อรรถวิชช์ วอนนายกฯร่วม ถกสัมปทานปิโตรเลียม

อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ‘อรรถวิชช์’ วอนนายกฯเข้าร่วมเวทีพิพาทสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ระบุห่วงรูปแบบคล้ายโต้วาที มากกว่ารับฟังข้อเสนอ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี – ปชป” ถึงกรณีการจัดเสวนาเรื่องการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่รัฐบาลจะจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ว่าการเสวนาในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเข้าร่วมด้วย เพื่อที่จะได้ฟังข้อมูลปัญหา

'อรรถวิชช์'

‘อรรถวิชช์’ วอนนายกฯเข้าร่วมเวทีพิพาทสัมปทาน

โดยข้อความระบุว่า

ปัญหาขณะนี้คือรัฐบาลเลือกตัวนำเสนอฝ่ายประชาชนทั้ง 4 คนและระบุชื่อให้ด้วยอีกต่างหาก ซึ่งไม่ถูกต้อง ควรให้ฝ่ายประชาชนกำหนดตัวคนผู้นำเสนอเอง รูปแบบการจัดงานก็เหมือนการ “โต้วาที” ซึ่งคล้ายกับเวทีก่อนๆ เราไม่ต้องการเถียงกับข้าราชการ เราแค่อยากนำเสนอการแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมเปิดทางเลือกระบบอื่นๆด้วย ไม่ใช่ล๊อคสเปกแค่การให้สัมปทานเท่านั้น

 รัฐบาลจะปฏิรูปพลังงานอย่างไร ถ้าไม่แก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมเปิดช่องให้รัฐเลือกทำสัญญากับเอกชนในรูปแบบอื่นนอกจากระบบสัมปทานเดิม เช่นแบ่งปันผลผลิต หรือจ้างผลิตสัมปทานรอบ 21 คือตัววัดความตั้งใจจริงว่ากล้าให้มีทางเลือกอื่นๆ มั้ย เพราะต่อไปปี 2565 สัมปทานเก่าแหล่งใหญ่มากจะหมดอายุ

10982475_84940

ภาพจากเฟซบุ๊ค อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี – ปชป

MThai News

ยังไม่ฟันธง! พระธัมมชโย ต้องปราชิก ตามลิขิตพระสังฆราชหรือไม่ ?

สำนักพุทธฯ ยังไม่ฟันธง พระธัมมชโย ปาราชิกหรือไม่

วันนี้(19 ก.พ.) สำนักข่าวไทย รายงานว่าจากกรณีที่ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ลงพระลิขิตเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 นายให้พระเทพญาณมหามุนี หรือ ไชยบูลย์ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะ โดยทางสปช.ได้เชิญสำนักงานพระพุทธศาสนาไปหารือถึงเรื่องนี้

Dhammachayo 124

ล่าสุด สมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่าได้เข้าชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวกับสปช.แล้วแต่ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่า พระธัมมชโย ต้องปราชิกหรือไม่เพราะข้อมูลนี้ผ่านมากว่า16ปีแล้วและมีเอกสารบางส่วนที่ยังขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับพระลิขิตดังกล่าวบางรายได้เกษียณอายุราชการและเสียชีวิตไปแล้ว หากจะรับสนองพระลิขิตนี้ต้องเป็นหน้าที่ของกรมศาสนา โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาต้องใช้เวลาในการสืบค้นข้อมูลและมีหลักฐานที่ชัดเจน โดยสืบค้นจากมติมหาเถระสมาคมปี 2542 ว่ามีมติอย่างไรในลิขิตดังกล่าว

ทั้งนี้พระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เมื่อปี2542 มีใจความสำคัญ 2 ประการคือ ต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ และต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกับผู้ที่ไม่ใช่พระปลอม แต่เป็นพระด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา และอีกประการคือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที

MThai News

ผวา! โรคจิตขโมยกกน. สูดสำเร็จความใคร่

รวบตัวทันควัน! หนุ่มโรคจิตแอบปืนบ้านเช่าขโมยชุดชั้นในนักศึกษาสาว นำไปสูดดม เพื่อสำเร็จความใคร่ สารภาพก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

วานนี้ (18 ก.พ.) ร.ต.ท.ศักดา ช้างเหล็ก รอง สวป.สภ.เมืองเลย ได้รับแจ้งจากนายบุญจันทร์ พรหมบุตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย ว่าจับหนุ่มโรคจิต เข้ามาขโมยกางเกงในบ้านเช่าสามปอ เลขที่ 341 หมู่ 12 ต.เมือง อ.เมืองเลย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง

ผวา! หนุ่มโรคจิตขโมย กกน.นศ.สูดดมสำเร็จความใคร่

หนุ่มโรคจิตขโมย กกน.นศ.สูดดมสำเร็จความใคร่

ที่เกิดเหตุพบ นายบุญจันทร์ พร้อมผู้เสียหาย เป็นนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจ.เลย ช่วยกันจับตัว นายสุชัน เหลี่ยมทองดี อายุ 28 ปี พร้อมของกลาง กางเกงในผู้หญิง 16 ตัว และเสื้อนักศึกษา 1 ตัว อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ

จากการสอบถามกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อคืนพวกตนได้ตากเสื้อชั้นใน กางเกงใน และเสื้อนักศึกษาที่ซักแล้วไว้หลังบ้าน จนกระทั่งเช้ามืดเห็นคนร้ายย่องเข้ามาขโมยกางเกงในและเสื้อไป จึงรีบตะโกนให้คนช่วย จนช่วยกันจับตัวไว้ได้ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม

จากการสอบสวน นายสุชัน ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ตนเป็นคนขโมยกางเกงในและเสื้อนักศึกษาจริง โดยจะเลือกกางเกงในผู้หญิงที่ตากไว้ตามหอพักและบ้านเช่าในยามวิกาล เพื่อนำไปสูดดมและสำเร็จความใคร่ โดยยอมรับว่าทำแล้วมีความสุขทางอารมณ์ โดยเฉพาะถ้าได้กางเกงในหญิงสาวที่ยังไม่ได้ซัก ทำให้ได้อารมณ์ทางเพศอย่างมาก โดยเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ถูกจับได้เสียก่อน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำไว้ พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News