จีนรวบสองผัวเมีย ‘แคนาดา’ ข้อหาเป็น ‘สายลับ’ โสมแดง

รัฐบาลจีนออกมายอมรับว่าได้จับกุมสองสามีภรรยาชาว ‘แคนาดา‘ เปิดร้านกาแฟในตานตง ติดพรมแดนเกาหลีเหนือ หลังต้องสงสัยว่าเป็น ‘สายลับ‘ จารกรรมข้อมูล

รัฐบาลจีน ออกมายอมรับว่า ได้จับกุมเควิน และ จูเลีย การ์เรตต์ สองสามีภรรยาชาวแคนาดาที่เปิดร้านกาแฟ ‘ปีเตอร์ คอฟฟีเฮาส์‘ ในตานตง ติดพรมแดนเกาหลีเหนือ ในข้อหาเป็นสายลับจารกรรมข้อมูลสำคัญของประเทศ และข้อมูลการทหาร

สายลับ, จีน, เกาหลีเหนือ, แคนาคา

เควิน และ จูเลีย การ์เรตต์ สองสามีภรรยาชาวแคนาดา (สองคนกลาง)

โดยทางการจีน รายงานว่า เควิน การ์เรตต์ และจูเลีย การ์เรตต์ ถูกจับกุมตัว 6 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลแคนาดาประกาศจะติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนจะปล่อยตัวจูเลีย การ์เรตต์ แล้วแต่ยังคงมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง

ต่อการกักขัง เควิน การ์เรตต์ ซึ่งในการแถลงข่าวในฝั่งจีนเมื่อวานนี้ (5 กพ.) นายฮง เลย โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า เควิน การ์เรตต์ ถูกตั้งข้อหาจารกรรมความลับรัฐบาลจีน ในขณะที่จูเลีย การ์เรตต์ ได้รับการประกัน และเลื่อนการไต่สวน

อย่างไรก็ตามทนายความของครอบครัวการ์เรตต์ ระบุว่า ทั้งสองไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาเป็นทางการ หรือถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ โดยขอให้รัฐบาลจีนรับรองว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องโปร่งใส และยุติธรรม เป็นไปตามหลักกฎหมายสากล

ทั้งนี้บุตรชายของทั้งคู่ เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิงในการจับกุม เนื่องจากพ่อและแม่ของเขาสอนหนังสือในทางใต้ของจีนเป็นเวลาไม่กี่ปีก่อนที่จะย้ายไปปักหลักที่เมืองตานตง โดยเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ชื่อ ‘ปีเตอร์ คอฟฟีเฮาส์’

ซึ่งติดพรมแดนเกาหลีเหนือและเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ รวมถึงเป็นจุดหยุดพักสำหรับผู้ที่หลบหนีออกมาจากเกาหลีเหนือ ซึ่งมีบางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มเอ็นจีโอ หรือกลุ่มการกุศลศาสนาคริสต์ ซึ่งครอบครัว การ์เรตต์ ก็เป็คริสเตียนเช่นกัน

MThai News

‘หม่อมอุ๋ย’ ฟันธงไม่ต้องกระตุ้นศก.ซ้ำ ยันเริ่มฟื้น!

‘หม่อมอุ๋ย‘ ฟันธงไม่กระตุ้นศก.รอบสอง ย้ำประเทศเริ่มฟื้นตัวตามเป้าหมาย การใช้จ่ายภาคครัวเรือน เดือนเเรกของปี สูง 5.8 แสนลบ.

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ยังไม่มีความจำเป็น เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่ 2 เนื่องจาก จากที่รัฐบาลได้ออกมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกไปในช่วงเดือน ต.ค.57

ส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น ตามเป้าหมาย เห็นได้จากตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือน โดยเฉพาะในเดือน ม.ค.58 ประชาชนมีการใช้จ่ายสูงถึง 5.8 แสนล้านบาท

ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถึง 4.01 หมื่นล้านบาท จากปี 56 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยมาจากในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวดลง, การช่วยเหลือชาวสวนยางในวงเงินรวม 8,500 ล้านบาท

ข่าว, ข่าววันนี้, ข่าวเศรษฐกิจ, ปรีดิยาธร เทวกุล, หม่อมอุ๋ย, คสช., ครม., รองนายกรัฐมนตรี, กระทรวงอุตสาหกรรม, กนง., การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

‘หม่อมอุ๋ย’ ฟันธงไม่ต้องกระตุ้นศก.ซ้ำสอง ยันประเทศเริ่มฟื้น!

และการอนุมัติการประกอบกิจการโรงงานของ กระทรวงอุตสาหกรรม การเปิดโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ก็พยายามใช้เงินให้ครบและลงไปในทุกภาคส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น โดยไม่ให้เสียเปล่า

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงเข้าไปช่วยเหลือชาวนา, ชาวสวนยางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือชาวนา ในส่วนของพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซากที่มีอยู่ 3,062 ตำบล โดยช่วยเหลือตำบลละ 1 ล้านบาท

เพื่อช่วยให้เกิดการลดต้นทุนการผลิต และมีเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น  รวมถึงโครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยไม่เกินครอบครัวละ 1 แสนบาท เพื่อให้นำไปใช้ปรับปรุงต้นยาง หรือประกอบกิจการอื่นๆ

โดยขณะนี้มีผู้มายืนขอแล้ว 1 แสนราย และมีการอนุมัติ 1.5 หมื่นราย โดยที่เหลือรัฐบาลจะเร่งอนุมัติให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีเงินไปลงทุนในฤดูกาลหน้า

ประกอบการการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการก่อสร้าง-ซ่อมแซม โรงเรียน ศาลา สถานีอนามัยทั่วประเทศ ซึ่งมีวงเงินลงทุนจำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท

ส่วนในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น มองว่าหากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลง จะช่วยส่งผลดีเศรษฐกิจภายในประเทศ และส่งผลมายังตลาดหุ้นไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตาม

รัฐบาลไม่ได้กดดันการทำงานของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ซึ่ง กนง.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะตัดสินในเรื่องดังกล่าวได้ โดยการประชุมกนง.ที่ผ่านมาได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2%

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เข้าไปเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีความล่าช้า ที่อยู่ในระดับ12% ของงบลงทุนทั้งปี โดยจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในเดือนมี.ค.นี้

MThai News

อดีตนักโทษ แฉความโหดร้าย ค่ายนรกโสมแดง

เลวร้ายเกินทน !! อดีตนักโทษ แฉ ความโหดร้ายทารุณ ในค่ายกักกันของประเทศเกาหลีเหนือ เผย ทำงานหนักยิ่งกว่าสัตว์ และกินของสกปรกเป็นอาหาร

วันนี้ (6 ก.พ.) สำนักข่าว ‘เดลี เมล์’ เปิดเผยเรื่องราวอันโหดร้าย ของ ‘นางจิ ฮวน’ อดีตนักโทษในค่ายแรงงานของเกาหลีเหนือ ซึ่งเธอถูกกักกันในค่ายนรกแห่งนี้เป็นเวลานานกว่า 1 ปี หลังจากถูกเนรเทศออกจากประเทศจีน
2553FCD700000578-0-image-a-7_1423049479626

เธอเปิดเผยความลับของค่ายกักกันแห่งนี้ผ่านองค์การนิรโทษกรรมสากล หนังสั้นชื่อว่า ‘ดิ ออเทอร์ อินเทอร์วิว’ ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับหนังเรื่อง ‘ดิ อินเทอร์วิว’ จากค่ายหนังโซนี่ พิกเจอร์ ซึ่งเคยมีกรณีขัดแย้งกับทางการเกาหลีเหนือก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้ผลิตหนังลอบสังหารนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งรัฐเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้เธอยังกุมความลับของเกาหลีเหนือ ช่วงวิกฤติระหว่างในปี 2533 ซึ่งขณะนั้นนายคิม จอง อิล อดีตผู้นำสูงสุด กำลังปกครองประเทศ มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ล้านราย สถานที่ต่างๆเต็มไปด้วยศพ จิ ฮวนถูกแก๊งค้ามนุษย์ซื้อตัวไปในราคา 5,000 หยวน (26,000 บาท) และถูกส่งตัวไปยังประเทศจีนพร้อมกับน้องสาว แต่นั่นอาจจะเป็นโชคดี ที่ได้หลบหนีออกจากประเทศอันแร้นแค้น แต่มันไม่ต่างอะไรจากการนำสัตว์ไปขายในตลาด เธอถูกบังคับให้แต่งงาน และมีลูกชายหนึ่งคนที่ประเทศจีน แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ทางการจีนรู้ที่มาของเธอ จึงถูกส่งตัวกลับมายังเกาหลีเหนือ ส่งผลให้เธอต้องพรากจากสามีและลูกอย่างจำใจ และถูกตัดสินลงโทษฐานหลบหนีออกจากประเทศ

เธอบรรยายเรื่องราวในอดีตด้วยความเจ็บปวด ชีวิตของเธอแทบไม่ต่างจากสัตว์ ทั้งถูกบีบบังคับให้ทำความสะอาดห้องน้ำด้วยมือเปล่า รวมถึงดำรงชีวิตด้วยความโหยหิว จนจำต้องกินหนู และวัชพืช อาธิเช่นมันฝรั่งดิบเป็นอาหาร บางครั้งลำบากมากถึงขั้นต้องกินของเหลือ หรือเศษอาหารสุนัขหรือวัว เพื่อประทังชีวิต

เธอต้องเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 04.30 และเลิกงานในช่วงมืด และต้องท่องหลักการของพรรคและหัดร้องเพลงปลุกใจต่างๆ จนถึงเที่ยงคืนครั้งหนึ่งเธอถูกส่งไปยังเมืองรานาม และถูกบังคับให้ล้างภูเขาด้วยมือเปล่า เพื่อสร้างระเบียง พวกเขาใช้ผู้หญิงเข็นเกวียนที่บรรทุกดิน

เธอเล่าว่าผู้ที่พยายามหลบหนีออกจากประเทศต้องถูกส่งตัวมายังค่ายนรกแห่งนี้ หลังจากทนทุกข์ทรมานอยู่ในค่ายนรกแห่งนี้ เธอป่วยเป็นโรคบาดทะยักที่บริเวณขา ไม่สามารถทำงาน หรือแม้กระทั่งเดินได้ เธอจึงไม่มีประโยชน์ใดๆ และถูกปล่อยตัวในที่สุด

เธอเดินทางไปยังมองโกเลียด้วยวิธีการเดินเท้า และพบกับชายลึกลับขณะที่เกือบจะถูกทหารตระเวณชายแดนจับตัวได้ เธอตกหลุมรับกับชายหนุ่มคนนี้ทันที และย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ แคว้นอังกฤษ แห่งสหราชอาณาจักร และมีแผนจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้

อย่างไรก็ตาม ‘เคท อัลเลน’ ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลแห่งสหราชอาณาจักร ให้ความเห็นว่า ประชาชนชาวเกาหลีเหนือมีชีวิตอยู่อย่างเช่นฝันร้าย นักโทษหลายพันคนถูกบังคับให้ทำงานหนัก อดอาหาร และถูกทุบตี จนเสียชีวิต

นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่าง จากเรื่องราวเลวร้ายทั่วโลกที่เกิดขึ้น ทำให้เราย้อนมองดูตัวเอง และพออนุมานได้ว่า การที่เราเกิดมาในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่โชคดีกว่าการเกิดมาในหลายๆ ประเทศนัก

2553FD1100000578-2939256-image-a-10_1423051550770

2553FCE000000578-2939256-image-a-4_1423049439366

2553FD1B00000578-2939256-image-a-3_1423049419234

MThai News
ที่มา DailyMail