ร้องตร.ถูกพ่อ-แม่ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ยัดข้อหาฉ้อโกง

หญิงสาวชาวราชบุรีร้องตำรวจ หลังถูก อภิรุจ-วันทนีย์ สุวะดี กลั่นแกล้ง ยัดข้อหาฉ้อโกงจนถูกดำเนินคดีและติดคุก

นางสาวศวิตา มณีจันทร์ ชาวจังหวัดราชบุรี พร้อมญาติ เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจตรีฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังได้รับความเดือดร้อนจากการที่ นายอภิรุจและนางวันทนีย์ สุวะดี กล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับนายอภิรุจเมื่อปี 2547 ซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง 20 ปี

282590-imagejpeg-441472

และถูกนางวันทนีย์ บังคับให้ลุงซึ่งเป็นตำรวจยศดาบตำรวจ ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวน 130,000 บาท และศาลตัดสินจำคุก 24 เดือน ได้ลดโทษเหลือ 18 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้โดนข่มขู่อย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถอาศัยอยู่ในจังหวัดราชบุรีได้ จนวันนี้ตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจและสื่อมวลชนเนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับ นายอภิรุจและไม่เคยฉ้อโกงเงินใคร

ด้าน พลตำรวจโทประวุฒิ ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรีฐิติราช ดูแลในเรื่องคดีความว่าจะสามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างละเอียด หากพบการกระทำความผิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งก็จะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการถอนประวัติเพื่อให้เป็นผู้บริสุทธิ์สามารถใช้ชีวิตปกติได้ นอกจากนี้ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ์เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาต่อไปด้วย

ผู้ต้องหา 9/11 ซัดทอดเชื้อพระวงศ์ ซาอุฯ อยู่เบื้องหลัง

สมาชิกเครือข่าย ‘อัลกออิดะห์’ กล่าวหา ‘เชื้อพระวงศ์ซาอุดิอาระเบีย’ ให้ทุนก่อการร้าย โศกนาฎกรรม 9/11

วันนี้ (4ก.พ.)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ‘นายซาคาเรียส มูสซาวี’ ผู้สมคบคิดกับกลุ่มก่อการร้ายอัลไคด้า หรือ อัลกออิดะห์ ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในรัฐโคโลราโดของสหรัฐให้การว่า เชื้อพระวงศ์ของซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001
68927_1608540869366947_3877003984280271868_n

ทั้งนี้ นายมูสซาวี ให้การว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการซาอุดิอาระเบียที่มีชื่อเสียง รวมถึง ‘เจ้าชายทูร์กี อัล ไฟซาล อัล ซาอุด’ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มอัลไคด้า หรือ ‘อัลกออิดะห์’ ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ทั้งยังบอกว่า เขาเคยได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งทำงานที่สถานทูตสหรัฐในอัฟกานิสถานด้วย โดยหลังจากนั้น ทั้งสองมีแผนจะเดินทางมายังกรุงวอชิงตัน เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมต่อการโจมตีเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐด้วยขีปนาวุธ

นายมูสซาวีกล่าวดังข้างต้น ในการให้ปากคำต่อทนายเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในคดีที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเกือบสามพันรายจากเหตุการณ์ 9/11 ยื่นฟ้องซาอุดิอาระเบียว่าเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการโจมตีก่อการร้ายดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ทางการซาอุดิอาระเบียได้พยายามให้มีการถอนฟ้องมาหลายครั้ง ทั้งได้ปฏิเสธคำกล่าวหาของนายมูสซาวี โดยระบุว่าเป็นคำกล่าวหาของอาชญากรวิกลจริตที่ไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆ

นายมูสซาวีนั้นถูกจับกุมในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุการณ์ 9/11 ด้วยข้อหาลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย และอยู่ในเรือนจำขณะที่มีการโจมตีก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าได้เข้าเรียนการบินที่รัฐมิเนโซตา และเป็นผู้หนึ่งที่ถูกวางแผนการเอาไว้ให้ขับเครื่องบินโบอิ้ง 747 เข้าชนทำเนียบขาว

MThai News
ที่มา BBC Thai

สุดแค้น! หนุ่มตบแฟนสาวหลังเจอตัวไม่เหมือนในรูป

หนุ่มจีนสุดแค้น คบหาแฟนสาวผ่านเน็ต เมื่อเจอตัวจริงถึงกลับช็อคไม่เหมือนในรูปเลย 

เมื่อวันที่ 4ก.พ. ที่ผ่านมาเว็บไซต์ข่าวจีน ไวรัล ชาม รายงานว่าที่เมืองเวินโจว ประเทศจีน เกิดเหตุหนุ่มจีนนามสกุล หวง อายุ 30 ปี ทะเลาะกับแฟนสาวชื่อ เสี่ยว จิน สาวอายุ 26 ปี หลังนายหวงลงทุนเก็บเงินเพื่อเป็นค่าเดินทางในการเดินทางมาหาแฟนสาวที่เมืองซูโจว หลังทั้งคู่พบกันใน“วีแชท” ซึ่งเป็นโปรแกรมสนทนาทางอินเตอร์เน็ต

หนุ่มจีนตบแฟนสาว หลังเจอตัวจริงไม่เหมือนรูป

หนุ่มจีนตบแฟนสาว หลังเจอตัวจริงไม่เหมือนรูป

นายหวงรู้สึกประทับใจในตัวหญิงสาวมากเนื่องจากในรูปเธอมีหน้าตาน่ารัก ทั้งคู่คบหากันประมาณหนึ่งเดือน จากนั้นฝ่ายชายได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาหญิงสาว แต่เมื่อนายหวงได้พบกับตัวจริงของเสี่ยว จิน เขาถึงกับตกใจสุดขีดและได้สอบถามแฟนสาวว่า เธอเป็นคนๆนั้นจริงหรอ เนื่องจากมีรูปร่างอ้วนกว่าในรูป ตาเล็ก ผิวคล้ำและมีสิวบนใบหน้า  ฝ่ายหญิงจึงตอบไปว่า ภาพที่เธอเอาลงเน็ต เป็นสภาพตอนเธอแต่งหน้า และใช้แอฟแต่งรูปช่วยนิดหน่อย

ทั้งคู่ได้ทะลาะกันอย่างรุนแรง เนื่องจากนายหวงเกิดความไม่พอใจและรู้สึกว่าถูกหลอกทำให้เสียเงินเสียทองมากมายเพื่อมาหาหญิงที่มีหน้าตาไม่เหมือนในรูป  นายหวงได้ตบหน้าและทำร้ายร่างกายเสี่ยวจิน จนได้รับบาดเจ็บ ทั้งคู่จึงถูกนำตัวส่งโรงพัก เพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ทั้งนี้ฝ่ายชายได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะไม่มีวันเชื่อรูปถ่ายที่ถูกอัพโหลดลงบนอินเตอร์เน็ตอีกเป็นอันขาด และขอแนะนำผู้ที่กำลังคบหากับสาวๆในเน็ตให้เธออัพโหลดวิดีโอตอนว่ายน้ำให้ดูก่อนจะมาพบกัน

MThai News