จับตา! มหาเถรฯ ถกซ้ำมติ ธัมมชโย ปราชิกหรือไม่?

ระทึก! จับตามหาเถรฯ ถกมติ พระธัมมชโย ปราชิกหรือไม่?

วันนี้(20 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม จะมีการนำประเด็น พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ต้องปราชิกตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ หรือไม่

145244

ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ชี้แจงว่า เคยมีมติที่ประชุมมหาเถรสมาคมเมื่อปี 2542 ว่า เนื่องจากได้คืนทรัพย์สินจำนวน900ล้านบาทให้กับทางวัดแล้ว จึงทำให้พระธัมมชโยไม่ต้องปราชิก

แต่อย่างไรก็ตามมหาเถรสมาคมจะนำประเด็นนี้เข้ามาพิจารณาอีกครั้งเพื่อความสบายใจของพุทธศาสนิกชนและสปช. ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่าการประชุมดังกล่าวจะมีการพิจารณาพระลิขิตของสำเด็จพระสังฆาราชทั้ง 6 ฉบับ รวมถึง เรื่องของวัดพระธรรมกาย เรื่องตัวของพระธัมมชโย แยกประเด็นออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องติดตามมติการประชุมต่อไป

MThai News

9WPk2

นศ.ม.กรุงเทพชู 3 นิ้วโวย! ถูกตำรวจ คุกคามถึงห้อง

นักศึกษาชู 3 นิ้ว โวยผ่านเฟซบุ๊ค แฉถูกเจ้าหน้าที่คุกคามถึงห้องพัก เรียกร้องหากอยากคุยต้องทำหนังสือเชิญเป็นลายลักษณ์อักษรมา

นายนัชชชา กองอุดม นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค “Nat Nachacha” เผยถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผานมา

นศ.ชู 3 นิ้ว

นศ.ชู 3 นิ้วโวย! ถูกคุมคามถึงห้อง

โดยข้อความระบุว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่หอพักของตน ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และสามารถเข้าไปถึงที่หน้าห้องได้ทั้งที่ปกติจะต้องมีการสแกนลายนิ้วมือ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควร ตำรวจได้เคาะที่หน้าห้องและถ่ายภาพ ซึ่งในเวลาขณะนั้นตนไม่ได้อยู่ห้อง เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่รปภ. และแม่บ้านว่าตนไปไหน ปกติอยู่ยังไง เข้าออกตอนไหน ซึ่งถือว่าเป็นการคุกคามและเป็นอันตราย

จึงอยากเรียกร้องให้คณะเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน ตำรวจ ทหาร หรือ เจ้าหน้าที่ของทางคสช. ถ้าต้องการพบหรือเรียกตัวขอให้มีการเขียนหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการคุกคามและเป็นอันตราย

ทั้งนี้นายนัชชชา เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเดินทางไปดูภาพยนตร์เรื่องเดอะ ฮังเกอร์ เกมส์ ที่หน้าโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ พร้อมกับชู 3 นิ้ว เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงยังได้เข้าร่วมในอีกหลายเหตุการณ์ด้วย

นศ.ชู 3 นิ้ว

นศ.ชู 3 นิ้ว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แนวหน้า

MThai News

สับเละนสพ.อุบาทว์ จิตวิญญาณ ไม่ได้มีไว้ขาย

‘จิตวิญญาณไม่ได้มีไว้ขาย’ ซัด นสพ.อุบาทว์ พาดหัว ไร้จรรยาบรรณ

วันนี้(20 ก.พ.) แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ได้เผยแพร่บทความของนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เขียนถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัด ลำปาง มีการ พาดหัวข่าวแบบไร้จรรยาบรรณ โดยระบุว่า เป็นพาดหัวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง ซึ่งยังไม่เห็น ‘โปรยข่าว’ (lead) และ ‘เนื้อข่าว’ (body) ว่าเสนออย่างไร แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากจาก ‘พาดหัว’ เพราะเป็นส่วนย่อที่สุดของข่าว

มองการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนที่อาจอ้างได้ว่า 1) เป็นเรื่องที่ต้องถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้ จะได้ระมัดระวังดูแลลูกหลาน และ 2) พาดหัวด้วยผลจากการกระทำของผู้ต้องหา ก็เพื่อสื่อสารความผิดปกติที่ต่างไปจากคนทั่วไป อันเป็นภัยร้ายของสังคมปัจจุบันเป็นเหตุผลสองข้อที่ผู้รับผิดชอบสื่อชื่อฉบับนี้ อาจนำมาใช้ตอบสังคม

10649779_952025314860076_360938821166760040_n

อย่างไรก็ตามทุก ‘หน้าที่’ย่อมมี‘ความรับผิดชอบ’ควบคู่ไปด้วยเสมอไม่เว้น ‘สื่อมวลชน’ซึ่งเมื่อมองความรับผิดชอบแล้ว มีข้อพิจารณา ดังนี้

1.) ‘ไอ้บ้ากาม’ที่สื่อความหมายถึงภาวะทางจิตของผู้ต้องหานั้น เมื่อเป็นข่าว ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แม้จะมีข้อถกเถียงกันบ่อยครั้งในหมู่นักวิชาการและนักวิชาชีพถึงการใช้ถ้อยคำบนพาดหัว ซึ่งฝ่ายวิชาชีพเห็นว่าควรยกไว้บ้าง เพราะเป็นส่วนที่เรียกความสนใจผู้อ่านเป้าหมายบนแผงหนังสือ

ด้วยเหตุนี้ จึงมักพบพาดหัวเชิงตัดสินในสื่อกระแสหลัก เช่น ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งหนังสือพิมพ์กระแสหลักฉบับหนึ่งเคยพาดหัวเรียกคนขับรถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก) ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงด้วยคำว่า ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งต่อมา พิสูจน์ได้ว่า ผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กซึ่งถูกหนังสือพิมพ์พิพากษาไปแล้วนั้น ‘บริสุทธิ์’ แต่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว มิได้มีคำขอโทษคนขับรถตุ๊กตุ๊กผู้นั้นแต่ประการใด ส่วนกรณีเด็กผู้เคราะห์ร้ายนี้ แม้ต่อไป กระบวนการยุติธรรมอาจพิพากษาผู้ต้องหาว่าผิดจริง กระนั้น การชิงตัดสินก่อนศาลก็เป็นปัญหาทั้งเชิงกฎหมายและเชิงจริยธรรม

2) ‘เด็กหญิง 3 ขวบ’ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้เมื่อปี ๒๕๓๕ และออกกฎหมายรองรับ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

ด้วยเหตุนี้ การพาดหัวที่อธิบายรายละเอียดของเด็กที่ถูกกระทำ นอกจากหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายแล้ว ยังอ่อนไหวต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส และต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสนั้น ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง (ข้อ 15ข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541)

3. การพาดหัวด้วยถ้อยคำแสดงการกระทำต่อเด็กผู้เคราะห์ร้าย ยังขัดแย้งต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่ระบุว่า พาดหัวข่าว โปรยข่าว หรือการนำเสนอรายละเอียดของเนื้อหาข่าวผู้หญิงและเด็กที่ถูกละเมิดทางเพศ จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ทั้งในเรื่องการใช้ภาษาและการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ตอกย้ำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องเพศอันเนื่องมาจากการละเมิดทางเพศนั้น (แนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่องการเสนอข่าวและภาพข่าวผู้หญิงและเด็กถูกละเมิดทางเพศ พ.ศ.2549)
.
4. แม้อาจไม่ลงภาพเด็ก หรือลงแบบปิดหน้า แต่การลงภาพและชื่อนามสกุลตาของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทราบว่า เด็กผู้เคราะห์ร้ายนั้นเป็นใคร ข้อนี้ก็เป็นเรื่องอ่อนไหวเชิงจริยธรรมเช่นกัน

สรุปได้ว่า เป็นเจตนาขายข่าวที่หวังผลทางการตลาด โดยไม่คำนึงถึงวันหนึ่งข้างหน้าว่าข่าวนั้น จะกลับไปทำร้ายเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ เราขายข่าวก็จริง แต่เราจักไม่ยอมขาย ‘จิตวิญญาณ’ เป็นอันขาด

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง
กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

ที่มา  แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์

MThai News