ธุรกิจขายของ ‘วาเลนไทน์’ ปี 58 ต่ำสุดรอบ 9 ปี

ทุก ๆ ปีเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต จะถูกส่งอวยพรถึงกันและกัน ระหว่างคนที่มีความรักต่อกัน ไม่ใช่เพียงแต่คนหนุ่มสาว แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว หรือมิตรสหาย เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์

982a

วาเลนไทน์ เป็นเทศกาลที่ ทำให้การค้า การขาย มีความคึกคัก เพราะหลายสินค้าจะขายดี ในช่วง วันวาเลนไทน์ หลายอย่างเป็นปัจจัย ที่ทำให้คาดว่า ปีนี้ยอดขาย โดยรวมจะลดลง ไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจ ยังไม่แน่นอน ข้าวของที่แพง ที่อาจจะต้องทำให้คนประหยัดขึ้น

ทางด้าน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ ปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบราว 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.52 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา และถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี ทั้งที่วันวาเลนไทน์ปีนี้ ตรงกับวันที่ 14 ก.พ. 58 ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

982b           ตารางการใช้จ่ายเงินสะพัดในช่วงวาเลนไทน์ ปี 2558 (%yoy = เปอร์เซ็นต์อัตราการเติบโต)

สะท้อนว่าประชาชนยัง ไม่มั่นใจกับการจับจ่าย รวมทั้งส่วนใหญ่เห็นว่าสินค้ามีราคาแพง โดยกิจกรรม สำหรับมูลค่าการใช้จ่าย แยกเป็นการใช้จ่ายเป็นค่าดอกไม้ เฉลี่ย 488 บาท ไปทานข้าวนอกบ้าน 2,024 บาท ซื้อช็อกโกแลต 377 บาท ซื้อการ์ด 161 บาท ไปดูหนัง 542 บาท ซื้อของขวัญ 1,982 บาท ท่องเที่ยวในประเทศ 4,180 บาท ไปบ้านแฟน 1,493 บาท ไปคาราโอเกะ 1,612 บาท เป็นต้น ส่วนความคาดหวังจากคู่รักในวันวาเลนไทน์ พบว่า ต้องการบอกรักหรือความรักมากที่สุด รองลงมาเป็น ดอกไม้ พาไปเที่ยวหรือกินข้าว การ์ด ช็อกโกแลต การมีเพศสัมพันธ์และของขวัญ เป็นต้น

982c

 ผลสำรวจ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าการใช้จ่ายช่วง วันวาเลนไทน์ (วันที่สำรวจ 1-7ก.พ. 2558)จำนวน 1,255 ตัวอย่ำง

ของขวัญวันวาเลนไทน์ ที่คาดว่าจะได้รับความนิยม ได้แก่ อันดับ 1 ดอกกุหลาบแดง อันดับ 2 ช็อคโกแลต อันดับ 3 สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า/รองเท้า/กระเป๋า)

ธุรกิจยอดฮิต ที่น่าจับตาได้แก่ ดอกกุหลาบแดง เป็นของขวัญที่กลับมาฮิตอีกครั้งในปีนี้

ดอกกุหลาบ สื่อรักแทนใจ สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ ในปีนี้ได้รับความสนใจจากคนกรุงเทพฯลดลงจากปีก่อนๆมาก โดยมีสินค้า อาทิ ช็อคโกแลต ตุ๊กตา และ สินค้าในกลุ่มแฟชั่น เบียดแซงปรื๊ดขึ้นมาทำให้ ดอกกุหลาบ ในปีนี้หลุดตำแหน่ง สื่อรักยอดนิยมอันดับ 1 ไปอย่างหลุดลอย

ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ดอกกุหลาบแดง โดยจะมีการเลือกซื้อดอกไม้ผ่านร้านจัดดอกไม้ทั่วไปเป็นหลัก

จากการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายดอกไม้ในปากคลองตลาด พบว่าดอกกุหลาบปรับราคาขึ้นไปก่อนหน้า เพื่อรองรับเทศกาลแล้ว 100% จากปกติ 1 กำ มีจำนวน 50 ดอก ราคากำละ 150 บาท เพิ่มเป็น 300 บาท และน่าจะเพิ่มเป็น 400-500 บาทในวันวาเลนไทน์ หรือก่อนหน้านั้น 1 วัน เพราะความต้องการสินค้าสูงมาก แม้ราคาดอกไม้จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

ช็อคโกแลต เป็นสินค้ายอดนิยมช่วงว่า วาเลนไทน์ เพราะถือว่าแทนคำว่า รัก

ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยมี 4 เซกเมนต์ คือ ชนิดบาร์ หรือแท่ง (Moulded) ชนิดสอดไส้ (Countline) ชนิดชิ้นพอดีคำ (Bite Size) และชนิดของขวัญ (Gifting) มูลค่ารวมประมาณ 5.1 พันล้านบาท แต่ละปีมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2555-2557) เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยส่วนใหญ่ใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ 60% ห้างสรรพสินค้า 33% และร้านโชวห่วย 7% ขณะที่ผู้บริโภคหลักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยเริ่มทำงานทั้งชายและหญิงที่มีอายุ 15-34 ปี แบ่งเป็นผู้หญิง 60% ผู้ชาย 40% ในช่วงวาเลนไทน์ ถือเป็นช่วงที่ ธุรกิจนี้เฟื่องฟูคาดว่าน่าจะมียอดขายรวมหลายร้อยล้านบาท

รองลงมา ได้แก่ สินค้าแฟชั่น และเครื่องประดับ ตามลำดับ ที่คาดว่าก็น่าจะเป็นสินค้า ที่ก็เป็นที่นิยมต่างกันไม่มากนัก

 สื่อบอกรักยอดนิยมของคนกรุงเทพ โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ แอพแชท และ สื่อสังคมออนไลน์ ต่างๆ เนื่องจากใช้เป็นประจำ ทั้งยังไม่เสียค่าใช้จ่าย

บรรดาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายดอกไม้ หรือแม้แต่เกษตรกรผู้ปลูกดอกกุหลาบ ต่างคาดหวังว่าจะกระตุ้นให้ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นมากกว่าในภาวะปกติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่าง กลุ่มวัยรุ่น/วัยเรียน ไปจนถึงวัยทำงาน ดังนั้น การเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและวางกลยุทธ์การตลาดที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด น่าจะเป็นโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาช่วงชิงกำลังซื้อในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้ได้เป็นอย่างดี

MThai News

ทหารปัดตามประกบ-ค้นรถขบวน”ยิ่งลักษณ์”

ขบวนรถ“ยิ่งลักษณ์“ถูกทหารตรวจค้นและติดตามตลอดวัน ขณะไปทำบุญบรรพบุรุษที่เชียงใหม่ ด้าน ผบ.มทบ.33 ปัด ไม่ได้แตะต้องรถอดีตนายกฯ ชี้ ตั้งด่านเพื่อความมั่นคง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 มีรายงานว่า ขบวนรถ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ตั้งด่านตรวจค้นรถรถโฟล์กตู้ ทะเบียน กธ 77 เชียงใหม่ของ

ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ทหารค้นรถยิ่้งลักษณ์, ค้นรถยิ่งลักษณ์, คสช., ทหาร, พล.ต.ศรายุธ รังษี

ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ทหารค้นรถยิ่้งลักษณ์, ค้นรถยิ่งลักษณ์, คสช., ทหาร, พล.ต.ศรายุธ รังษี

ทหารปัดตามประกบ-ตรวจค้นรถ”ยิ่งลักษณ์”

น.ส.ยิ่งลักษณ์และรถเจ้าหน้าที่ติดตาม ขณะเดินทางไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษร่วมกับญาติๆที่วัดโรงธรรมสามัคคี ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น และตลอดทั้งวันยังมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ยังได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไม่คลาดสายตา

ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ทหารค้นรถยิ่้งลักษณ์, ค้นรถยิ่งลักษณ์, คสช., ทหาร, พล.ต.ศรายุธ รังษี

พล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ.มทบ.33

หลังจากข่าวแพร่ออกไปนั้น ด้าน พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เหตุตั้งด่านตรวจจุดสกัด เพื่อดูแลความมั่นคงเท่านั้น และไม่ได้ตรวจค้นรถของอดีตนายกรัฐมนตรี  ยอมรับว่ามีการตรวจค้นรถในขบวน เพื่อให้เกียรติดูแลรักษาความปลอดภัยเมื่อเข้ามาในพื้นที่ ย้ำ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับรถอดีตนายกรัฐมนตรี  และไม่มีการส่งทหารตามประกบรถขบวน

ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวไทย

MThai News

จ่อขึ้นราคาน้ำมัน 40-50 สต. 1-2 วันนี้

ผู้ค้าน้ำมัน เผย 1-2 วันนี้ หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังขยับตัวพุ่งไม่หยุด ต้องขึ้น ราคาน้ำมัน ทุกชนิดในประเทศอีก 40-50 สตางค์ต่อลิตร

ข้อมูลจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปริมาณการผลิตน้ำมัน Shale Oil ของสหรัฐอเมริกาที่ชะลอตัวลง จากระดับ ราคาน้ำมัน ที่อ่อนค่า ไม่คุ้มต้นทุนการผลิต

รวมถึงโอเปกคาดการณ์การใช้น้ำมันดิบปี 2558 จะสูงขึ้น 0.43 ล้านบาร์เรล ต่อวันส่งผลให้ล่าสุดค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 0.50 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลเฉลี่ย 0.66 บาทต่อลิตร

ซึ่งหาก ราคาน้ำมัน ตลาดโลก ยังคงปรับสูงขึ้นอีก 1-2 วันนี้ ก็จะส่งผลให้ ผู้ค้าน้ำมันอาจต้อง ปรับเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งราว 40-50 สตางค์ต่อลิตร..

ติดตามข่าวสาร ‘ราคาน้ำมัน’ คลิ๊กเลย>>>>>>>

MThai News