หมวกกันน็อก

หนุ่มดวลปืนตร.สนั่นสนามบินไต้หวัน เหตุแค่ไม่ใส่หมวกกันน็อก!! ดับ 1 เจ็บ 2

วันที่ 20 ม.ค. เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่สนามบินจินจวนคาง ประเทศไต้หวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน โดยมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายคลิปอยู่ในอาคาร และต่อมาก็ถูกนำไปออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น

887a

887b

ตามรายงานระบุว่าชายวัย45 ปี ชื่อนายจาง ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่สนามบินพร้อมกับลูกสาววัย 10 ขวบ แต่โดนตำรวจเรียกเพราะไม่ใส่หมวกนิรภัย ทันใดนั้น นายจางก็กำหมัดชกใส่ตำรวจทันที จนตำรวจต้องควักปืนออกมายิงขู่

ตอนนั้นเองก็เกิดชุลมุนกันขึ้น ทั้งนายจางกับตำรวจกอดยื้อแย่งปืนกันไปมา จนปืนตกลงพื้น นายจางเป็นคนเก็บได้แล้วยิงใส่ตำรวจอีก 2 นายที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือ จนเกิดดวลปืนกันดุเดือดสนามบิน ประชาชนวิ่งหลบกระสุนปืนกันอลหม่าน
สิ้นเสียงปืน นายจางโดนยิงแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนนายตำรวจคนแรก กับผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาโดนลูกหลงนั้นบาดเจ็บ ส่วนลูกสาววัย 10 ขวบของนายจางปลอดภัยดี

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

แถลงปิดคดีถอดถอน “นิคม” มา -“สมศักดิ์” เบี้ยว!

สนช. ทยอยเตรียมประชุมคดีถอดถอน ขณะ “นิคม” ยัน ฟังแถลงปิดคดีด้วยตนเอง – “สมศักดิ์”  ไม่มา ขณะที่ “เจตน์” ไม่กลัวโดนฟ้องโหวตถอด ”ยิ่งลักษณ์”

บรรยากาศก่อนการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ล่าสุด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เริ่มทยอยเดินทางเตรียมตัวประชุมที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.  โดยวาระพิจารณาถอดถอนในขั้นแถลงปิดสำนวนคดีของนายนิคม ไวรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมศักดิ์, นิคม, พรเพชร, เจตน์, ถอดถอน, สนช., ปิดคีด

แถลงปิดคดีถอดถอน “นิคม-สมศักดิ์”

กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว. ซึ่งเบื้องต้นคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ยืนยันว่า นายนิคมจะเดินทางมาฟังคำแถลงปิดสำนวนคดีด้วยตนเอง เพื่อชี้แจงและอธิบายถึงข้อเท็จจริง พร้อมหลักฐานประกอบ เพราะมองว่า ทั้งนี้ มั่นใจว่าหลังจากอธิบายแล้ว สนช. จะได้ข้อมูล รับรู้ข้อเท็จจริง เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนนายสมศักดิ์ ไม่ได้มาแถลงปิดสำนวนคดีในวันนี้ด้วย อาจทำให้เสียเปรียบได้

พรเพชร เรียก สนช.เข้าห้องประชุมก่อนเข้าวาระถอดถอน

บรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ล่าสุด นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรียกสมาชิก สนช. เข้าห้องประชุมแล้ว เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วน 7 เรื่อง ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ซึ่งเป็นขั้นตอนการรับฟังคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของฝ่ายกล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา

ประธานการประชุมจะยื่นเรื่องต่อที่ประชุมให้รับทราบ 4 เรื่อง อาทิ การรับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตย์สภา พ.ศ. …. การรับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการค้างาช้าง พ.ศ. …. การรับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

สนช.เจตน์ไม่กลัวโดนฟ้องโหวตถอดถอน’ยิ่งลักษณ์’

นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติเเห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับประเด็นการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ม.ค. นี้ว่า โดยส่วนตัวนั้นกระเเสข่าวเกี่ยวกับการล็อบบี้ ตั้งธงการลงมติให้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งนั้นไม่มีเเน่นอน สนช. ผู้ลงมติทุกท่านล้วนมีความเป็นอิสระ มีความคิดเป็นของตัวเองทั้งสิ้นไม่สามารถมีใครมาควบคุมได้ ส่วนการทำหน้าที่ในปัจจุบันของตนนั้น ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้สึกกดดัน เพราะถือเป็นหน้าที่ เเละเป็นเพียงการทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หวั่นไหวเเต่อย่างใด

ส่วนกระเเสข่าวเกี่ยวกับการที่ทีมงานทนายความของอดีตนายก ยิ่งลักษณ์ มีความคิดว่าหากมีการลงมติถอดถอนในคดีดังกล่าวจริง ทีมทนายจะดำเนินการฟ้องร้องนั้น โดยส่วนตัวเเล้วถือว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถจะทำได้ แต่ตนไม่ได้เกรงกลัวหรือกังวลใจเเละจะไม่ส่งผลต่อการทำหน้าที่แน่นอน เนื่องจากหากการทำหน้าที่นั้นไม่ได้ผิดกฎระเบียบหรือข้อบังคับใด ๆ ของที่ประชุม การทำหน้าที่ก็จะเป็นการทำหน้าที่ตามปกติเช่นกัน เเละผลการลงคะเเนนของ สนช. จะเป็นบรรทัดฐานในการทำงานในคดีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ส่วนประเด็นของ 38 ส.ว. ที่จะต้องหารือเกี่ยวกับมติลงชื่อถอดถอนนั้น จะมีขั้นตอนจากวันที่ 21 ไปอีก 7 วัน เช่นเดียวกับประเด็นของการถอดถอน นายนิคม นายสมศักดิ์ เเละ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นเดียวกัน ซึ่ง สนช. จะต้องดำเนินการต่อไป

นายกฯ ย้ำ งบฯ ปี 59 ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นายกรัฐมนตรี  กำชับ จัดสรรงบประมาณปี 59 ต้องมีศักยภาพ โปร่งใสไร้ทุจริต เน้น ขับเคลื่อนประเทศ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความเข้มแข็งในทุกมิติ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

นายกฯ ย้ำ งบฯ ปี 59 ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง-เข้มแข็งทุกมิติ

โดยที่ประชุม  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ เน้นมีศักยภาพ และสร้างความเข็มแข็งทางเศรษฐกิจใหม่ในทุกมิติ และพัฒนาให้เศรษฐกิจมีความเข็มแข็งยิ่งยืน จึงสามารถขับเคลื่อนเดินหน้าประเทศได้ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย ยืนยัน ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง โดยภายใต้ขับเคลื่อน จะมีจะมีฝ่ายต่างๆตรวจสอบการจัดทำงบประมาณ ไม่ใช่การจับผิด แต่เพื่อการขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยยึดถือคุณธรรมและหลักเศรษฐกิจพอเพียง

เน้นประสิทธิภาพการใช้จ่าย ขับเคลื่อนงบประมาณการลงทุนด้วยความรวดเร็ว  สร้างการทำ   งานบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย สร้างความโปร่งใสการทำงาน ห้ามเกิดการทุจริตใด  เพราะรัฐบาลและคสช.ต่างเน้นสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ

MThai news