ปลัดปืนโหดยิงแฟนเก่าดับ เข้ามอบตัวแล้ว

ปลัดปืนโหดยิงแฟนเก่าดับห้าง เข้ามอบตัวแล้ว รับสารภาพ ว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยทำไปเพราะความโกรธ บันดาลโทสะ

วันที่ 18 ก.พ. 2558 จากเหตุการณ์ ปลัด อบต.สวนแปง อ.ละแม ชุมพร กระหน่ำยิงอดีตแฟนสาว รองปลัด อบต. ดับคาห้างดัง เมืองชุมพร โดยจุดเกิดเหตุ ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาชุมพร ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ภาดา ตั้งสถิตย์ รองปลัด อบต.สวนแปง อ.ละแม จ.ชุมพร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 3 นัด นอนเสียชีวิตอยู่ สอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุคือ ส.ต.ท.นรภัทร เพชรพัชราพร ปลัด อบต. สวนแปง ซึ่งเป็นสามีเก่าของผู้ตาย แต่ระยะหลังมีเรื่องระหองระแหงกัน และฝ่ายหญิงไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.ละแม หลายครั้งก่อนหน้านี้

ปลัดปืนโหดยิงแฟนเก่าดับกลางห้าง

ปลัดปืนโหดยิงแฟนเก่าดับกลางห้าง

ความคืบหน้า ล่าสุด ส.ต.ท.นรภัทร ได้เข้ามอบตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการถูกสอบปากคำของพนักงานสอบสวน โดยก่อนมอบตัวมีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาแอบยิงตัวเองเพื่อหนีความผิดด้วยเบื้อง ต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยทำไปเพราะความโกรธ บันดาลโทสะ ที่เห็นฝ่ายหญิงเดินอยู่กับเพื่อนชายอีกคน เมื่อก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีไปตั้งหลัก ก่อนเข้ามอบตัวในวันนี้

พ.ต.อ.ภคพล กล่าวต่อว่า หลังจากการสอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลต่อไป

แฉ! ข่าวลือโพสต์มั่วๆ หลงเชื่อทั้งโซเชียล

หลายคนที่เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค อย่างเฟซบุ๊คเป็นประจำคงจะคุ้นชื่อของ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นโด่งดังเกี่ยวกับแฉพญานาค แต่ที่เป็นข่าวถี่บ่อยในช่วงนี้คือ ดร.เจษฎาได้ใช้ช่องทางของเฟซบุ๊คในการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แถมแฉข่าวลือมั่วๆที่หลอกชาวโซเชียลได้ทั้งบ้านทั้งเมือง วันนี้ MThaiข่าวภาคซ่าส์ จึงขอรวบรวมข่าวข่าวที่ถูกโพสต์มั่วๆแล้วคนหลงเชื่อแบบผิดๆกัน

ประเด็นแรก จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความของหญิงท่านหนึ่งซึ่งระบุว่า ขณะที่เธอโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่งแล้วเกือบตกเป็นเหยื่อโดนมอมยาสลบ ซึ่งระหว่างนั่งรถคนขับมีท่าทางไม่น่าไว้วางใจพร้อมกับปรับแอร์ให้เข้ามาหาเธอโดยตรง ซึ่งทำให้เธอเกิดอาการมึนหัว โชคดีที่ไหวตัวทันจึงขอให้โชเฟอร์จอดที่ตลาดนัดเลียบทางด่วนแล้วลงจากรถก่อนที่จะหมดสติ

ซึ่งอ.เจษฎา เผยว่า เวลาคนขึ้นแท็กซี่จะอ้างว่ามีอาการมึนเมาจะเป็นลม แล้วคิดว่าคนขับแท็กซี่มอมยาหรือป้ายยาสลบ แต่ในความเป็นจริงไม่มียาที่กระจายในอากาศ แล้วทำให้สลบได้ง่ายแบบนี้อยู่ หากมีจริงวิสัญญีแพทย์คงชอบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยที่กว่ายาจะออกฤทธิ์ก็ต้องใช้เวลา แม้แต่การสูดดมสารเคมีชนิดอื่นก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดอาการ อ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญหากป้ายยาที่ช่องแอร์ ตัวคนขับรถก็จะสูดดมเข้าไปด้วย แม้จะบอกว่าปรับแอร์ไปทางผู้โดยสารโดยตรง แต่อากาศก็หมุนเวียนอยู่ในรถ ไม่มีทางที่คนขับรถจะไม่เกิดอาการเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่2 คือเรื่องที่อ้างว่า ดื่มน้ำเย็นมากๆแล้วเป็นมะเร็ง โดยต้นเหตุมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ตั้งแต่ปี2006 ที่อ้างว่า หลังอาหารดื่มน้ำเย็นเท่ากับดื่มเอามะเร็งเข้าไปในร่างกาย น้ำเย็นจะทำให้ไขมันในอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปเปลี่ยนแปลงจากของเหลวเป็นลักษณะเป็นก้อน ยากแก่การย่อยของกระเพาะอาหาร

71

แล้วเจ้าก้อนไขมันนี้เมื่อเจอกรดในกระเพาะก็จะเกิดการแตกตัวเป็นก้อนเล็กๆอีกมากมาย ซึ่งมันจะง่ายแก่ลำไส้ของเราที่จะดูดซึมดีกว่าอาหารขิ้นๆที่ทานเข้าไปในร่างกาย และเกาะติดกับผนังลำใส้อย่างง่าย แล้วกลายตัวเป็นไขมันแข็งที่เกาะติดแน่น สะสมจนก่อเป็นเซลล์ก้อนมะเร็ง

โดย อ.เจษฎาได้อธิบายว่า เรื่องนี้มันเริ่มจากคนฝรั่งไปสังเกตคนจีนคนญี่ปุ่นกินชาร้อนแล้วสุขภาพดี เลยคิดว่ากินน้ำเย็นแล้วแย่ พูดขยายไปเรื่อย จนถึงขั้นกินน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลยจริงๆ แล้ว เมื่อเรากินน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายเราก็จะให้ความร้อนกับน้ำนั้นเพื่อปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับร่างกายมากที่สุด และเร็วที่สุด จริงๆ แล้วกินน้ำเย็นอาจจะดีที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีด้วย ดื่มน้ำเย็นครึ่งลิตร เผาผลาญไป 17 กิโลแคลอรีเลย
ประเด็นที่3 เรียกได้ว่าโด่งดังมากกับการแชร์คลิปชื่อ “โลกตะลึง! Google Earth ถ่ายติด พญานาค ลอยคอ ในลำน้ำโขง” ซึ่งคลิปนี้เป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปี 2013 โดยอ้างว่าสามารถถ่ายติดพญานาคได้ที่แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านจากปากเซ ไปจำปาสัก ก่อนถึงดอนหินใหญ่ แต่พอมีคนไปค้นกูเกิ้ลเอิร์ธเวอร์ชั่นล่าสุดกลับไม่พบอะไร

874

เรื่องนี้ อ.เจษฎาอธิบายว่า จริงๆ แล้วมีข่าวเรื่องภาพกูเกิ้ลเอิร์ธในทำนองเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ที่ทำให้กันเข้าใจว่าสามารถถ่าย “สัตว์ประหลาด” ว่ายน้ำอยู่ได้ … แต่จริงๆ แล้ว มันเกิดจากเรือที่เห็นเป็นแนวขาวๆ นั้นเป็นคลื่นที่เกิดจากเรือ
ส่วนตัวของเรือเองนั้น จะเห็นชัด ไม่ชัด หรือไม่เห็นเลย ก็ขึ้นอยู่กับความโชคดีในการถ่าย ว่าถ่ายแล้วได้ภาพกำลังดีหรือไม่ และขึ้นกับตอนที่กูเกิ้ลเอาภาพดาวเทียมแต่ละภาพเล็กๆ มาซ้อนต่อกันเป็นภาพใหญ่ ว่าการซ้อนจะทำให้ภาพของเรือเบลอไปหรือหายไป หรือเปล่า

งานนี้เรียกได้ว่าความรู้และข้อพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์มาเต็มๆ ถ้าใครไม่อยากตกเป็นเหยื่อก็ควรจะคิดก่อนแชร์ หาความรู้ก่อนจะได้ไม่โง่และไม่เงิบ หรือถ้าหากสงสัยลองส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คไปถาม ดร.เจษฎากันได้ ซึ่งทุกวันนี้โลกโซเชียลเชื่อมถึงกันหมดลองใช้โลกโซเชียลหาความรู้แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ ไตร่ตรองก่อนแชร์เพื่อจะได้ไม่ให้ข่าวมั่วๆนี้ถูกแพร่กระจายไปไกล

MThai News

 

ผบ.ทอ.ลั่น! ตั้น ไม่มีสิทธิ์แต่งเครื่องแบบหทาร

ผบ.ทอ. ตอบปมชุดทหารปาร์ตี้ “ตั้น จิตภัสร์ ” ไม่ใช่ทหารอาชีพ ไม่มีสิทธ์แต่งเครื่องแบบ ส่วนเหตุวุ่น อสส.ฟ้องยิ่งลักษณ์” 19 ก.พ.นี้ เชื่อ สถานการณ์ปกติ 

วันที่ 18 ก.พ.58 พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์กรณีอัยการสูงสุดเตรียมส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 19 ก.พ.นี้ว่า

ข่าวล่าสุด, ตั้น จิตภัสร์, น้องตั๊น จิตภัสร์, ประวิตร, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ปาร์ตี้ชุดทหาร, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณม ผบ.ทอ., พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง, เตือน ตั้น จิตภัสร์, ผบ.ทอ.ลั่น! 'ตั้น'ไม่มีสิทธิ์แต่งเครื่องแบบหทาร

ผบ.ทอ.ลั่น! ‘ตั้น’ไม่มีสิทธิ์แต่งเครื่องแบบหทาร

คงไม่มีเหตุการณ์ หรือ กลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวใด แม้จะมีปัญหาต่างๆอยู่บ้าง แต่ ทุกอย่างต้องอยู่ภายในกรอบกฏหมาย เชื่อ ทุกฝ่ายต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างสงบเรียบร้อย

ส่วนกรณีการเผยแพร่ภาพของน.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น อดีตแกนนำกปปส.แต่ชุดทหารร่วมงานสังสรรค์ว่า ผู้มีอาชีพทหารเท่านั้นที่จะแต่งเครื่องแบบทหารได้ ดังนั้น ผู้ไม่มีสิทธิ์ จะแต่งเครื่องแบบนั้นได้อย่างไร

b48

ขอบคุณข้อมูล มติชน 

MThai News