วัดร่องขุ่น “ห้ามทัวร์จีนเข้า” เหตุแผลงฤทธิ์.!!?

อาจารย์เฉลิมชัยสุดทน ติดป้ายห้ามทัวร์จีนเข้าวัดร่องขุ่น หลังแผลงฤทธิ์ทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วลงในถังน้ำ

สื่อของประเทศจีน CCTV รายงานว่า มีผู้โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ถึงการที่นักท่องเที่ยวจีนถูกติดป้ายประกาศห้ามเข้าชมวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย หลังพบว่าทัวร์จีนได้ทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วในถังน้ำของสุขาสีทอง และปฏิเสธไม่รับผิด

วัดร่องขุ่น, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, นักท่องเที่ยวจีน

วัดร่องขุ่น

โดยเจ้าหน้าที่วัดร่องขุ่น ซึ่งเป็นคนสนิทกับ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้างวัดร่องขุน กล่าวว่า ทางวัดได้ติดป้ายประกาศ งดรับนักท่องเที่ยวจีนในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในครั้งนี้ได้มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน ได้จงใจทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วลงในถังน้ำสำหรับทำความสะอาด และปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในการเอาออกมา นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนยังทำห้องน้ำเลอะเทอะหลายครั้ง มีทั้งพฤติกรรมไม่ราดน้ำ ทิ้งกระดาษทิ้งชูเกลื่อนพื้น

อย่างไรก็ตาม ทางวัดได้ปิดห้ามเข้าชมเพียงครึ่งวันเท่านั้น หลังอาจารย์เฉลิมชัย เห็นความผิดหวังของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากที่มายืนรออยู่ภายนอกวัด อาจารย์เฉลิมชัยก็สงสาร เพราะนักท่องเที่ยวจีนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาโดนไปด้วย แต่ก็ต้องปรามบ้างไม่อย่างนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

MThai News

หนุ่มมะกัน ได้รถใหม่หลังเดินทำงานวันละ32ก.ม

หนุ่มอเมริกันเดินเท้าไปทำงานทุกวันวันละ 32 กิโลเมตร โดยไม่เคยสายเลย ล่าสุด ปชช.แห่ร่วมบริจาคถล่มทลาย พร้อมได้รับรถคันใหม่ขับไปทำงาน

วานนี้ (8ก.พ.) สำนักข่าว ‘เดลี เมล์’ รายงานข่าว ‘นายเจมส์ โรเบิร์ตสัน’ วัย 56 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา หลังจากเรื่องราวสุดรันทดของเขา ที่ต้องเดินเท้าไป-กลับ ที่พักที่ทำงานเป็นระยะทางรวมกว่า 32 กม.นานกว่าสิบปี เนื่องจากรถประจำทางไม่ครอบคลุมพื้นที่ตามที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้นั้น

2568663000000578-0-image-a-3_1423273200843

ล่าสุดนายโรเบิร์ตสันได้รับรถยนต์ ซีดาน ฟอร์ดทัวรัส สีแดงรุ่นใหม่ จากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในเมืองสเตอร์ลิง ไฮท์ส รัฐมิชิแกน จากเงินบริจาคของคนทั่วโลกเพื่อระดมทุนช่วยเหลือ รวมเป็นเงินกว่า 310,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,920,000 บาท

โดยจุดเริ่มต้นเกิดจาก ‘นายอีวาน ลีดี้’ นักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปี จากมหาวิทยาลัยเวย์น สเตท แกนนำที่เริ่มเผยแพร่เรื่องราวของนายโรเบิร์ตสัน ผ่านทางเว็บไซต์ระดมเงินบริจาคจนได้เงินบริจาคถล่มทลายดังกล่าว

254ED48900000578-0-image-a-11_1423273263323

2568A0A200000578-0-image-a-9_1423273253324

MThai News
ที่มา DailyMail

พ่อแม่ “ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์” พบกองปราบ แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้ง

อภิรุจ – วันทนีย์ สุวะดี” เข้าพบกองปราบ กรณี “น.ส.ศวิตา” กล่าวหาว่ากลั่นแกล้งจนได้รับโทษ ลั่นไม่เคยแกล้งใครยันบริสุทธิ์ ด้าน รรท.ผบช.ก. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

นายอภิรุจ สุวะดี และ นางวันทนีย์ สุวะดี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อชี้แจงกรณีที่ถูก นางสาวศวิตา มณีจันทร์ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี กล่าวหาว่ากลั่นแกล้งจนได้รับโทษทางอาญา

597726-03

โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ตามที่ นางสาวศวิตา กล่าวอ้างว่า เมื่อปี 2546 ว่า นายอภิรุจ และ นางวันทนีย์ เรียกพบ นางสาวศวิตา และครอบครัวด้วยการคลานเข่าเข้าหา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมอยู่ในวันดังกล่าวด้วย

ด้าน นางวันทนีย์ กล่าวระบุว่า ทางครอบครัวไม่เคยกลั่นแกล้งครอบครัวใคร อีกทั้งเพิ่งเคยพบหน้า นางสาวศวิตา วันนี้เป็นวันแรกจึงอยากขอความเป็นธรรมกับสังคม เพราะที่ผ่านมาครอบครัวต้องประสบเหตุการณ์ร้ายมามากพอแล้ว และตลอดมา ครอบครัวสุวะดี จงรักภักดีต่อสถาบันทุกพระองค์ไม่เคยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พร้อมสาบานยืนยันความบริสุทธิ์

ขณะที่ นางสาวศวิตา ยังคงยืนยันว่า เรื่องที่กล่าวหา นายอภิรุจ และ นางวันทนีย์ นั้นเป็นความจริง ไม่ได้มีการใส่ร้ายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พลตำรวจตรีฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ทุกอย่างถือเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ชี้แจงรายละเอียด แต่การทำคดีของตำรวจนั้น ทุกอย่างต้องอยู่บนหลักความยุติธรรมและมีหลักฐานรองรับ

ตร.ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

พลตำรวจตรี ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ในวันนี้ นายอภิรุจ สุวะดี และ นางวันทนีย์ สุวะดี ได้ติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อเข้าชี้แจงด้วยตัวเอง กรณีถูก นางสาวศวิตา มณีจันทร์ กล่าวหาว่ากลั่นแกล้งให้รับโทษทางอาญา จนถูกจำคุก 1 ปี 6 เดือน

ซึ่งในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะต้องทำการสอบปากคำบุคคลทั้งสองคนถึงรายละเอียดของคดีตามขั้นตอน แต่หากการสืบสวนพบว่ากระทำผิดจริง พนักงานก็จะแจ้งข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม พลตพรวจตรี ฐิติราช กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำพยานจำนวน 3 ปากนั้น ก็ให้ข้อมูลสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน มีมูลเข้าข่ายความผิด และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย