ด่วน! ไฟไหม้ คลังพลาซ่า-เดอะมอลล์โคราช

เกิดเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า “คลังพลาซ่า-เดอะมอลล์”เมืองโคราช เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ

มีรายงานข่าวด่วนแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังพลาซ่า ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมา โดยเกิดกลุ่มควันหนาแน่นที่ชั้น 1 ประชาชนในพื้นที่พากันแตกตื่น รวมถึงมีประชาชนยืนดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก

B-1fQH5VEAAkhOj

B-1ZeNYUMAAd2lS

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นตั้งอยู่ย่านกลางเมือง เป็นอาคารสูง 9 ชั้น พบเปลวเพลิงและควันไหม้กำลังลุกไหม้ฝ้าเพดานของห้องขนาดพื้นที่ 10 ตารางเมตร ที่กำลังต่อเติมอยู่บริเวณด้านหน้า ซึ่งเป็นทางเข้าออกติดกับลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมเพลิง 15 นาที ควบคุมเพลิงไว้ได้ จากนั้นได้ใช้เครื่องดูดควันออก เพื่อให้ระบายกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

ด้านนายนรินทร์ วารีปาน หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายไฟฟ้าซ็อต จากนั้นพบกลุ่มควัน ได้ลอยขั้นบนท้องฟ้าจำนวนมาก สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากระบบไฟฟ้าที่อยู่บนฝ้าลัดวงจร แล้วลุกลามไหม้วัสดุที่เป็นพลาสติก และกล่องกระดาษและเศษอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ด้านใน ประเมินค่าเสียหายกว่า 2 แสนบาท

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นอีกหนึ่งจุดที่ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์โคราช ในเวลาไล่เลี่ย

B-1aYbnUsAIlTBi

ภาพจากทวิตเตอร์ You are Inspiration ‏@iTeOy,Mike VoiceTV21 ‏@da_mike

MThai News

ฮิปสเตอร์ตัวตนจริง หรือแค่Wanna be อยากจะเป็น?

ยุคนี้ สมัยนี้ ใครไม่รู้จัก  ‘ฮิปสเตอร์ – hipster’ ถือว่าเอาท์สุดๆ เพราะกำลังเป็นกระแสร้อน กระแสนิยมบนโลกออนไลน์ หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า ‘ฮิปสเตอร์’ คืออะไร…

บ่องตง ว่า ไม่ต่างอะไรกับ ‘เด็กแนว’ ยุคก่อน ที่วันนี้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว ฉะนั้นถ้าจะให้ ‘อิน’ เข้ากับยุคสมัยนี้ ต้องเรียกพวกเขาว่า ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เท่านั้นถึงจะเหมาะเหม็ง

คลิกชม MThai ข่าวภาคซ่าส์ พูดถึงเรื่องนี้กัน

แล้วอะไรล่ะเป็นสัญญานบ่งบอกความเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’?!

‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เป็นคำที่ใช้เรียก หรืออธิบายถึงคนที่ชอบทำตัวแปลก แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นคนนอกกรอบ ไม่ชอบตามกระแส (แต่เอาเข้าจริงๆฮิปสเตอร์เป็นกระแสที่มีมานานแล้วในประเทศแถบตะวันตก แต่เพิ่งจะมาเป็นประเด็นในไทยเมื่อไม่นานมานี้)

โดยพื้นฐานแล้ว ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือกลุ่มบุคคลที่มีความคิดหัวก้าวหน้า รักธรรมชาติ ดูแลสุขภาพ บ้างก็บอกว่า ฮิปสเตอร์ ชอบรับประทานอาหารคลีน (อาหารที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง) รักอิสระ ดื่มด่ำงานศิลปะ และชอบปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ

Hipster-ฮิปสเตอร์’ แต่ละคนจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะนิยมแต่งตัวแบบวินเทจ และมีแนวคิดทางด้านการเมืองไปทางเสรีนิยม หัวก้าวหน้า มักแสดงออกว่าตัวเองไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรืออาจจะถึงขั้นชิงชังการเมืองไปเลย

สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ได้ ต้องอัพเดทตลอด คือ โซเชียล !

ที่สำคัญจำไว้เลยว่า ‘กฎเหล็ก’ ของ ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือ….ต้องปฏิเสธว่าตัวเองเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ บางคนถึงขั้นแสดงความหมั่นไส้ ดูแคลนวัฒนธรรมฮิปสเตอร์กันเลยก็มี

‘ฮิปสเตอร์ไทย’ ทำตัวกันยังไงหรอ? อืมมม…ก็ต้องกินกาแฟร้านแนวๆที่ไม่ใช่ แฟรนไซส์ (Franchise) เลี้ยงแมว ปลูกกระบองเพชร คงคอนเซ็ปต์ ปั่นจักรยานแนววินเทจ นี่แหละวิถีฮิปเตอร์

ชอบอ่านนิตยสารอย่าง  Kinfolk ใช้ แอป VSCO CAM แต่งภาพ มีเสื้อแมรี่อิสแฮปปี แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวฮิปสเตอร์ชอบไปมาก คือ เชียงใหม่

ภาพแบบ ฮิปสเตอร์

ภาพแบบ ฮิปสเตอร์

ถ้าเป็น ‘ผู้ชาย’ ต้องไว้หนวด ไว้เครา หรือแต่งตัวสไตล์ย้อนยุค หนังที่โคตรฮิปสเตอร์อาจเป็นหนังง่ายๆสนุกๆหรือเป็นหนังที่ยาก แต่ที่แน่ๆต้องไม่เป็นหนังกระแสหลักอย่างแน่นอน

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ถือว่าเป็น ฮิปสเตอร์ตัวพ่อ  ฉะนั้นหนัง Mary is happy Mary is happy ที่กำกับโดย เต๋อ-นวพล จึงถูกจัดเป็นหนังของเหล่าฮิปสเตอร์ไทยโปรดปรานเป็นที่สุด

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

ขณะที่ อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ พี่เล็ก-Greasy cafe ก็ขึ้นแท่นเป็นศิลปินในดวงใจของเหล่า ฮิปสเตอร์เมืองไทย

ตัวตนจริง หรือ แค่ Wanna be (พวกจอมปลวก) …วันนี้ ฮิปสเตอร์สไตล์กำลังเป็นเรื่องที่วัยรุ่นไทยหลายคนให้ความสนใจมาก จนกลายเป็นประเด็น ‘ดราม่าฮิปสเตอร์’ ถึงขั้นมีการเสียดสีจิกกัดเหล่าบรรดาฮิปสเตอร์ ผ่านทางโลกออนไลน์ บ้างก็มองว่า หากเป็นตัวตนที่แท้จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กับบางคนพยายามที่จะเป็นอยากจะฮิปสเตอร์ มันก็ดูเป็นเรื่องที่ขัดหูขัดตา

บางคนถึงขั้นนำไปตั้งกระทู้สอบถาม ผู้คนในโลกออนไลน์ ว่า “…เป็นฮิปสเตอร์ต้องทำตัวยังไง?…”  แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่พยายามอยากจะเป็น เพราะมันคือแฟชั่น ล่าสุดมีการตั้งเพจ ‘ฉันเป็น Hipster’ จุดประสงค์เพื่อ จิกกัด ประชดประชันพวกที่ชอบตามอย่างกระแสฮิปสเตอร์ โดยเฉพาะ

เมื่อชาวนาเป็นฮิปสเตอร์

เมื่อชาวนาเป็นฮิปสเตอร์

การมาให้นิยามว่าจะเป็นฮิปสเตอร์ได้ต้องเลี้ยงแมว กินกาแฟ แต่งตัววิจเทจ หลีกเลี่ยงกระแสหลัก (ความนิยมของคนหมู่มาก) หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันดูจะฉาบฉวยไปหน่อย

เพราะอย่าลืมว่า การอยู่นอกกรอบ นอกกระแส มันก็คือ กระแสนิยม เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีไม่ว่าเราจะเป็นคนสไตล์ไหน การเป็นตัวของตัวเองมันดีที่สุด ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งตามใคร

สังคมเองไม่ควร ประเมิน หรือ ตัดสินใคร เพียงเพราะคนสไตล์นี้ที่ เราไม่ชอบ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมมองความชอบของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ขอแค่เป็น ‘คนดี’ ของสังคมคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

mary is happy

mary is happy

MThai News

ขอบคุณภาพจาก visitjessjanz,ธนชาติ ศิริภัทราชัย,Mue Wrch

กบฎแมนฮัตตัน!ชื่อไทย-ฝรั่งที่มันส์กว่าหนังฮอลลีวู้ด

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2494 หรือประมาณ 64 ปีที่แล้ว ประวัติศาสตร์การเมืองหมุนเวียนไปจนใครหลายคนแทบจะลืมเลือนแล้ว โดยเฉพาะเด็กรุ่นนี้อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเหตุการณ์ กบฎแมนฮัตตัน และคงสงสัยว่า ทำไมกบฎในไทยแต่ชื่อฝรั่งจัง? แล้วเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้น

วันนี้ MThai จะพาย้อนกลับไปเหตุการณ์วันนั้น วันที่การเมืองไทยลุ้นระทึกซะจนไม่ติดเก้าอี้ หลายคนยกให้เหตุการณ์นี้เป็นประวัติศาสตร์ที่อ่านมันส์ที่สุดถึงขั้นเอาไปสร้างหนังฮอลลีวู้ดได้เลย

Wiki_Man

กบฎแมนฮัตตัน เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มนายทหารเรือ ที่เรียกตัวเองว่า คณะกู้ชาติ จี้ตัว จอมพล ป.พิบูลสงคราม ระหว่างพิธีรับมอบเรือแมนฮัตตัน จากสหรัฐอเมริกา โดยการก่อการประสบความล้มเหลวทำให้ถูกตีตราว่าเป็น ‘กบฎ’ ซึ่งสาเหตุการพยายามทำรัฐประหารมาจากความไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม สมัยที่ 2

สาเหตุที่2คือ การที่กองทัพเรือไม่ได้รับความไว้วางใจหลังจากที่เกิดเหตุการณ์กบฎวังหลวงและถูกรัฐบาลจอมพล ป. มองว่า กองทัพเรืออยู่ข้างนายปรีดี พนมยงค์ ขั้วตรงข้ามของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกอบกับในช่วงนั้นมีการปรับปรุงกรมตำรวจให้มีลักษณะคล้ายกองทัพ ซึ่งระหว่างกรมตำรวจกับกองทัพเรือในเวลานั้นมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ

1วันก่อนลงมือแผนการแมนฮัตตัน

คณะผู้ก่อการได้วางแผนลงมือรัฐประหารมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สบโอกาส เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก จนกระทั่งผู้ร่วมก่อการหลายคนเชื่อว่า แผนแมนฮัตตันจะถูกเลื่อนไปอีก จึงไม่ได้เตรียมการให้พร้อม ซึ่งสาเหตุที่เลือกวัน จี้ตัว จอมพลป.ในวันนั้นเพราะว่า เป็นวันหยุดของทหาร ซึ่งส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับบ้านนอก ทำให้เหลือทหารในพระนครน้อยและคาดว่าจะเรียกทหารเหล่านั้นกลับมาประจำการไม่ทันเพราะความรวดเร็วการสื่อสารไม่ได้เป็นแบบทุกวันนี้ นอกจากนี้ สถานที่ลงมือเป็นพื้นที่ของทหารเรือด้วย

Manas

29 มิ.ย. 2494 นาทีระทึก!

เวลา 15.00 น. 29 มิถุนายน พ.ศ.2494 จอมพลป. พิบูลสงคราม มาเป็นประธานในพิธีรับมอบเรือแมนฮัตตันที่ท่าราชวรดิฐ โดยผู้แทนฝ่ายอเมริกันได้พูดกล่าวมอบ เสร็จแล้วจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบทางเรือลดธงชาติอเมริกันลงจากเสา และชักธงชาติไทยขึ้น จากนั้นได้มีการเชิญนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นไปชมเรือ แผนการจึงเริ่มต้นขึ้น

น.ต.มนัส จารุภา ผู้ก่อการได้ออกคำสั่ง “หมู่รบตามข้าพเจ้าวิ่ง” นำทหารเรือวิ่งไปปิดสะพานบันไดขึ้นเรือห้ามมิให้ผู้ใดผ่าน ถ้าฝ่าฝืนจะยิงทันที น.ต.มนัสเข้าจี้ตัวจอมพลป.พิบูลสงคราม พร้อมประกาศว่า “เราต้องการแต่ตัวท่านจอมพล คนอื่นไม่เกี่ยวข้องถอยออกไป ขอเชิญท่านจอมพลทางนี้”

จากนั้นได้พาตัวจอมพลป.พิบูลสงคราม ลงเรือที่เตรียมไว้แล้วพาตัวไปคุมขังที่เรือหลวงศรีอยุธยา โดย น.ต.มนัส จารุภา ได้เปิดเผยบทสนทนาช่วงเวลาที่จี้ประชิดตัว จอมพลป. ในหนังสือชื่อ เมื่อข้าพเจ้าจี้จอมพล โดยจอมพล ป.ได้ถามข้อสงสัยต่างๆ ดังนี้

จอมพลป. :”ในการการกระทำครั้งนี้มีพรรคคอมมิวนิสต์ร่วมด้วยหรือเปล่า”

น.ต.มนัส : “ไม่มี”

จอมพลป. :”แล้วหลวงประดิษฐ์ (นายปรีดี พนมยงค์) ร่วมด้วยหรือเปล่า”

น.ต.มนัส : “ไม่ได้ร่วม”

จอมพลป.: “ได้ซับซิดี้ (เงินสนับสนุน) จากใคร”

น.ต.มนัส  :”พวกที่ทำงานครั้งนี้เป็นพวกคนหนุ่มเกือบทั้งสิ้น ไม่เคยได้รับเงินทองอุดหนุนจากบุคคลหรือคณะใด ๆ มีแต่เงินเดือนของตัวเอง แม้แต่ตัวของผมเองก็มีเงินติดกระเป๋าอยู่ในขณะนี้เพียงพันสองร้อยบาทเท่านั้น”

ท่านจอมพลป.พิบูลสงครามฟังแล้วก็นิ่งอยู่ขณะหนึ่ง แล้วก็พูดว่า “เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้วก็ให้โล่งใจมาก” ถามต่อไปใหม่ว่า “เหตุใดพวกคุณถึงคิดทำการเช่นนี้ขึ้น”

น.ต.มนัส :”ที่พวกผมทำขึ้นก็เพราะว่า รัฐบาลคณะนี้มีความเหลวแหลกมากมาย รัฐมนตรีในคณะหลายคนทำความชั่วร้าย ใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต กอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของราษฎรส่วนรวม ตลอดทั้งบุคคลหลายคนในคณะรัฐประหารก็ได้ใช้อภิสิทธิ์แสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าพรรคพวกตนเองเช่นเดียวกัน”

จอมพลป.: “แล้วพวกคุณทราบได้อย่างไร มีหลักฐานอย่างไร”

น.ต.มนัส :”พวกผมทราบจากท่านผู้ใหญ่ในวงราชการ จากบุคคลในคณะรัฐประหารนั่นเอง และจากหนังสือพิมพ์ที่เป็นปากเสียงของประชาชน”

จอมพลป.:”การที่จะไปเชื่อข่าวอย่างนั้นดูจะไม่แน่นอน โดยเฉพาะพวกหนังสือพิมพ์ ถ้ามีจริงก็ควรจะได้จัดการกันตามกฏหมาย”

Manhattan_Rebellion

ระดมแผนแย่งตัวประกัน

เมื่อ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกคุมตัวอยู่ในเรือ หัวหน้าคณะผู้ก่อการคือ  น.อ.อานนท์ ปุณฑริกกาภา ร.น. ได้ให้จอมพล ป. ออกกระจายเสียงในฐานะนายกรัฐมนตรี ประกาศตั้ง พระยาสารสาสน์ประพันธ์ขึ้นเป็นนายกฯแทน แต่ทางฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมทำตามจึงได้ตอบวิทยุกระจายเสียงกลับไปและตั้งนายวรการ บัญชา ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นเป็นรักษาการนายกฯ แทน

กองบัญชาการเฉพาะกิจถูกจัดตั้งอย่างเร่งด่วน ทุกฝ่ายถูกเรียกเข้าประชุมที่พระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อวางแผนชิงตัวจอมพล ป. กลับคืนมา ในระหว่างนั้นเองบนฝั่ง น.อ.อานนท์ ก็ได้ระดมกำลังตั้งรับในบริเวณพื้นที่ของกองเรือรบที่ท่าราชวรดิษฐ์ และบริเวณท่าช้างวังหลวง โดยมีกำลังทหารเรือส่วนหนึ่งที่ได้จู่โจมเข้าทำการยึดโรงไฟฟ้า และโทรศัพท์กลางวัดเลียบ แต่สถานการณ์ไม่ได้เป็นต่อรัฐบาลแต่อย่างใด เมื่อกองกำลังหลักของคณะกู้ชาติไม่สามารถมาสนับสนุนได้ต่อมา โรงไฟฟ้า และโทรศัพท์กลางวัดเลียบ ถูกกำลังตำรวจรถถังยึดคืนไปได้ มีการยิงรบสู้กัน

ยิ่งไปกว่านั้นจุดที่ทำให้แผนของผู้ก่อการรัฐประหารกลายเป็นที่เพลี่ยงพล้ำมาจาก เรือรบหลวงอยุธยาไม่สามารถแล่นผ่านสะพานพุทธได้ เนื่องจากสะพานไม่เปิดตามแผนที่ได้วางเอาไว้ ต่อมาเครื่องยนต์เสียจากการถูกโจมตีอย่างหนัก

ทางฝ่ายรัฐบาลกำลังหารือว่าจะทำอย่างไรดี พล.อ.ผิน ชุณหะวัณ ผู้บัญชาการทหารบก รวมถึง พล.ท.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 1 กลายมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการชิงตัวจอมพลป.คืน ในขณะที่ พล.ร.อ.สินธุ์ กมลนาวิน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เข้ามาขอพบฝ่ายรัฐบาลเพื่อยืนยันว่า ทหารเรือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และผู้ก่อการเป็นเพียงทหารเรือส่วนน้อยเท่านั้น โดยฝ่ายรัฐบาลมีแนวคิดจะให้ทหารเรือแอบขึ้นเรือรบหลวงศรีอยุธยาในยามวิกาลเพื่อชิงตัวจอมพล ป. พิบูลสงครามกลับมาก่อนเวลา 05.00น.ของวันรุ่งขึ้น  แต่แผนนี้ก็ถูกพับลงเพราะเกรงว่าจอมพลป.อาจจะโดนลูกหลง

เริ่มแผนชิงตัว ระเบิดจากฟ้าลงสู่เจ้าพระยา!

เหตุการณ์ผ่านไปข้ามวัน จนกระทั่งเวลา 15.00น. การเผด็จศึกของฝ่ายรัฐบาลจึงเริ่มขึ้น  จอมพล ฟื้น ฤทธาคนี ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งให้เครื่องบิน ทิ้งระเบิดบอมบ์ใส่ ร.ล.ศรีอยุธยา ทั่วพื้นน้ำเจ้าพระยาสนั่นหวั่นไหว แม้ว่าจะเป็นวิธีที่เสี่ยงที่จอมพลป.จะได้รับอันตราย แต่ระเบิดลูกนั้นก็ทำให้เรือค่อยๆเอียงและจมลง ทหารบนเรือกระโดดสละเรือหลวงว่ายเข้าหาฝั่ง ทหารเรือคนหนึ่งนำเสื้อชูชีพสวมให้จอมพลป.ก่อนที่จะพาว่ายน้ำมาขึ้นฝั่ง

มีภาพฉากหลังควันไฟสีดำพวยพุ่งเป็นเรือรบหลวงศรีอยุธยาค่อยๆจมลงช้าๆ ท้ายที่สุดฝ่ายผู้ก่อการและรัฐบาลเปิดการเจรจากัน ฝ่ายกบฏได้ปล่อยตัวจอมพล ป.ในเวลา 23.00น.เป็นอันจบคืนวันอันระทึกของจอมพลป.พิบูลสงคราม

[การเลือกวิธีทิ้งระเบิดนี้ถึงกับมีข่าวลือมาว่าเป็นคำสั่งจากฝ่ายรัฐบาลที่เชื่อว่า จอมพลป.พิบูลสงคราม เพิ่งปรึกษาหมอดูมาและหมอดูบอกว่าดวงยังไม่ถึงฆาต รวมถึงก่อนหน้านี้จอมพลป.รอดจากการลอบสังหารมาหลายครั้ง หลายคนเลยคิดว่า ท่านผู้นำคงมีของดีแน่ๆ]

HTMS_Sri_Ayutthaya_before_sinking (1)

ปิดฉากกบฎแมนฮัตตัน

ผู้ต้องหาร่วมหนึ่งพันคนถูกจับไปรวมกันไว้ที่สนามศุภชลาศัย แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอจึงมีการส่งฟ้องแค่100คนและได้รับนิรโทษกรรมในปี 2500 ส่วนน.อ.อานนท์ และน.ต.มนัส ต้องลี้ภัยไปย่างกุ้งประเทศพม่า ก่อนที่น.ต.มนัสจะกลับเข้ามาในประเทศไทยปี 2495และถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

“….ทันทีที่เท้าข้างหนึ่งจุ่มลงไปในแม่น้ำแม่สาย ข้าพเจ้าก็บอกกับตัวเองว่า พอกันทีอย่ามาตามจับตัวกันเสียให้ยากเลย ข้าพเจ้าลุยน้ำตามหลัง น.อ.อานนท์ น้ำในแม่น้ำแม่สายมีระดับเพียงเอว แต่กระแสก็ไหลแรงพอดู ปะทะตัวให้โอนเอนไปมา บางครั้งก็ลื่นถลำไปบนกองหินใต้น้ำ ทำให้จมลงไปถึงแค่คาง สุดท้ายก็ก้าวขึ้นฝั่งตลาดขี้เหล็กดินแดนของสหภาพพม่า ซึ่งมีอธิปไตยของตนเองโดยสมบูรณ์ บัดนี้ เป็นอันว่าเราได้รับสิทธิคุ้มครองจากกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัยทางการเมืองแล้ว เราเชื่อว่า ต่อแต่นี้ไปเงื้อมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยไม่สามารถจะมาเหนี่ยวรั้งเอาตัวพวกเราไปได้โดยเด็ดขาด ลาก่อน ประเทศไทยที่รัก จนกว่าจะกลับมาอีก….” น.ต.มนัส เขียนในหนังสือ เมื่อข้าพเจ้าจี้จอมพล

หลังจากเหตุการณ์นี้ กองทัพเรือได้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นการก่อรัฐประหาร2ครั้งติดต่อกันตั้งแต่กบฎวังหลวง มีการยุบกรม กอง โยกย้ายและลงโทษทหารเรือระดับสูงจำนวนมากแม้ไม่มีความผิดกับเรื่องนี้และหลังจากนั้นกองทัพเรือก็ไม่เคยนำทำรัฐประหารอีกเลย

@Nookkill

MThai News