มาสเตอร์โพลเชื่อ คสช.เชิญปรับทัศนคติทำยุติเคลื่อนไหว

Master Poll เผย ประชาชน เชื่อ คสช. เชิญปรับทัศนคติทำยุติเคลื่อนไหว พอใจ นายกฯ เเจงสถานการณ์การเมืองกับสหรัฐฯ ด้าน NIDA โพล เผย คนไม่เชื่อ USA มาไทยไม่เข้าข้างฝ่ายการเมืองใด

มาสเตอร์ โพล (Master Poll)  ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์เรื่อง สำรวจความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อกรณีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่เห็น ด้วยกับการถอดถอน  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 34.1 ระบุรู้สึกกังวล ในขณะที่ร้อยละ 65.9 ไม่รู้สึกกังวล

ปรับทัศนคติ

ปรับทัศนคติ

ขณะการเดินทางลงพื้นที่พบแนวร่วมเสื้อแดงในภาคอีสานของคณะเจ้าหน้าที่สถาน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา พบว่า แกนนำชุมชน ร้อยละ 35.1 ระบุรู้สึกกังวล ในขณะที่ร้อยละ 64.9 ไม่รู้สึกกังวล  สำหรับการสอบถามความพึงพอใจต่อท่าทีของรัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการต่างประเทศที่ออกมาชี้แจงกรณีความห่วงใยของประเทศสหรัฐอเมริกา นั้น ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 72.0 ระบุพอใจค่อนข้างมาก-มาก และร้อยละ 24.3 ระบุพอใจมากที่สุด   ทั้งนี้แกนนำชุมชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อท่าทีของรัฐบาล 8.39 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

สำหรับประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาคือเมื่อ สอบถามความคิดเห็นกรณีที่ คสช. มีการเชิญตัวอดีตนักการเมืองมาปรับทัศนคติ ว่าจะทำให้ยุติการเคลื่อนไหว และทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่นั้น ผลการสำรวจพบว่า  มากกว่า 2 ใน 4 หรือร้อยละ 78.4 เชื่อมั่นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ยุติการเคลื่อนไหว และทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้  และเมื่อสอบถามความความต้องการของแกนนำชุมชนต่อทางเลือกทางการเมืองของ ประเทศไทยในขณะนี้นั้น พบว่าร้อยละ 85.6 ระบุต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ทำงานต่อไปก่อน

NIDAโพลคนไม่เชื่อUSAมาไทยไม่เข้าข้างฝ่ายการเมืองใด

นิ ด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การเดินทางเยือนไทยของผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อเมริกา” ต่อความเห็นในหัวข้อ เชื่อหรือไม่กับคำกล่าวของผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ‘สหรัฐฯ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดในการเมืองไทย’ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่นั้น ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 38.08  //ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 24.16 //  ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 17.52 และ เชื่ออย่างมาก ร้อยละ 8.48

โดย ในจำนวนผู้ที่ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ และเชื่ออย่างมาก ให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อไทยอย่างยาวนาน  เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาของไทย และมองว่าเป็นเรื่องภายในประเทศจึงน่าจะมีความเป็นกลาง และไม่เข้ามาแทรกแซง ส่วนจำนวนผู้ที่ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ และไม่เชื่อเลย  ระบุเหตุผลว่า ไม่มั่นใจในความจริงใจและวัตถุประสงค์ ที่แท้จริง ของการเดินทางเยือนครั้งนี้ ซึ่งมองว่า อาจมีผลประโยชน์แอบแฝง

ไอเอสแพร่วิดีโอ “สังหาร” ตัวประกันนักข่าวชาวญี่ปุ่น แล้ว!!

กลุ่มไอเอส เผยแพร่คลิปวิดีโอล่าสุด ได้สังหาร นายเคนจิ โกโตะ นักข่าวอิสระซึ่งเป็นตัวประกันชาวญี่ปุ่น ที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ก่อนหน้านี้ลงแล้วด้วยการตัดศีรษะ สำนัก ข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอตัวใหม่ยืนยันการสังหาร นายเคนจิ โกโตะ ผู้สื่อข่าวอิสระแล้วด้วยการตัดศีรษะ หลังจากเพิ่งสังหาร นายฮารุนะ ยูคาวะ ตัวประกันชาวญี่ปุ่นอีกรายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ด้วยวิธีเดียวกัน ตัวประกันนักข่าวชาวญี่ปุ่น

ตัวประกันนักข่าวชาวญี่ปุ่น

ทั้ง นี้ ในคลิปยังระบุคำพูดของผู้สังหาร นายเคนจิ โกโตะ ที่ได้กล่าวเตือน นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่นว่า ตัดสินใจบุ่มบ่ามและไร้ปัญญา โดย เลือกนำญี่ปุ่นกระโจนเข้าสู่สงครามที่ไม่มีทางชนะ และข้อความในคลิปของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ระบุอีกว่า มีดเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะใช้ปลิดชีพ นายเคนจิ เท่านั้น แต่จะถูกใช้เพื่อสร้างความสูญเสียแก่ชาวญี่ปุ่นรายต่อ ๆ ไปที่พบ และขู่ว่าถึงเวลาแล้วที่ญี่ปุ่นจะเริ่มต้นถึงฝันร้าย

ขณะที่ล่าสุด โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการประณามถึงการกระทำอันโหดเหี้ยมของกลุ่มก่อการร้ายไอเอสต่อการ สังหารผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันที่อยู่ในการควบคุมให้เป็นอิสระให้

ชาวนครชัยศรี “ผวา”ผู้ต้องสงสัยโผล่อาจโยงคดีข่มขืน

ผวาอีก! ชาวบ้านนครชัยศรี พบผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องคดีฆ่าข่มขืนหญิงชรา ขี่จักรยานเข้ามาในพื้นที่ ก่อนจะดักซุ่มและกระโดดลงคลองอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ชาวบ้านบริเวณริมคลองวัดกลางบางแก้ว ม.2 ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้โทรแจ้งไปยังศูนย์ 191 หลังพบคนร้ายท่าทีมีพิรุธ ขี่จักรยานเข้ามาที่บริเวณทางเลียบคลองสะพานบางแก้ว ซึ่งมีบ้านพักอาศัยของชาวบ้านที่อยู่ริมคลองอยู่จำนวนหลายหลัง และเข้าไปแอบซุ่มในที่มืดนานนับชั่วโมงไม่ออกมาอย่างน่าสงสัย เมื่อชาวบ้านเริ่มตื่นตัวจึงกระโดดลงไปในคลองและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

941a

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเหตุ จึงจัดกำลังพร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม นำกำลังพร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาช่วยระดมค้นหาบริเวณใต้สะพานคลองบางแก้ว และบริเวณใกล้เคียงกันแต่ไม่พบ

ต่อมา พ.ต.อ.อนุพันธ์ จันทร์พฤกษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม รักษาการแทน ผกก.สภ.นครชัยศรี พร้อมด้วย นายชินพันธ์ พงศ์เพรา ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอนครชัยศรี รุดมายังที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญผู้ที่พบเห็นมาสอบถาม ประกอบด้วย นางสม ใจสม อายุ 54 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ริมคลองติดกับสะพาน ได้กล่าวว่า ขณะกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ก็เห็นผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานเข้ามา โดยสวมเสื้อผ้าสีทึบและกางเกงขาสั้น ลักษณะรูปร่างแข็งแรง สูงประมาณ 160 ซม. ท่าทางมีพิรุธ นำรถจักรยานมาจอดทิ้งไว้อย่างน่าสงสัย จึงไปบอก นายเชษฐ์ติพงษ์ เอี่ยมพงศ์ไพบูลย์ อายุ 25 ปี (บุตรชาย) ให้เข้าไปดู จึงทำให้ผู้ต้องสงสัยรีบกระโดดลงไปในคลองหายไปอย่างลึกลับ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จะระดมลงไปช่วยกันค้นหากว่า 1 ชั่วโมงก็ไม่พบแม้แต่เงาของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ทำให้ขณะนี้ชาวบ้านต่างผวากันไปทั่ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถจักรยาน มาไว้ที่ สภ.นครชัยศรี โดย พ.ต.อ.อนุพันธ์ ได้กล่าวว่า จะนำรถจักรยานของผู้ต้องสงสัย ส่งตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบ ส่วนการค้นหาคงต้องมีการระดมค้นหาต่อไปเพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ชาวบ้านต่างเกิดความหวาดผวาและกลัวมากขึ้นเป็นลำดับ หลังยังไม่สามารถจับผู้ต้องหาคดีนี้ได้