‘พล.อ.พิจิตร’ ปรากฏตัว ย้ำอยู่ปกติสุข แข็งแรงดี

พล.อ.พิจิตร ปรากฏแล้ว ที่ชลบุรี หลังลูกชายกลับจาก ตปท.แจ้ง ตร.หายตัวจากบ้าน ย้ำ ยังอยู่ปกติสุขและสุขภาพแข็งแรง ไม่ขอพูดเรื่องครอบครัว 

วันที่ 7 ก.พ. 58 หลังจากที่มีกระแสกรณีนายพิเชฏฐ์ กุลละวณิชย์ บุตรชายของ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีอดีตรอง ผบ.สส. นำหลักฐานเอกสารร้องเรียนสื่อมวลชน เกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัวกุลละวณิชย์ โดยระบุถูกกีดกันไม่ให้พบบิดา และถูกยื่นฟ้องในข้อหาละเมิดห้ามเข้าในบ้านและทุกสถานที่ที่บิดาอยู่ โดยขณะนี้ พล.อ.พิจิตรถูกพาตัวหนีหายไปออกไปจากบ้านพักนั้น

พล.อ.พิจิตร, พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์, พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, ลักพาตัว, หายตัว, ปรากฏตัว, องคมนตรี

“พล.อ.พิจิตร”ปรากฏตัว ย้ำอยู่ปกติสุขและแข็งแรงดี

ขณะเดียวกัน พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) น้องชาย พล.อ.พิจิตร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พล.อ.พิจิตรได้ตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับนายพิเชฏฐ์ไปแล้ว ตั้งแต่นายพิเชฏฐ์ไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ติดต่อกันนานกว่า 40 ปี การที่นายพิเชฏฐ์ให้ข่าวกับสื่อมวลชนเช่นนี้ ทำให้ พล.อ.พิจิตรและครอบครัวกุลละวณิชย์ได้รับความเสียหาย และเกิดความยุ่งยากมากขึ้นและะต้องการประโยชน์แผงอะไร พร้อมไม่ขอเปิดเผยว่าพล.อ.พิจิตรในพักอยู่ที่ไหน แต่ยังสบายดี

พล.อ.พิจิตร, พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์, พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, ลักพาตัว, หายตัว, ปรากฏตัว, องคมนตรี

“พล.อ.พิจิตร”ปรากฏตัว ย้ำอยู่ปกติสุขและแข็งแรงดี

วันนี้ 12.00 น. พล.อ.พิจิตร ได้ออกมาปรากฎตัวต่อสาธารณชนแล้ว โดยสวมเสื้อสีเหลือง มาพบปะกับสื่อมวลชน ที่โรงแรมกาสะลอง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งได้เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมดังกล่าวเกือบ 2 เดือน เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ และร่างกายยังแข็งแรงดี โดยนายทหารคนสนิทและญาติให้ความดูแล

ทั้งนี้ ไม่ขอกล่าวถึงเรื่องอื่น รวมถึงเรื่องเงิน 12 ล้านบาท ขอพูดเพียงแต่เรื่องสุขภาพ และจะพยายามออกสื่อฯให้มาก เพื่อยืนยันว่า อยู่ปกติดี และไม่ได้หายไปไหน

ขอบคุณภาพ สปริงนิวส์ 

MThai News 

รวบหนุ่มใหญ่ หลอกเหยื่อเล่น ‘กำถั่ว’ สูญ 25 ล้าน

บช.น. แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ฉ้อโกงหลอกเหยื่อเล่นพนัน กำถั่ว ขณะสารภาพก่อเหตุหลายพื้นที่มีผู้เสียหายสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวน และตำรวจสน.โชคชัย แถลงผลการจับกุม นายสำราญ ฤกษ์ดี หรือวุฒิศักดิ์ หรือหนึ่ง หรือบ่าว อายุ 54 ปี

กำถั่ว, ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, ตำรวจนครบาล

ผู้เสียหารหลายรายในคดีนี้ รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีลงวันที่ 2 ก.พ. 2558 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ่อโกง” พนัน กำถั่ว พร้อมของกลางรถยนต์ป้ายแดง 2 คัน, เอกสารอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งวันนี้ไม่ได้เดินทางมาแถลงข่าวด้วยเนื่องจากมีอาการป่วย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนได้จับกุม นางวันเพ็ญ สิทธิรัตน์ หรือ เจ๊แหม่ม อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายหลอกเล่นพนันกำถั่ว ได้เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาจึงทำการขยายผล โดยมีพลเมืองดีได้เข้าแจ้งเบาะแสของกลุ่มคนร้าย

จนนำมาสู่การเข้าจับกุม นายสำราญ ผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าในเครือข่ายดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ รวมทั้งระบุว่า ได้ร่วมกับพวกก่อเหตุโดยเลือกตระเวนหาป้ายประกาศขายอสังหาริมทรัพย์

และล้อลวงให้ไปเล่นพนัน กำถั่ว จนเหยื่อเสียเงินเป็นจำนวนมาก สำหรับเงินที่ได้ก็จะนำไปแบ่งกัน และนำไปซื้อทรัพย์สินที่มีราคาแพง บางส่วนก็จะนำไปเล่นการพนัน นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มของ นายสำราญ ได้ก่อเหตุในหลายพื้นที่

รวมถึงต่างจังหวัดซึ่งมีผู้ร้องทุกข์ไว้แล้ว มูลค่าความเสียหายประมาณ 25 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบสองผัวเมีย ค้ายาบ้า-เฮโรอีน ร่วม 30 ล้านบาท

ตำรวจสภ.ควนมีด สงขลา รวบสองผัวเมียค้ายาบ้าเฮโรอีน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ลักลอบขนใส่รถกระบะ มาพร้อมกับมะพร้าวน้ำหอม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.ควนมีด ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด จับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ มีทั้ง ยาบ้า จำนวน 66,000 เม็ด และเฮโรอีน 13 กิโลครึ่ง รวมมูลค่า ประมาณ 30 ล้านบาท และผู้ต้องหา 2 คน

ยาบ้า, เฮโรอีน, สงขลา, จับยาบ้า, ยาเสพย์ติด

ยาบ้า-เฮโรอีน มูลค่าร่วม 30 ล้านบาท

คือ นายประสงค์ ตากสินลา อายุ 27 ปี นางสาวรุ่งรัชนี เพชรรักษ์ อายุ 35 ปี สองผัวเมียขน ยาบ้า โดยจับกุมได้ คาด่านตรวจความมั่นคง บ้านควนมีด ถนนสายเอเชีย อ.จะนะ จ.สงขลา ฝั่งขาล่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะลักลอบขนมากับรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน บม 2354 ชุมพร ซึ่งกระบะหลังบรรทุกมะพร้าวน้ำหอม มาเต็มคันรถคลุมด้วยผ้าใบ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และได้ซุกซ่อนยาบ้าและเฮโรอีน ซึ่งบรรจุอยู่ในลังกระดาษไว้ภายในกองมะพร้าว

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปสอบสวนขยายผล เบื้องต้นทราบว่า ยาบ้าและเฮโรอีนทั้งหมดถูกขนมาจากทางภาคเหนือเพื่อนำไปส่งให้กับเอเยนต์ในพื้นที่ จ.นราธิวาส