ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี ‘ไอเอส’ เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท
เว็บไซต์ออนไลน์ ‘เดอะ มิรเรอร์’ รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาธิเช่น กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ ‘ไอเอส’ ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ ‘ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย’ อีกด้วย

ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท
– ความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่
– เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีข้อความของสาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม
ทั้งนี้บทความดังกล่าว ยังเผยว่าขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการ ร่างกฏหมายอนุมัติ ว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ ‘เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม’ เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม ‘ชาร์ลี เอ็บโด’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช้่นเดียวกัน
ยกตัวอย่างง่ายๆก่อนหน้านี้ในกรณีของ ‘นายอลัน เฮนนิ่ง’ ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น

ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจ ที่อาจส่งผลต่อสภายจิตใจของผู้ที่ยัคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ ‘นายเคนจิ โกโตะ ‘ หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวนไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ
ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ

เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ‘ล่าม’
– นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์
– ผลงานของเขา เรื่อง ‘Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii’ (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei
– เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย ‘ฮารุนะ ยูกาวะ’ (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า”ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี” “ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน” เคนจิ โกโตะ
ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย
อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ ‘นายเคนจิ โกโตะ’ “เขายอดเยี่ยม”และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
MThai News
ที่มา Mirror



