จัดแน่!!งาน จุฬา- มธ.หลังคสช.งดล้อการเมือง

งานเข้า! คสช.สั่งงดจัดขบวน-แปรอักษรล้อการเมืองในกิจกรรมฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ หวั่นสร้างความขัดแย้งใหม่ ฝั่งธรรมศาสตร์ เมินเดินหน้าต่อแต่ปรับความเหมาะสม

จากกระแสข่าวว่า ในการจัดงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ที่สนามศุภชลาศัย วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง ให้งดจัดกิจกรรมล้อเลียนการเมือง ที่ทำเป็นประจำทุกปี เนื่องจากอาจสร้างความขัดแย้งได้

จุฬา-ธรรมศาสตร์, ฟุตบอลประเพณี, ฟุตบอลจุฬา ธรรมศาสตร์, จุฬา, ธรรมศาสตร์, คสช, พ.อ.วินธัย สุวารี, ล้อการเมือง

ลุยต่อ!งาน”จุฬา-ธรรมศาสตร์”หลังคสช.งดล้อการเมือง

โดย พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศราว่า กรณีนี้อาจเป็นขอความร่วมมือ เนื่องจากการล้อเลียนกันไปมาอาจสร้างความขัดแย้งขึ้นอีกได้ จึงขอความร่วมมือ เพราะขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองกำลังไปได้ดี ทั้งนี้ต้องสอบถามไปยังหน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบว่าเป็นผู้เข้าไปทำความพูดคุยกันอย่างไร

ล่าสุด พ.ท.วีระชัย ผ่องแก้ว หัวหน้าฝ่ายข่าว กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นเป็นนโยบายขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมในเชิงล้อเลียนทางการเมือง ตามแนวทางที่กองทัพขอความร่วมมือมา ซึ่งได้ให้ผู้ใหญ่ไปคุยกับผู้จัดงานดังกล่าวทราบแล้ว ก็ต้องดูว่าทางผู้จัดงานจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

จุฬา-ธรรมศาสตร์, ฟุตบอลประเพณี, ฟุตบอลจุฬา ธรรมศาสตร์, จุฬา, ธรรมศาสตร์, คสช, พ.อ.วินธัย สุวารี, ล้อการเมือง

ไปต่อ!งาน”จุฬา-ธรรมศาสตร์”หลังคสช.งดล้อการเมือง

ขณะเดียวกัน ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ว่า ทางฝ่ายทหารได้ประสานขอความร่วมมือในการงดจัดกิจกรรมล้อการเมือง มายังสมาคมธรรมศาสตร์ฯ (ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน) และทางสมาคมได้ประสานมายังมหาวิทยาลัย โดยได้พูดคุยกับทางนักศึกษา และทุกฝ่ายแล้ว เนื่องจากกิจกรรมล้อการเมือง เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี และเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงออก จึงตกลงว่าจะมีการจัดกิจกรรมต่อไป แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องความกังวลของบางฝ่ายนั้น ก็จะมีการพิจารณาถึงรายละเอียดในแต่ละกิจกรรมที่จะแสดงออกตามความเหมาะสมต่อไป

ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวอิศรา / มติชน 

ขอบคุณภาพ  UKK UKRIT 

MThai News

ณัฐวุฒิ หวั่นไทยก้าวสู่สังคมอนุรักษนิยม ใต้อำนาจรัฐราชการ

ณัฐวุฒิ โพสต์หวั่นไทยเข้าสู่สังคมอนุรักษนิยม ภายใต้อำนาจรัฐราชการ หลังประยุทธ์ เรียกถกแม่น้ำ 5 สาย กระชับความเข้าใจและตรวจการบ้านตามโรดแม็ป เพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตย

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (6 ก.พ. 58) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุม 5 ฝ่าย หรือแม่น้ำ 5สาย เพื่อกระชับความเข้าใจและตรวจการบ้านตามโรดแม็ป เพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยระบุว่า

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,

พล.อ. ประยุทธ์ เรียกประชุมแม่น้ำ ๕ สาย คาดว่าเพื่อกระชับความเข้าใจและตรวจการบ้านตามโรดแม็ป ได้ยินคนบน “เรือแป๊ะ” พูดกันว่ารัฐธรรมนูญร่างแรกผ่านไปแล้ว ๕๐% เปรียบเป็นฟุตบอลพอหมดครึ่งแรกก็จะมีการวิเคราะห์เกมที่ผ่านมา และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในครึ่งหลัง ผมขอร่วมแสดงทัศนะถ้าปลายทางของรัฐธรรมนูญนี้ คือการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องบอกว่ามองเกมครึ่งแรกแล้วน่าเป็นห่วง เพราะยิ่งเดินอำนาจอธิปไตยของประชาชนก็ดูจะอ่อนแอลง

สิ่งบ่งชี้บางประการ เช่น มีคน ๗ คน มาเป็นกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ มีสมัชชาคุณธรรมคอยให้ข้อมูลชี้นำสังคมว่าใครบ้างมีหรือไม่มีคุณธรรม มี ส.ว. สรรหาเต็มสภาและทำท่าว่าอำนาจจะมหาศาล มีมาตรา ๗ ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด กรณีพิพาทเมื่อถึงทางตัน ฯลฯ ถ้าจบแบบนี้ผมเห็นว่าเราจะเข้าสู่ “สังคมอนุรักษนิยม” ภายใต้อำนาจ “รัฐราชการ” ซึ่งจะสวนทางกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยของประชาชนต้องเป็นอำนาจสูงสุด

ไม่ได้มีปัญหากับระบบราชการ แต่การมีข้าราชการจัดการเลือกตั้งคุมแต่งตั้งโยกย้าย ชี้ขาดจริยธรรม กำกับนโยบายฝ่ายการเมืองตั้งแต่ช่วงหาเสียง ผมยังมองไม่ออกว่ารัฐบาลเลือกตั้งจะใช้อำนาจบริหารอย่างไร นี่คือความห่วงใย เผื่อแป๊ะในฐานะผู้จัดการทีมที่เชื่อกันว่า ทุกคนต้องตามใจจะรับไว้พิจารณาแก้เกมในครึ่งหลัง แต่ถ้าแป๊ะและคณะเห็นว่ามาถูกทางจะเดินต่อไปเช่นนี้ ก็แล้วแต่แป๊ะ

สำหรับการออกมาแสดงความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแรกหลังจากนายณัฐวุฒิ ถูกเรียก คสช. เข้าปรับทัศนะคติจากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของสนช. รวมถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศุกของผู้แทนสหรัฐ ซึ่งเจ้าตัวพร้อมรับปาก และจะไม่ออกมาแสดงความเห็น และเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก

MThai News

แจ้งจับ!! หนุ่มทำร้ายแม่ชรา แม่โต้ “ลูกแค่ตีก้นเบาๆ”

เพื่อนบ้านแจ้งจับชายวัย 59 ทำร้ายแม่ เจ้าตัวอ้างนอนตกเตียงเอง ด้านแม่โต้ลูกแค่ตีก้นเบา ๆ ตามประสาลูกกับแม่ 

วันนี้(6ก.พ.)รายการเรื่องเล่าเช้านี้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองนนทบุรีได้เข้าตรวจสอบบ้าหลังหนึ่ง หลังมีชาวบ้านแจ้งว่ามีหญิงชราถูกทำร้ายร่างกายร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด

ลูกทำร้ายแม่

ลูกทำร้ายแม่

เมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบชายเจ้าของบ้านอายุ 59 ปี จึงพยายามขอเข้าตรวจสอบภายในบ้าน แต่เจ้าของบ้านไม่ยอม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ทราบว่ามีคนแจ้งเหตุมาว่า มีหญิงชราถูกทำร้ายร่างกาย และร้องขอความช่วยเหลือ หากไม่ให้ความร่วมมือทางเจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปโรงพัก

เมื่อแจ้งไปเช่นนั้นชายคนดังกล่าวจึงยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบหญิงชราวัย 88 ปี ซึ่งเป็นแม่ของชายเจ้าของบ้าน นั่งอยู่บนโซฟาไม้ ตามใบหน้ามีอาการบวม และมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อสอบถามอาการผู้เป็นแม่ชายเจ้าของบ้านกลับอ้างว่าแม่นอนตกเตียงเอง ตนไม่ได้ทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังให้การว่า เหตุที่เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจนั้น เพราะเพื่อนบ้านไม่ถูกกับตน และอิจฉาตน

ขณะที่ผู้เป็นแม่ให้การกับเจ้าหน้าที่แบบหลงๆลืมๆว่า ลูกแค่ตีก้นเบา ๆ ตามประสาลูกกับแม่ เมื่อเพื่อนบ้านได้ยินจึงรู้สึกหดหู่ และไม่มีใครกล้าเป็นพยานให้ เนื่องจากชายคนนี้เป็นคนปากจัดจนไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำได้เพียงแค่ตักเตือนให้เขาดูแลแม่ดี ๆ อย่าทำร้ายร่างกายอีก ไม่เช่นนั้นจะส่งไปศูนย์ประชาบดี ทางลูกชายจึงรับปากและและบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าต่อไปจะไม่ทำร้ายแม่อีก

MThai News