วิจารณ์แซด คลิปตำรวจจับมีดพับ ทำเสียเวลาเกือบตกเครื่อง
ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิป เจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจค้นรถ ซึ่งมีผู้โดยสาร2คนอ้างว่ากำลังจะขึ้นเครื่องกลับฮอลแลนด์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นรถเป็นเวลานานโดยอ้างว่าตรวจหาสิ่งผิดกฎหมาย ในขณะที่สาวผู้โดยสารได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอต้องรีบไปขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ ซึ่งจะไม่ทันแล้วเพราะรถติดมากและเธอเหลือเวลาเพียงแค่1ชั่วโมงเท่านั้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รีบตรวจแล้วปล่อยไป

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นรถแล้วเจอ มีดพับ พร้อมกับอ้างว่าเป็นอาวุธอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จึงขอยึดและให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก ในขณะที่สาวผู้โดยสารเผยว่า มีดดังกล่าวเธอพกไว้เพื่อป้องกันตัวเวลาขับรถในช่วงกลางคืน ซึ่งหากจะให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักตอนนี้คงไม่ทันแล้วเพราะเธอต้องรีบไปสนามบิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอยึด มีดพับ ไว้และให้กลับมาเอาภายหลัง
อย่างไรก็ตามคลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกออนไลน์เพราะเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อยและเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะดูด้วยเจตนาของการพกพาอาวุธด้วย ซึ่งมีดพกแค่นี้ไม่เห็นจะต้องทำเป็นเรื่องใหญ่
“… เข้าใจว่า ตำรวจอ้าง ม.371 ป.อาญา นะครับ แต่ตามข้อเท็จจริง เจ้าของคลิป พกพาอาวุธมีดโดยมิได้เปิดเผย และเก็บในที่มิดชิด ทั้งไม่ได้เก็บไว้ติดตัว และอาวุธมีด ก็ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษอย่างอาวุธปืน หรือระเบิด จึงเป็นการขาดองค์ประกอบของความผิด ม.371 ป.อาญา ตำรวจไม่มีสิทธิ์ปรับครับ และอำนาจยึดตามมาตรา 371 เป็นอำนาจของศาล ไม่ใช่อำนาจของตำรวจ กรณีอื่นกรณีใดที่ผิดตามมาตรานี้ตำรวจทำได้แค่ปรับ แล้วต้องคืนอาวุธมีดแก่เจ้าของครับ ปล.โดยสภาพมีดมีขนาดเล็ก เก็บไว้มิดชิด ในรถ โดยอ้างว่าไว้ป้องกันตัว ถือได้ว่าสมควรแก่เหตุแล้ว ….” สมาชิกเฟซบุ๊ค นนทวัฒน์ สุบรรณพันธ์
MThai News
ขอบคุณคลิปจาก ผู้บริหาร ดัตช์บิวตี้



แต่จากการสอบสวน น.ส.ผึ้ง (นามสมมุติ) ยังให้การปฏิเสธ โดยบอกว่าไม่ได้บังคับลูกสาวให้ค้าประเวณีแต่ทุกครั้งที่ลูกสาวออกรับแขกจะ นำเงินมาให้ครั้งละ 500 บาท ขณะที่เด็กสาวรายนี้บอกว่า สมัครใจที่จะค้าประเวณีเองโดยที่แม่ไม่ได้บังคับ โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง และจะรับเฉพาะแขกที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ น.ส.ผึ้ง (นามสมมุติ) จะปฏิเสธแต่มีส่วนรู้เห็นและนำลูกสาวไปค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดี ส่วนเด็กสาวรายนี้ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ รับตัวไปดูแลต่อไป