ขายทอดตลาดทรัพย์สินเครือข่าย ‘พงศ์พัฒน์’

ปปง. เตรียมจัดมหกรรมขายทอดตลาดทรัพย์สินของเครือข่าย “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์” ตัดวงจรการฟอกเงิน พร้อมนำเงินคืนสู่แผ่นดิน ระบุล็อตแรกกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทวันนี้ (16 ก.พ.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิงเอมอร ไชยบัวแดง รองเลขาธิการ ปปง. ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานมหกรรมขายทอดตลาด ตัดวงจรฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดินกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่าประเมินเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท ปปง.ขายทอดตลาดทรัพย์สินเครือข่าย 'พงศ์พัฒน์'

ปปง.ขายทอดตลาดทรัพย์สินเครือข่าย ‘พงศ์พัฒน์’

ซึ่งทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเครือข่าย พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในคดีที่ร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งข้าราชการเรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมาย (ค้าน้ำมันเถื่อน) การเปิดบ่อนพนันผิดกฎหมายและฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อาทิ วัตถุโบราณ พระเครื่อง นาฬิกา ชุดถ้วยชาม ชุดเครื่องเงิน ชุดเครื่องแก้ว เฟอร์นิเจอร์ ประติมากรรม และทรัพย์สินมีค่ากว่า 2,000 รายการ จำนวน 20,000 ชิ้น

โดย พ.ต.อ.สีหนาท ระบุว่า ทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไว้ในคดีดังกล่าวมีกว่า 3,000 ชิ้น แต่มีกว่า 1,000 ชิ้นที่เป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถขายได้ ซึ่งบางส่วนกรมศิลปากรได้รับไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ และทรัพย์สินที่เก็บไว้ได้เพราะไม่เสื่อมราคา เช่น ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี ส่วนทรัพย์สินที่นำขายทอดตลาดก่อน เนื่องจากหากเก็บไว้จะเสื่อมราคา

ทั้งนี้ ปปง.จะจัดการขายทอดตลาดทรัพย์ของ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และเครือข่าย เบื้องต้น 2ครั้ง ครั้งที่ 1 เปิดให้ประชาชนเข้าชมทรัพย์สินได้ระหว่างวันที่ 2-3 มี.ค. 2558 และขายทอดตลาดในวันที่ 5-8 มี.ค.2558 ส่วนครั้งที่ 2 กำหนดให้ชมได้ในระหว่างวันที่ 20-21 มี.ค.2558 และขายทอดตลาดในวันที่ 23-26 มี.ค.2558 ที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ แจ้งวัฒนะ

“สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมทรัพย์สินที่สนใจได้ก่อนวันประมูล โดยทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 50,000 บาท ต้องจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด ส่วนทรัพย์ที่ราคาเกิน 50,000 บาท ต้องวางเงินจอง 10% ในวันที่ดูทรัพย์จึงจะมีสิทธิเข้าประมูล โดยวันประมูลต้องวางเงินอีก 25% และจ่ายให้ครบทั้งหมดภายใน 15 วัน สำหรับเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมด เมื่อคดีสิ้นสุดจะถูกส่งให้กระทรวงการคลัง แต่หากพิสูจน์ว่าได้มาโดยสุจริตจะส่งคืนให้เจ้าของทรัพย์เป็นเงินพร้อมดอกผล” พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว

นอกจากนี้ พ.ต.อ.สีหนาท เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมปปง. มีมติให้อายัดทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก เพิ่มเติมอีกหลายรายการ พร้อมมีมติ ให้ ปปง.ยื่นเรื่องให้อัยการส่งให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินส่วนแรก ที่ ปปง.อายัดไว้ จำนวน 152 รายการ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หลังตรวจสอบธุรกรรมการเงินแล้วพบว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมูลฐานฟอกเงิน

MThai News

ล้ำเกิน ยุ่นผุดโรงแรมหุ่นยนต์แห่งแรกของโลก

แดนอาทิตย์อุทัย โชว์เหนือ จัดตั้งโรงแรมหุ่นยนต์แห่งแรกของโลก โดยจะมีการใช้หุ่นยนต์เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้

เป็นที่ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอย่างมาก ผนวกกับการเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ และในด้านการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูง

3675599931

ทั้งนี้วานนี้ (15 ก.พ.) สำนักข่าว ‘เจแปน ไทม์’ รายงานข่าว องค์ประกอบหนึ่ง ที่ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสมบูรณ์แบบทางด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยส่งเสริมในภาคการท่องเที่ยวไปด้วยในตัว กล่าวคือ การนำเอาสองสิ่งมาผสมผสานกัน ในการเปิดตัวโรมแรมหุ่นยนต์แห่งแรกของโลก

ทั้งนี้โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ในจังหวัด นางาซากิ ของประเทศญี่ปุ่น จะมีการเปิดให้บริการในเดือนกรกฏาที่จะถึงนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ความพิเศษในด้านการให้บริการโดยหุ่นยนต์เท่านั้น หากแต่ยังใช้ระบบการจดจำใบหน้าแทนการระบบการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมๆโดยคีย์การ์ด หรือกุญแจมาแทนที่

พร้อมกันนี้หุ่นยนต์จะสามารถให้บริการ ตั้งแต่การยกกระเป๋า ไปจนถึงการทำความสะอาดห้องพัก โดย ‘นาย ฮิเดโอะ ซาวาดะ’ ในฐานะตำแหน่งประธานบริษัท เปิดเผยว่า มุ่งเป้าให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นโรงแรมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก รวมทั้งยังวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงธุรกิจในเครือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้บริการในรูปแบบที่ทันสมัยอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม ค่าบริการในห้องพักเดี่ยวอยู่ที่ราคา 59 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือเพียง 1,923 บาท ส่วนแพ็กเกจคู่ราคาอยู่ที่ 75 ดอลลาร์ หรือราว 2,400 บาทเท่านั้น

1725913333

MThai News
ที่มา emirates247

งามหน้าไทยแลนด์! สื่อนอก ซัด งานลอกท่อระบายน้ำในกทม. แย่ที่สุดในโลก

เดลี่เมล์ชี้ งานลอกท่อระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร อาจเป็นงานที่แย่ที่สุดในโลก เพราะมีเพียงแค่มือเปล่า และถังเล็กๆ

เดลี่เมล์รายงานว่า งานลอกท่อระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร อาจเป็นงานที่แย่ที่สุดในโลก เพราะต้องใช้มือเปล่า ขจัดซากสิ่งอุดตันหรือสิ่งปฎิกูลที่อยู่ในท่อ  ซึ่งการลอกท่อระบายน้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลและป้องกันให้เมืองหลวงแห่งนี้ห่างไกลจากภาวะน้ำท่วม

ลอกท่อระบายน้ำ

ลอกท่อระบายน้ำ

รายงานระบุอีกว่า พนักงานของสำนักงานเขตต่างๆ ในกทม. จะต้องลอกท่อระบายน้ำในกรุงเทพมหานครติดต่อกันเป็นประจำปกติ และงานนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีการลอกท่อ กทม.มีสิทธิจะถูกน้ำท่วมเพราะท่อระบายน้ำอุดตันไปด้วยสิ่งปฎิกูล โดยการทำงานก็มีเพียงแค่มือเปล่า และถังเล็กๆ ซึ่งวิธีการพนักงานจะต้องปืนลงไปยังท่อระบายน้ำ และใช้ถังตักสิ่งปฎิกูลออกไป และไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออื่นช่วยอีกเลย

ทั้งนี้ เดลี่ เมล์ ระบุว่า ระบบท่อระบายน้ำของกทม. สร้างปัญหามานานแล้ว เมื่อปี 2012 กทม.ต้องเผชิญกับน้ำท่วม จึงมีทรายอัดอยู่ในท่อระบายน้ำ ทำให้กรมราชทัณฑ์ต้องเกณฑ์นักโทษจำนวนหนึ่งมาทำความสะอาดท่อระบายน้ำยาวกว่า 7 กิโลเมตร

MThai News