จีนประหาร ‘ลัทธิวันสิ้นโลก’ หลังฆ่าเหยื่อสาว

จีนประหารพ่อลูกสาวกคลั่งลัทธิวันสิ้นโลก ผิดฐานฆาตกรรมเหยื่อสาวภายในร้านแมคโดนัลด์

เมื่อวันที่  2 ก.พ. 2558  สำนักข่าว ซินหัวรายงาน ว่า ทางการจีนเปิดเผยว่าได้ประหารชีวิตนายจาง หลี่ตง และน.ส.จาง ฟาน สองพ่อลูกสาวกของลัทธิต้องห้าม ฉวนเหนิงเฉิน หรือ เชิร์ช ออฟ อัลไมตี ก๊อด ซึ่งเชื่อเรื่องการสิ้นโลก ผู้ต้องโทษในคดีรุมทำร้ายร่างกายหญิงสาวแซ่อู๋จนเสียชีวิต ภายในร้านแมคโดนัลด์ เมืองเหยียนไท่ มณฑลชานตง เมื่อเดือนมิ.ย.ปีก่อน

279

ผู้ต้องขังถูกนำตัวขึ้นศาลที่ชานตง เมื่อเดือนส.ค.2557

279b

รายละเอียดของการไต่สวนคดี ระบุว่า นายจางและน.ส.จาง รวมทั้งสาวกอีก 4 คน พยายามชักชวนให้น.ส.อู๋เข้าร่วมลัทธิ แต่ผู้ตายปฏิเสธ ผู้ต้องหาจึงรุมกระทืบและใช้เก้าอี้ฟาดจนเหยื่อเสียชีวิตในสภาพจมกองเลือด

ลัทธิดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นลัทธิสุดโต่งที่เชื่อเรื่องวันสิ้นโลกและต้องการทำลายพรรคคอมมิวนิสต์นอกจากนี้ยังเชื่อว่าพระเยซูจะกลับมาโลกในฐานะเป็นสตรีจีน
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  ข่าวสดออนไลน์
ขอบคุณภาพจาก www.cctv-america.com

ติดตามข่าวสาร ข่าวจีน  คลิ๊กเลย>>>>>>>

MThai News

ผบ.ทบ.โต้ทหาร บึ้มพารากอน หวังคงกฎอัยการศึก

พล.อ.อุดมเดช ยันไม่ใช่ฝีมือทหารวางระเบิดพารากอน เพื่อให้กฎอัยการศึกยังคงอยู่ ชี้ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำ สั่งเข้มจนท. ดูแลความปลอดภัย พร้อมวอนประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลความเรียบร้อย

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (2 ก.พ. 58) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมาชี้แจงถถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เหตุระเบิดสถานีรถไฟฟ้าบริเวณหน้าสยามพารากอน เป็นฝีมือของทหารเพื่อคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึก ว่ายืนยันทหารไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าวเพื่อคงไว้กฎอัยการศึกแน่นอน เพราะไม่จำเป็นที่ต้องสร้างสถานการณ์เช่นนั้นขึ้นมา

ระเบิด, ระเบิดพารากอน, อุดมเดช สีตบุตร

พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร

แต่ยังไม่มีชี้ชัดได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือทำกันแน่แต่พอมีหลักฐานแล้ว เบื้องต้นได้สั่งจับตาคนบางกลุ่มบางพวก อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอย่าไปตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะดูจากระเบิดไม่มุ่งร้ายเอาชีวิต แต่ทั้งนี้ก็ขออย่าประมาท และขอประชาชนเป็นหูเป็นตาด้วยส่วนหนึ่ง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติก็สามารถแจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที

“เป็นเรื่องที่พูดกันไป เราตรงไปตรงมา ไม่ต้องแกล้งสร้างอะไรขึ้นมา”

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @Deep Blue Sea

MThai News

แท็กซี่ ชี้ปรับค่าโดยสารรอบ 2 ต้องมากกว่า 5%

สหกรณ์เครือข่ายแท็กซี่ ชี้ปรับค่าโดยสารรอบ 2 ต้องมากว่า 5% หวังสอดคล้องต้นทุน

นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหนคร เปิดเผยว่า สำหรับปัจจัยค่าเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันที่มีราคาปรับลดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และทางกระทรวงพลังได้มีนโยบายในการปรับราคาเชื้อเพลิงประเภทแก๊สขึ้นซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่รถแท็กซี่ใช้ในการให้บริการ

โดยที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะมีการปรับอัตราค่าโดยสารขึ้นร้อยละ 8 เป็นผลให้ได้รับค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-120 บาทต่อวัน แต่ระหว่างที่มีการดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารอยู่ในขณะนี้ ก็ได้มีการปรับราคาแก๊ส NGV ถึง 2 ครั้ง ซึ่งคนขับรถแท็กซี่ต้องจ่ายค่าแก๊สเพิ่มอีก 100-110 บาท

ปรับค่าโดยสาร

ปรับค่าโดยสาร

อย่างไรก็ตาม ในการปรับจูนมิเตอร์เพื่อปรับอัตราค่าโดยสารครั้งต่อไปที่จะปรับขึ้นร้อยละ 5 จากครั้งแรกที่ได้มีการปรับร้อยละ 8 มองว่าในการปรับร้อยละ 5 นั้นคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาเชื้อเพลิงได้มีการปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ซึ่งการปรับอัตราค่าโดยสารรอบที่ 2 ควรจะปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน