ด่วน! ไฟไหม้ บ้านไม้ กลางเมือง ‘เบตง’ ดับ 2 เจ็บ 1

สลด! ไฟไหม้ บ้านกลางเมืองเบตง จ.ยะลา มีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย เบื้องต้นคาด ไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟไหม้, เบตงไฟไหม้, ไฟไหม้เบตง, เบตง, ยะลา

ด่วน! ไฟไหม้ บ้านไม้กลางเมืองเบตง ดับ2เจ็บ1

รายงานศูนย์วิทยุ 191 สภ.อ.เมืองเบตง จ.ยะลา แจ้งว่า เกิดเพลิงไหม้ขึ้นภายในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ในเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งขณะนี้หน่วยกู้ภัยได้นำตัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุ คาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

โพสต์สุดท้าย!ก่อนสิ้นชีพ อปพร.ดับ ไฟไหม้SCB

โลกสังคมออนไลน์ แชร์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายเดชา ด้วงชนะ อาสาสมัคร อปพร. ที่ใช้ชื่อว่า ‘หนวด หลักสี่‘ ที่เสียชีวิตหลังเข้าดับเพลิง ไฟไหม้ SCB

ในโลกสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ข้อความสุดท้ายทางเฟซบุ๊ก ของอาสาสมัคร อปพร. ที่เสียชีวิตหลังเข้าดับเพลิง ในเหตุการณ์ ไฟไหม้ SCB คือนาย เดชา ด้วงชนะ โดยใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า ‘หนวด หลักสี่’

ไฟไหม้ SCB, อปพร., เดชา ด้วงชนะ, เฟซบุ๊ค, หนวด หลักสี่

ข้อความสุดท้ายทางเฟซบุ๊กของ เดชา ด้วงชนะ อปพร.ที่เสียชีวิต

โดยข้อความในเฟซบุ๊คระบุว่า ‘การคัดเเยกเเละการตัดสินใจ จะมีผลต่อผู้ประสพภัยเป็นอย่างมาก ควรศึกษาเเละเพิ่มพูลความรู้ใว้อย่างสม่ำเสมอ อาจารย์ของผมใด้กล่าวใว้ว่า 2 มือของเราจะใช้ทำลายหลือช่วยชีวิตก็ใด้ เเต่ถ้าเลือกที่จะช่วยชีวิตต้องหมั่นฝึก

เเละเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาอย่าคิดว่าข้าเก่งข้ารู้มากพอเเล้ว ข้าจะไม่รับอะไรเพิ่มเเล้ว ถ้าคิดอย่างนี้จงอย่ามาศึกษาอย่ามาเรียนรู้ ให้ออกไปซะมันถ่วงคนอื่นที่เขาอยากเรียนรู้ อยากศึกษาเพิ่ม 2 มือของผมจะขอเป็น 2 มือ ที่ช่วยชีวิตครับ ขอบคุณอาจารย์มากครับ

ด้านพันตำรวจเอกพิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่าเปลวไฟได้ปะทุตลอดทั้งคืน เพราะส่วนใหญ่เป็นกองเอกสาร แต่สปริงเกอร์ทำงานปกติเพลิงจึงไม่ลุกลามไปชั้นอื่น

ส่วนนายเดชา ด้วงชนะ อาสาสมัคร อปพร. ที่เสียชีวิตขณะเข้าไปดับเพลิงภายในชั้น 10 คาดว่าหลงทาง และอ๊อกซิเจนหมด ซึ่งได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแล้ว

ขอบคุณภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ

MThai News

ไม้เด็ด! จุฬา-มธ ‘ล้อการเมือง’ฝ่ากฏ คสช.(มีคลิป)

ฮือฮาไปเลยทีเดียว สำหรับงาน ฟุตบอลประเพณี “จุฬา-ธรรมศาสตร์” ครั้งที่ 70  โดยจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ณ สนามศุภชลาศัย ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เตือนให้กลุ่มล้อการเมืองของทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ระมัดระวังเกี่ยวกับเนื้อหาของขบวนหุ่นล้อการเมืองและการแปรอักษร ขณะที่อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ยัน เดินหน้าต่อกิจกรรมการแสดงในงานดังกล่าว เเต่จะปรับความเหมาะสมให้มากขึ้น

การเมือง, ล้อการเมือง, ล้อการเมือง งานบอล,จุฬา-ธรรมศาสตร์, ล้อการเมือง งานบอล 70, ล้อการเมือง มธ., ล้อการเมือง 58, ล้อการเมือง ประยุทธ์, ล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณี, หุ่นล้อการเมือง, พาเหรดล้อการเมือง

ไม้เด็ด! จุฬา-มธ.”ล้อการเมือง”ฝ่ากฏ คสช.

กระทั่งวันงาน เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อขบวนหุ่นล้อการเมืองธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่เข้ามาปิดประตู ห้ามขบวนล้อการเมืองเข้าไปในสนาม พร้อมเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยยึดป้ายผ้าที่มีถ้อยคำที่เหมาะสม ก่อนปล่อยให้นักศึกษานำหุ่นล้อการเมืองเข้าไปได้เท่านั้น

แต่…เมื่อขบวนล้อการเมืองของ มธ. ได้เข้าสู่สนาม สิ่งไม่คาดคิดบังเกิดขึ้น !!!

13

เมื่อนักศึกษาได้กางป้ายผ้าผืนใหม่ ระบุข้อความเสียดสีการเมือง พร้อมแกะกระดาษออกจากหุ่นล้อการเมือง ทำให้ข้อความและเรื่องราวของหุ่นแต่ละตัวนั้นเปลี่ยนไปฉับพลัน เช่น หุ่นคนปิดหน้าที่ระบุว่าเป็นกลุ่ม ISIS ก็กลายเป็นหุ่นหน้าคล้าย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภาพทีวีจอดำ ก็กลายเป็นรายการคืนความสุข ที่มีการเปลี่ยนฉากหลังเป็นเทเลทับบี้ และหุ่นครูสอนค่านิยม 12 ประการ ก็เปลี่ยนเป็นคำว่า “ประชาธิปไตย” ที่ถูกขีดฆ่า

15

โดย กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) ได้ระบุถึงรายละเอียดหุ่นแต่ละตัวว่า … ?

ตัวแรก…เป็นหุ่นของ LADY JUSTICE กำลังใช้ดาบแทงเข้าตัวเอง มืออีกข้างหนึ่งถือตราชั่งที่ไม่เที่ยง

หุ่นตัวที่สอง…คือ “คู่จินวินยกแก๊ง” เสียดสีประจินกับเจ๊เกียวเรื่องราคารถทัวร์

หุ่นตัวที่สาม…. “THAILAND FARM” ได้ไอเดียมาจากวรรณกรรมของ George Orwell และบัลลังก์จาก GAME OF THRONE

หุ่นตัวที่สี่…. ครูสอนค่านิยม12ประการ แต่เมื่อขบวนถึงหน้าประธาน ก็ถูกฉีกออกกลายเป็นคำว่า “ประชาธิปไตย” ที่ถูกขีดฆ่า

และหุ่นตัวที่ห้า…เปลี่ยนฉากหลังให้“ท่านผู้นำ“เป็นฉากเทเลทับบี้

17

ทั้งนี้ ระหว่างการเดินขบวนดังกล่าว ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามายึดป้ายผ้าจากนักศึกษาอีกครั้ง แต่ ไม่สามารถทัดทานความมุ่งมั่นของนักศึกษาได้ โดยยังเดินหน้าแบกหุ่นต่อไป

ขณะเดียวกัน ฝาก“แปรอักษร” ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน ได้เน้นสารพัด “คำขอ” โดยเฉพาะคำขอช่วงท้ายสุด ที่เสมือนเหน็บ“รัฐบาล” เบาๆ ผ่านชื่อคลิป “โหดมาก เขาขออะไรตามไปชม”

“หนูขอได้ไหม ขอพูดถึงเมืองไทย
ขออภัย หากขัดเคือง
ขอไบก้อน ฉีดเห็บศาสนา
ขอศรัทธา คืนผ้าเหลือง
ขอลดราคา อาหารโรงกลาง
ขอราคายาง แพงเท่าข้าวแกง
ขอเมสซี่เจ ให้ชาติไว้ลุย
ขอชัปปุยส์ อุ๊ยสส์ ซักคืนก็พอ
ขอโบกเท็กซี่ แล้วไปตลอด
ขอlowcost เขกหัวเจ๊เกียว
ขอความสุข คืนคนในชาติ
ขอมารยาท คืนประ..ยุ… คืนประเทศยูเอส
พี่ขอเวลาหนู ไม่ขัดข้อง
พี่ขอปรองดอง แต่ฟังหนูมั้ย
ขอตรวจสอบ จะฉุนทำไม
ขอประชาธิปไตย เมื่อไหร่จะคืน”

อย่างไรก็ตาม พละกำลัง ความมุ่งมั่น ของนักศึกษา 2 มหาวิทยาลัย ที่พยายามสานกิจกรรมล้อการเมืองที่จัดขึ้นประจำทุปี ให้ประสบความสำเร็จให้ได้ ทั้งป้ายผ้า ขบวนหุ่นจำลอง และการแปรอักษรล้อการเมือง ฝ่าข้อห้ามของรัฐบาลและคสช. และขณะนี้ ฝากรัฐบาล ยังเงียบ และยังไม่มีการเเสดงความเห็นเกี่ยวกับการแสดงออกของเหล่าคนรุ่นใหม่แต่อย่างใด

ชัยพัฒน์ รายงาน

MThai News 

ขอบคุณภาพ กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)