ญาติเหยื่อบินMH370 ประท้วงสายการบินมาเลย์

ญาติผู้โดยสารชาวจีน เครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปรวมตัวกันประท้วงที่ทำการของสายการบินกรุงกัวลาลัมเปอร์

สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ญาติของผู้โดยสารชาวจีนที่โดยสารไปกับเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคมปีที่แล้ว ไปรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการของสายการบินที่เมืองซูบัง ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อให้ยกเลิกประกาศที่ว่าผู้โดยสารทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว

ประท้วงสายการบินมาเลย์

ประท้วงสายการบินมาเลย์

และต้องการทราบความจริงจากทางการมาเลเซียว่า ตอนนี้เครื่องบินลำดังกล่าวอยู่ที่ไหนหลังจากรัฐบาลมาเลเซียได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้วว่าเครื่องบินลำดังกล่าวประสบอุบัติเหตุและผู้โดยสารรวมทั้งลูกเรือ จำนวน 239 คนเสียชีวิต โดยเตรียมจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ญาติผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวได้ทำให้ญาติผู้โดยสารโกรธเคืองและไม่ยอมรับเงินชดเชยดังกล่าว

ทั้งนี้ทางการมาเลเซียเชื่อว่า สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เที่ยวบิน MH370 ประสบอุบัติเหตุตกทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับทางตะวันตกของออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบซากเครื่องบินและการค้นหาก็ยังคงดำเนินต่อไป

อ.เจษฎาชี้ สาวโพสต์โดนแท็กซี่ป้ายยาสลบ อาจมึนไอเสีย-แก๊ส

ผศ.ดร.ว่าที่ร.ต.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ชี้แจง กรณีสาวโพสต์เตือนภัยโดนแท็กซี่ป้ายยาสลบจนต้องเข้ารพ. อาจเกิดจากการมึนไอเสีย-แก๊ส

วันนี้(13ก.พ.)จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการ แชร์ภาพและข้อความของหญิงท่านหนึ่งซึ่งระบุว่า ขณะที่เธอโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่งแล้วเกือบตกเป็นเหยื่อโดนมอมยาสลบ ซึ่งระหว่างนั่งรถคนขับมีท่าทางไม่น่าไว้วางใจพร้อมกับปรับแอร์ให้เข้ามาหาเธอโดยตรง ซึ่งทำให้เธอเกิดอาการมึนหัว โชคดีที่ไหวตัวทันจึงขอให้โชเฟอร์จอดที่ตลาดนัดเลียบทางด่วนแล้วลงจากรถก่อนที่จะหมดสติ

สาวโพสต์โดนแท็กซี่ป้ายยาสลบ

สาวโพสต์โดนแท็กซี่ป้ายยาสลบ

ล่าสุดผศ.ดร.ว่าที่ร.ต.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย  ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า

ข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เวลาคนขึ้นแท็กซี่จะอ้างว่ามีอาการมึนเมาจะเป็นลม แล้วคิดว่าคนขับแท็กซี่มอมยาหรือป้ายยาสลบ แต่ในความเป็นจริงไม่มียาที่กระจายในอากาศ แล้วทำให้สลบได้ง่ายแบบนี้อยู่ หากมีจริงวิสัญญีแพทย์คงชอบ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยที่กว่ายาจะออกฤทธิ์ก็ต้องใช้เวลา แม้แต่การสูดดมสารเคมีชนิดอื่นก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดอาการ

อ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญหากป้ายยาที่ช่องแอร์ ตัวคนขับรถก็จะสูดดมเข้าไปด้วย แม้จะบอกว่าปรับแอร์ไปทางผู้โดยสารโดยตรง แต่อากาศก็หมุนเวียนอยู่ในรถ ไม่มีทางที่คนขับรถจะไม่เกิดอาการเช่นเดียวกัน กรณีนี้สันนิษฐานได้ว่า ผู้โดยสารอาจมีอาการเครียดจากการนั่งรถนาน รถสั่นคลอน อากาศเหม็นอับ และไม่ถ่ายเท ทำให้เกิดการเมารถโดยไม่รู้ตัว ส่วนอีกกรณีคือมีก๊าซจากท่อไอเสียของรถเข้าไปภายในห้องโดยสาร คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่น หากแพ้ก๊าซหรือรับเข้าไปในปริมาณมากก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบายและเกิดอาการวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมได้ ส่วนคนขับอาจจะชินกับก๊าซดังกล่าว จึงไม่เกิดอาการแบบผู้โดยสาร

MThai News

สาวเมา ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ เจอคุก6เดือน

ศาลพิพากาษาคดีสาวไม่ยอมลงจากรถให้ตรวจแอลกอฮอล์ จำคุก 6 เดือน ปรับ 1.7 หมื่น รอลงอาญา 2 ปี 

ศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง อ่าานคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีแขวงพระนครใต้ เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ชุติมา กันทาง อายุ 28 ปี ชาว จ.นครพนม อาชีพค้าขาย เป็นจำเลยในความผิดฐานขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุรา และข้อหาอื่น

ไม่ยอมลงจากรถให้ตรวจแอลกอฮอล์ จำคุก 6

ไม่ยอมลงจากรถให้ตรวจแอลกอฮอล์ จำคุก 6

จากกรณีเมื่อ เวลา 02.30 น. วันที่ 11 ก.พ. 2558 จำเลยขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า และถูกตำรวจจราจร สน.บางโพงพาง เรียกตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ บริเวณ ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ใกล้กับปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 24 แขวงช่องนนทรี แต่จำเลยปฏิเสธ และไม่ยอมลงจากรถยนต์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ลากรถยนต์จำเลยไปที่ สน.บางโพงพาง กระทั่งช่วงเช้าตรู่จำเลยได้ยินยอมลงจากรถยนต์ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 17,000 บาท คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 8,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและให้จำเลยบริการสาธารณะประโยชน์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พนักงานสอบสวนสามารถแจ้งข้อหาดำเนินคดีได้ทันที หลัง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2557 ฉบับที่ 10 แก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้ เพื่อเป็นการปรับเพิ่มความเข้มงวดในการเอาผิด กรณีผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่ยินยอมให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยให้สันนิษฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้นั้นเมาสุราหรือมึนเมาอย่างอื่นไว้ก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด