เป็นเรื่องราวที่น่าสลดหดหู่อย่างยิ่ง หากใครได้ติดตามข่าว กรณีที่พ่อแม่ชาวจีนได้ร้องขอให้แพทย์ทำ การุณยฆาต ลูกน้อยวัยเพียง 1 ขวบ เนื่องเพราะทนเห็นลูกน้อยสุดที่รัก ทุกข์ทรมานต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
หลังจากลูกน้อยประสบอุบัติเหตุเข้าไปติดอยู่ในสายพานที่บริษัทซึ่งพ่อเขาทำงานอยู่ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งสมองพิการ แม้จะมีการรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอยู่หลายเดือน แต่อาการของหนูน้อยกลับไม่ดีขึ้น พวกเขาไม่ต้องการให้ลูกน้อยต้องมาทนทรมานอีกต่อไป
แม้การพรากชีวิตลูกน้อยไปจากอ้อมอกดูจะเป็นเรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทำใจยากลำบากเหลือเกิน แต่การที่ต้องเห็นลูกนอนทุกข์ทรมานอยู่บนเตียงคนไข้ ยิ่งสร้างความเจ็บปวดมิใช่น้อยกับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ การร้องขอให้แพทย์ทำ การุณยฆาตจึงได้เกิดขึ้นดังที่เป็นข่าวในเบื้องต้นนี้

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า การุณยฆาต คืออะไร !? และกรณีใดบ้างที่สามารถร้องขอได้
MThai News จึงได้ไปสอบถามนักวิชาการเพื่อไขข้อสงสัยดังกล่าว ซึ่งก็ได้ความว่า “การุณยฆาต” คือ การลงมือกระทำให้ผู้ป่วยตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ป่วยจะต้องเป็นบุคคลที่ทุกข์ทรมานหมดหนทางที่จะรักษา หรือสมองไม่ทำงานเขาเหล่านั้นจะได้จากไปอย่างสงบ แต่ต้องเป็นการได้รับการช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
การุณยฆาต ยังได้มีด้วยกัน 3 รูปแบบ กล่าวคือ
– การุณยฆาตเชิงรับเป็น วิธีที่ยอมรับกันทั่วไป คือ การตัดการรักษา ในกรณีที่ผู้ป่วยแสดงเจตจำนงเอาไว้ก่อนว่าหากอยู่ในสภาวะหมดทางรักษาแล้ว ให้บุคลากรทางการแพทย์หยุดการรักษา โดยไม่พึ่งเครื่องมือช่วยยื้อชีวิต จนกว่าจะจากไปเอง
–การุณยฆาตเชิงสงบ คือการุณยฆาตที่กระทำโดยการหยุดให้ปัจจัยดำรงชีวิตแก่ผู้ป่วย ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบัน
-การุณยฆาตเชิงรุก ซึ่งวิธีนี้กฏหมายไทยและประเทศส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ เพราะบุคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้เร่งให้ผู้ป่วยในสภาวะหมดทางรักษาได้จากไปอย่างสงบเร็วขึ้น
แม้อีกหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยระบุว่า การุณยฆาตเชิงรุก เป็นความผิดในกฎหมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่สามารถทำได้โดยไม่ถือเป็นเรื่องที่ผิด หากทำตามข้อกำหนดของกฏหมาย หนึ่งในนั้นคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเคยประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะให้บริการการุณยฆาตต่อผู้สูงอายุซึ่งป่วยและไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
ย้อนไปเมื่อต้นปี2557 คุณยายแอน หญิงชราชาวอังกฤษ วัย 89 ปี ตกลงใจขอรับการการุณยฆาตที่คลินิกสำหรับคนอยากฆ่าตัวตายในสวิตเซอร์แลนด์ หลังไม่มีความสุขในชีวิตเพราะปรับตัวเข้ากับสังคมยุคใหม่ไม่ได้
คุณยายเลือกที่จะจบชีวิตลงด้วยการพึ่ง ดิกนิตาส์ คลินิก (Dignitas clinic) ซึ่งเป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ ทำหน้าที่ช่วยเหลือให้การุณยฆาตแก่ผู้ป่วยหนัก ผู้พิการร่างกาย หรือผู้ป่วยทางจิต รวมทั้งผู้ที่วอนขอการการุณยฆาตที่ได้รับหนังสือรับรองจากแพทย์ และความยินยอมจากครอบครัวแล้ว
อย่างไรก็ตามแม้คุณยายท่านดังกล่าวจะสมัครใจทำการุณยฆาต แต่ประเทศอังกฤษมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำการุณยฆาตกำหนดไว้ว่า แพทย์สามารถพิจารณาให้ยาเพื่อจบชีวิตแก่คนไข้ป่วยหนัก ที่เหลือเวลาใช้ชีวิตน้อยว่า 6 เดือนได้ แต่สำหรับกรณีของคุณยายแอนนั้นไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ จึงอาจเป็นไปได้ว่าหลานสาวคุณยายอาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายฐานสมคบคิดฆาตกรรม เพราะเธอคือคนพาคุณยายไปส่งที่คลินิกดังกล่าว
แม้การทำการุณยฆาตคือการทำให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปละเมิดชีวิตของคนอื่นได้ เพราะสิทธิ์ในชีวิตนั้นเป็นสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ทางออกที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ การให้สิทธิผู้ป่วยวาระสุดท้าย อยู่ในสภาพที่พร้อมเสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี สงบ และมีสติ โดยมีคนรักรอบข้างที่ยอมรับการจากไปอย่างมีสติและเห็นความตายเป็นธรรมชาติ
MThai News
ขอบของคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์oknation,ipsr.mahidol.ac.th






