รู้ยัง! ผลสำรวจ คนฆ่าตัวตาย 45,000 คนเพราะ…

ผลสำรวจใน 63 เศรษฐกิจพบว่า ผู้จบชีวิตตนเอง 45,000 คนในแต่ละปี มีสาเหตุจากการว่างงาน..

วารสารจิตเวชศาสตร์แลนเซทเผยแพร่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยซูริคในสวิตเซอร์แลนด์ ที่วิเคราะห์ข้อมูลการเสียชีวิตใน 63 เศรษฐกิจใน 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงปี 2543-2544 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูและมีเสถียรภาพพบว่า

มีคนฆ่าตัวตายปีละ 233,000 คน ในจำนวนนี้ 45,000 คน มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการว่างงาน และในช่วงปี 2551-2552 ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤตการเงินโลกส่งผลรุนแรงที่สุด อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 คน

คณะนักวิจัยระบุว่า ยุทธศาสตร์การป้องกันการฆ่าตัวตายเป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่เฉพาะช่วงเกิดวิกฤตเท่านั้น แต่ยังจำเป็นสำหรับช่วงเศรษฐกิจมั่นคงด้วย เพราะช่วงปี 2543-2544 ที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู คนว่างงานมีแนวโน้มฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 20-30%

การวิจัยครั้งนี้พบด้วยว่า ทั้งชายและหญิงในทุกกลุ่มอายุเสี่ยงฆ่าตัวตายเท่า ๆ กัน แตกต่างจากการวิจัยที่ผ่านมา และพบว่าอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นล่วงหน้า 6 เดือนก่อนที่อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญพบด้วยว่าการว่างงานมีผลต่อการฆ่าตัวตายไม่เท่ากันในแต่ละเศรษฐกิจ โดยจะมีผลมากเป็นพิเศษในเศรษฐกิจที่ผู้คนไม่คุ้นเคยกับการว่างงาน

MThai News

สาวโหด ฉีกถุงอัณฑะแฟนเลือดสาด ขาดกระจุย เหตุ…?

สุดโหด !! สาวมะกันแค้นแฟนเก่า บุกทำร้ายด้วยการใช้มือเปล่าฉีกถุงอัณฑะบาดเจ็บสาหัส

วานนี้ (10 ก.พ.) สำนักข่าว ‘เดลี เมล์’ รายงานข่าว ศาลสหรัฐฯตัดสินจำคุก 2 ปี ‘คริสตินา โลเรนา เรบเบอร์’ วัย 46 ปี โทษฐานก่อเหตุทำร้ายร่างกายอดีตคู่รักวัย 60 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2556
kp1hw0seqcaahdhpdma0

รายงานระบุว่า ‘คริสตินา’ บุกเข้าไปในบ้านของฝ่ายชาย ในขณะที่เขากำลังนั่งทำงานอยู่อย่างไม่ได้ตั้งตัวเพื่อลงมือทำร้ายเหยื่อด้วยการต่อยเข้าที่ศีรษะ และ ใช้มือเปล่าฉีกถุงอัณฑะจนขาด เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และควักเอาลูกอัณฑะลูกหนึ่งถือไว้ในมือ ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว แต่ยังโชคดีที่เหยื่อสามารถต่อสู้จนสามารถแย่งชิงลูกอัณฑะของเขากลับมาจากฝ่ายหญิงได้

คดียืดเยื้อมานานถึง 2 ปี โดยมีมูลเหตุมาจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ยุติลงก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์สุดโหดร้ายเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุ เหยื่อตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส เดินไม่ได้นานหลายวัน

258D974D00000578-0-image-a-2_1423610122725

MThai News

ที่มา DailyMail

หดหู่! เฒ่ายกสมบัติร้อยไร่ให้ลูก แต่ตัวเองเร่ร่อน

สังคมหดหู่ พ่อเฒ่าวัย  78 เร่ร่อนออกจากบ้าน หลังยกสมบัติให้ลูก 6 คน 

วันนี้(11ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า พ่อเฒ่าวัย 78 ปี ชาวบางระกำ พิษณุโลก เร่ร่อนออกจากบ้าน เพราะทนอยู่กับลูกไม่ไหว ทั้งที่ยกทรัพย์สมบัติที่ดินร้อยไร่ให้ลูก 6 คนไปหมด เมื่อสอบถามข้อมูลทำให้ทราบว่า ท่านชื่อ จิบ ทองมี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้ตัดสินใจออกจากบ้านโดยที่ไม่มีเงินติดตัวเลย

เฒ่าวัย 78 เร่ร่อนออกจากบ้าน

เฒ่าวัย 78 เร่ร่อนออกจากบ้าน

จนกระทั่งนายวิรัตน์ แดงซิว อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านยางแขวนอู่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขับรถผ่านมาเจอและได้สอบถามเรื่องราว ทำให้ทราบว่าคุณตาจิบ ได้ออกจากบ้านมา เพราะทนอยู่กับลูกไม่ไหว นายวิรัตน์ จึงให้พามาพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้เดือนกว่าแล้ว

นายวิรัตน์ เปิดเผยว่า ลุงจิบท่านออกจากบ้านมาเนื่องจากทนอยู่กับลูกไม่ไหว ก่อนหน้านี้ลุงจิบมีที่นาจำนวนหลายร้อยไร่ ได้ยกให้ลูกๆ จำนวน 6 คน ไปทั้งหมด และก่อนที่จะออกจากบ้าน ได้อาศัยอยู่ในที่ดินที่ยกให้ลูกสาวในเขต อ.บางระกำ แต่ก็ทนลูกสาวไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินออกมาจากบ้านไปเรื่อยๆ

เมื่อตนไปพบเจอเข้าจึงได้อุปการะพามาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะสงสารมาก และมองว่าสังคมเราทำไมย่ำแย่ขนาดนี้ ลูก 6 คนไม่มีใครเลี้ยงพ่อ ซ้ำร้ายลุงจิบแกก็เป็นอัมพฤกษ์ด้วยเดินขาลาก ไม่ค่อยมีแรง เมื่อลุงจิบมาอยู่กับตน ลูกของลุงจิบก็รู้ แต่ไม่สนใจมารับกลับบ้าน ตนเห็นแล้วสงสารมาก จึงอุปการะให้พักอาศัยอยู่ที่บ้านตนจนถึงปัจจุบัน

ด้านคุณตาจิบก็ได้เปิดเผยว่า หลังจากได้แบ่งที่ดินให้ลูกๆไปหมดแล้ว ก็ได้ปลูกกระต๊อบอาศัยอยู่คนเดียวในที่ดิน ซึ่งยกให้ลูกสาวไปแล้ว  ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่ได้อยู่นิ่ง เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ปลูกผักบ้าง ลูกสาวจึงคิดว่าตนจะไปเอาที่ดินคืน ทำให้รู้สึกน้อยใจ จึงต้องออกจากบ้านมา

MThai News