แฮกเกอร์เจาะแบงก์ 30 ประเทศ โกย 3.2 หมื่นลบ.

อาชญากรไซเบอร์ เจาะระบบธนาคารกว่า 100 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก ฉกเงิน 3.2 หมื่นล้านบาท

วานนี้ (16 ก.พ.) เว็บไซต์ออนไลน์ ‘ซีเคียวริตี้ วีค’ (SecurityWeek) เปิดเผยข้อมูลโดยอ้างอิงการรายงานจาก บริษัทความปลอดภัยด้านอินเทอร์เน็ต ‘คาสเปอร์สกาย แล็บ’ กรณีที่ แก๊งอาชญากรไซเบอร์ข้ามชาติ ชื่อว่า ‘คาร์บาแน็ก’ ระบาดหนัก ซึ่งมีการแทรกซึมเจาะฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของธนาคารกว่า 100 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วโลก ล่าสุดมีการเปิดเผยความเสียหายแล้วกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.2 หมื่นล้านบาท

คาร์บาแน็ก

ทั้งนี้รายงานระบุต่อไปว่า ธนาคารต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อ มีทั้งสัญชาติรัสเซีย, ชาวยูเครน, ชาวจีนและชาวยุโรป รวมทั้งสหรัฐฯ และยังประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, วิตเซอร์แลนด์, แต่กระนั้น ไม่มีการเปิดเผยชื่อสถาบันทางการเงินที่ตกเป็นเป้าโจมตีให้กับสาธารณชนได้ทราบแต่อย่างใด

นักวิเคราะห์เผยต่อไปว่าแฮกเกอร์ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญทางด้านซอฟแวร์ และเครือข่าย การให้บริการทางการเงินเป็นอย่างดี โดยใช้โปรแกรม ‘มัลแวร์ คาร์บาแน็ก’ เป็นเครื่องมือ

ซึ่งมีการบวนการในการส่องดูความเคลื่อนไหวของสถาบันทางการเงิน อยู่ราว 2-4 เดือน ก่อนจะลงมือโจมตีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนบัญชี และโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง รวมทั้งถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม โดยให้สมาชิกในแก๊งไปคอยยืนอยู่ด้านข้างตู้เอทีเอ็มเพื่อคอยกดเงินออกมา

โปรแกรมดังกล่าวยังสามารถทำให้บรรดาแฮกเกอร์เห็นการทำงานของพนักงานธนาคาร ขณะทำธุรกรรมทางการเงินให้แก่ลูกค้าอย่างละเอียด

โดยนักวิเคราะห์เผยว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ พุ่งเป้าไปที่การโจมตีระบบ โดยใช้เทคนิคการโจมตีเงินสูบฉีดมูลค่ามหาศาลโดยตรงจากธนาคาร แทนที่จะกำหนดเป้าหมายแยกย่อยของลูกค้าธนาคารในรูปแบบเดิมๆ โดยมีการวางไอพีเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 300 เครื่องทั่วโลกอย่างเป็นระบบ

แฮกเกอร์

กว่า 100 สถาบันทางการเงิน ที่ถูกโจมตี จากแฮกเกอร์กว่า 30 ประเทศทั่วโลก

MThai News
ที่มา securityweek

ดี๊ดี! ค่าไฟเฉลี่ยปีนี้ 3.79 บาท/หน่วย ถูกลง 20 สต.

กพช.จัดให้! ลดค่าไฟฟ้าทั้งปี 3.79 บาท จาก 3.93 บาท รองรับการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น! 

นายอารีพงศ์ ภูชะอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้มีการรายงานถึงสถานการณ์พลังงานปีนี้ ประเทศไทยจะมีอัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทั้งนี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 57 ที่เฉลี่ย 97 เหรียญฯ หรือลดลง 45% เป็นผลให้ อัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 3.79 บาทต่อหน่วยลดลงจากเฉลี่ยปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 3.93 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน

ด้าน นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แผนการหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติปีนี้จะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของไทย โดยครึ่งปีแรก ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในพม่าจะหยุดซ่อมบำรุง 2 ช่วงคือ วันที่ 11-19 เม.ย. และวันที่ 20-27 เม.ย.

ส่วนครึ่งปีหลัง แหล่งผลิตก๊าซฯเจดีเอในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย- มาเลเซีย จะหยุดซ่อมบำรุงเดือน มิ.ย. และ ก.ย.โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนรองรับไว้พร้อมแล้ว ทั้งการจัดซักซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินในวันที่ 18 มี.ค.และขอความร่วมมือกับมาเลเซีย ให้จัดส่งก๊าซฯเพิ่ม และใช้น้ำมันเตามาผลิตไฟฟ้าแทน ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่ดี เพราะราคาน้ำมันเตามีราคาถูกลง

MThai News

หมอแอร์โต้ไฮโซตั๋มยันไม่ เคยปิดบังว่าเคยแต่งงาน

หมอแอร์ โต้กลับ ไฮโซตั๋ม ยันไม่เคยปิดบังว่าเคยแต่งงาน?

จากกรณีที่ พันตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ จิตแพทย์ชื่อดังประจำโรงพยาบาลตำรวจได้เดินทางเข้าแจ้งความกับปอท. หลังจาก ไฮโซตั๋ม ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Tum Leenutaphong โพสต์หมิ่นประมาทอ้างว่าตนเป็นมือที่ 3 ที่ทำให้ ไฮโซตั๋ม ต้องเลิกกับแฟนหนุ่มพันตำรวจโทอรรถพล อิทธโยภาสกุล หรือ รองอั๋น ซึ่งหลังจากนั้น ไฮโซตั๋ม ได้ออกมาโพสต์แฉอีกว่า หมอแอร์เคยแต่งงานมาก่อน แถมยังแอ๊บแบ๊วอวดรวยด้วย

page
ล่าสุดแฟนเพจ หมอแอร์ ได้ออกมาตอบโต้กลับ ไฮโซตั๋ม ว่า ตนไม่เคยปิดบังเรื่องที่เคยแต่งงานและไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยผ่านการแต่งงานแล้วต้องเลิกรากันจะเป็นเรื่องเสียหายด้วย เมื่อความรักไปต่อไม่ได้ก็ต้องทำใจ ไม่โทษใครและไม่เคยออกมาแฉ มีแต่ขอบคุณที่เค้าเคยรักและดูแลเรามา 10กว่าปี

“…เมื่อถึงวันที่ต้องจากกันก็ขอให้เค้ามีความสุข มีชีวิตที่ดีกับคนที่เค้ารักค่ะ ยังส่งความรักและความปรารถนาดีไปให้เค้าเสมอ ทำบุญก็ส่งบุญไปให้เค้าและครอบครัวแม้ในวันที่เค้าไม่รักเรา เราก็ยังมีพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนๆที่รักเราค่ะ แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป…” หมอแอร์

ทั้งนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าดราม่าสามเส้าในวงการสีกากีนี้จะจบลงอย่างไร แต่เห็นทีว่าศึกนี้จะยาวนัก

MThai News