เตือนภัย! โจรตัดสัญญาณล็อครถ ฉกของมีค่า ทำง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

เตือนภัย! โจร ตัดสัญญาณล็อครถ ฉกของมีค่า ทำง่ายๆแค่ปลายนิ้ว 

วันนี้(9 ก.พ.) แฟนเพจ Thailand Police Story ได้เผยเรื่องราวเตือนภัยผู้ใช้รถยนต์ โดยเตือนระวังไม่ให้ทิ้งของมีค่าไว้บนรถยนต์ มิเช่นั้น อาจจะโดนมิจฉาชีพใช้รีโมทกด ตัดสัญญาณล็อครถ แล้วขโมยของภายในรถ ทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ โดยแฟนเพจดังกล่าวเผยกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงว่า เกิดเหตุการณ์ นางสาวบี ขับรถโตโยต้าวีออส มาทำธุระที่โลตัสพัทยาเหนือ โดยเอาโน๊ตบุ๊คยี่ห้อ Asus สีขาวทิ้งไว้ในรถ เมื่อลงจากรถจึงกดรีโมท เพื่อล็อคประตูรถตามปกติ แต่ปรากฎว่าไม่มีสัญญาณเตือนกระพริบ คิดว่าแบตเตอรี่อาจจะหมด จึงรีบวิ่งไปที่ร้านรับทำกุญแจห่างจากตัวรถประมาณ 10 เมตร

โจรตัดสัญญาณล็อครถ

โจร ตัดสัญญาณล็อครถ

ระหว่างรอ เห็นผู้ชายสวมเสื้อสีขาวเดินถือโน้ตบุ๊คยี่ห้อ Asus สีขาวของตัวเองเดินผ่านมา จึงแจ้งให้พลเมืองดีช่วยกันจับกุมไว้และโทรเรียกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา มาที่เกิดเหตุ เมื่อตำรวจค้นตัวผู้ต้องหา (นายกิตติศักดิ์ เพ็ชรเทียม อายุ 33 ปี) พบรีโมทคอนโทรลแบบประดิษฐ์ 1 เครื่อง สารภาพว่าเป็น เครื่องตัดสัญญาณ (ส่งสัญญาณรบกวนรีโมทรถยนต์) เพื่อไม่ให้กดล็อคประตูรถได้ เมื่อเจ้าของรถเดินไปที่อื่น จะรีบเข้าไปขโมยทรัพย์สินในรถ

จากนั้นตำรวจนำตัวนายกิตติศักดิ์ไปที่รถยนต์ส่วนตัว (ที่นายกิตติศักดิ์ขับมาเอง) เมื่อตรวจค้น พบโน๊ตบุ๊คประมาณ 10 เครื่อง ,มือถือ, ไอแพด, เงินสด และพระเครื่องจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นทรัพย์สินที่ขโมยมาจากลานจอดรถที่ต่างๆ หากผู้ใดเคยถูกก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาตรวจสอบสิ่งของได้ที่ สภ.เมืองพัทยา

ขอบคุณภาพและเรื่องราวจาก แฟนเพจ Thailand Police Story

MThai News

“กลุ่มล้อการเมือง”โพสต์แจง เหตุงานจุฬา-มธ.

กลุ่มล้อการเมือง มธ.โพสต์แถลงการณ์ แจงยิบวินาทีถูกสกัดห้ามเข้าสนาม ย้ำ พลิกเกมซ้อนแผน เพื่อแสดงจุดยืนเสรีภาพการแสดงออกทางการเมืองให้สำเร็จ

วันที่ 8 ก.พ.58 กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะผู้รับผิดชอบขบวนล้อการเมือง ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 โพสต์เฟซบุ๊กแถลงการณ์สรุปเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง ระบุ ต้องการมีเสรีภาพแสดงออกเช่นทุกปีที่จัดมา ย้ำ ใช้วิธีซ้อนแผน เพื่อเดินขบวนล้อการเมืองได้สำเร็จ ก่อนทิ้งท้าย หวังให้เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองจะกลับคืนสู่สังคมไทยโดยเร็ว

a3

ถลงการณ์

วันที่ 6 ก.พ ก่อนหน้าวันจัดงานฟุตบอลประเพณีฯ 1 วัน มีข่าวเผยแพร่ออกมาว่า(คสช.) ขอความร่วมมือให้งดจัดขบวนล้อการเมืองภายในงานฟุตบอลประเพณีฯ ซึ่งทางกลุ่มได้ประชุมกันและมีข้อตกลงว่าจะจัดขบวนล้อการเมืองต่อไป และได้เคลื่อนย้ายหุ่นและป้ายผ้าไปยังสนามเทพหัสดิน สถานที่จัดเตรียมขบวนขั้นสุดท้ายในคืนวันนั้น

ตลอดคืนวันฃที่ 6 ถึงเช้าวันที่ 7 ก.พ ได้มีทหารเข้ามาสังเกตการณ์เป็นระยะๆ พร้อมทั้งแจ้งว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 1 กองร้อยเข้ามาควบคุมดูแลการจัดเตรียมขบวน ทางกลุ่มเห็นว่าอาจเกิดความไม่ปลอดภัย จึงได้เร่งจัดเตรียมหุ่นและป้ายผ้าให้เสร็จแล้วเคลื่อนขบวนมายังฝั่งตะวันออกของสนามศุภชลาศัยตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 น.

13.00 น. ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและการเรียนรู้ มธ
ได้แจ้งทางกลุ่มว่า ทหารได้ติดต่อมาเรื่องขบวนล้อการเมืองและตำรวจกำลังจะเดินทางมายังสนาม ทางกลุ่มจึงได้เตรียมตัวเข้าชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางกลุ่มจำเป็นต้องชี้แจงไปว่าขบวนล้อการเมืองไม่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปถึง คสช. แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงยอมให้จัดกิจกรรมต่อไปได้

14.30 น. ขณะที่ขบวนล้อการเมืองกำลังเคลื่อนเข้าสู่สนามที่ประตูช้าง เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้นักศึกษาแสดงป้ายผ้าที่พกติดมาด้วย หลังจากที่ได้เห็นข้อความในป้ายผ้าแล้ว ก็ได้สั่งห้ามเคลื่อนขบวนเข้าสู่สนาม ปิดประตูสนาม และสั่งตรวจป้ายผ้าทุกผืน นักศึกษาต้องนำป้ายผ้าบางส่วนมาซ่อนอยู่ในตัวหุ่น

นักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยได้กดดันเจ้าหน้าที่จนยอมให้เคลื่อนขบวนล้อการเมืองเข้าสู่สนามได้ ทางกลุ่มได้นำหุ่นทั้งหมดเข้าสู่สนามพร้อมทั้งเปิดเผยเนื้อหาแท้จริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ ในสนามกีฬาปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนใส่เสื้องานฟุตบอลแฝงตัวเข้ามายึดป้ายผ้าจากนักศึกษาในขณะที่เดินขบวนด้วยเช่นกัน

15.00 น.หลังจากขบวนล้อการเมืองได้เดินขบวนในสนามเสร็จเป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้ยึดป้ายผ้าทั้งหมดเอาไว้เพื่อนำไปตรวจสอบ ส่วนนักศึกษาทั้งหมดเดินทางออกมาจากบริเวณสนามศุภชลาศัยได้อย่างปลอดภัย

กลุ่มอิสระล้อการเมืองฯ ขอยืนยัน ในเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางกลุ่มยึดถือมาตลอดในการจัดขบวนล้อการเมืองทุกๆ ปี ด้วยเห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจริงในสังคม และนำไปสู่การแก้ไขให้ถูกต้องในที่สุด ทุกครั้งที่ผ่านมาทางกลุ่มไม่เคยจำเป็นที่จะต้องปกปิดเนื้อหาที่แท้จริงของขบวนล้อการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหากทางกลุ่มไม่ทำเช่นนี้ก็ย่อมไม่มีโอกาสได้เข้าไปข้างในสนามอย่างแน่นอน

ทางกลุ่มขอขอบคุณสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สนับสนุนงบฯในการจัดทำ ขอขอบคุณองค์การนักศึกษา มธ. ที่ให้ความช่วยเหลือด้านแรงงาน การประสานงาน และช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางเจ้าหน้าที่ ให้นำขบวนเข้าสู่สนามได้เป็นผลสำเร็จ

และขอขอบคุณนักศึกษา มธ.ทุกคน ที่สละแรงกายและเวลามาช่วยจัดทำและเดินขบวน และเป็นกำลังใจให้เสมอมา สุดท้ายนี้ทางกลุ่มหวังเป็นอย่างยิ่งว่าว่าเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองจะกลับคืนสู่สังคมไทยได้ในเร็ววัน

ด้วยความปรารถนาดีต่อเสรีภาพซึ่งควรจะมีแก่ชาวไทยทุกคน

กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8 กุมภาพันธ์ 2558

ขอบคุณ ข้อมูล/ภาพ เฟซบุ๊ก กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

MThai News 

หนุ่มโดนยิงดับปริศนา ไม่รวยไม่ดัง ไม่เป็นข่าว

เรื่องเงียบช่วยกันแชร์ ! หนุ่มโดนยิงดับปริศนา ไม่รวย ไม่ดัง ไม่เป็นข่าว

วันนี้(9 ก.พ.) ชาวสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊คของคุณ Attapol Bellrelease Kaithong โดยได้เปิดเผยเรื่องราวเหตุการณ์ที่เพื่อนของตน ซึ่งเป็นคนดีไม่เคยมีเรื่องกับใคร อยู่ดีๆก็โดนรถเก๋งปริศนาขับมายิงปืนใส่จนเสียชีวิตแต่คดีกลับเงียบ ไม่เป็นข่าว จึงวอนอยากให้สังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์เพราะดูเหมือนเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างมาก

1925279_10203591801099249_757764683533460750_n (1)

“…เพื่อนจากไปเราว่าเศร้าแล้วแต่เหตุผลการจากไปมันน่าเศร้ายิ่งกว่า… เพื่อนบอม คนนี้ถูกประกบยิงเสียชีวิตริมถนนพหลโยธินช่วงสะพานบางบัวในช่วงเวลาดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เค้าไม่ได้ออกมาจากร้านเหล้า เค้าไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งหรือมีเรื่องกับใครใดๆทั้งสิ้นน้องที่ซ้อนไปกับบอมเล่าว่าจังหวะที่ขับรถมอเตอร์ไซค์กำลังกลับบ้าน เห็นรถเชฟโลเร็ตสีดำไม่ทราบทะเบียนเปิดไฟสูงใส่ ก่อนจะเปิดกระจกแล้วเล็งปืนมา น้องคนซ้อนเห็นจึงหลบก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

สิ้นเสียงปืนบอมถามน้องคนซ้อนว่า “เสียงอะไร?” ก่อนจะล้มวูบไปและสิ้นใจไปในที่สุดเพราะกระสุนทะลุตับเข้าหัวใจและทะลุออกแขน ไม่มีใครรู้สาเหตุ ไม่ว่าเพื่อน คนซ้อน ครอบครัวว่าเพราะอะไร บอม ถึงโดนยิง เพราะบอมไม่เคยหาเรื่องใคร และไม่เคยพาลใครก่อน ผมกลัวระบบความยุติธรรมของประเทศไทยกลัวว่าจับคนยิงมาไม่ได้เพราะบอม ” ไม่รวย ไม่ดัง ” กลัวตำรวจไม่สนใจปล่อยปะละเลย เพราะไม่มีสื่อใดๆมาส่องสปอตไลท์ใส่เรื่องนี้เลย

ผมเชื่อพลังโซเชียล ผมเชื่อพลังปุ่มแชร์ ผมเชื่อพลังของเฟซบุ้ค กดแชร์เรื่องราวความไม่ชอบมาพากลเรื่องนี้ให้ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องช่วยหันมาดู หลับให้สบายนะเพื่อน เรากำลังช่วยนายหาคนยิงนายมากราบศพนายให้ได้…ขอบคุณสำหรับท่านที่ช่วยแชร์…”

MThai news

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊คของคุณ Attapol Bellrelease Kaithong