อึ้ง!! สาวเปลือยล่อนจ้อน-อุ้มทารก งานนิทรรศการศิลปะ (ชมคลิป)

ศิลปินสาวชาวสวิสวัย 32 ปี   ใจกล้า เปลือยล่อนจ้อน-อุ้มทารก เดินไปมา กลางงาน นิทรรศการศิลปะที่ประเทศเยอรมนี

วันที่ 26 ก.พ. 2558  สำนักข่าวต่างประเทศ เว็บไซต์ข่าวมิร์เรอร์ อังกฤษ ได้รายงานข่าว  นิทรรศการศิลปะ ที่มีเรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ  ไว้เป็นจุดขาย เรียกคนเข้ามาเยี่ยมชมนิทรรศการ งานนี้ก็เซอร์ไพรส์ เรียกคนเข้างาน อีกแล้ว  ในนิทรรศการศิลปะที่ประเทศเยอรมนี

โดยงานนี้  ต้องบอกว่าเจ้าของงาน เล่นเสียวเลย  จับสาวใจกล้า เปลือยล่อนจ้อน-อุ้มทารก เดินไปมา กลางงาน นิทรรศการศิลปะ 

โดยศิลปินที่มาเปลือยในครั้งนี้คือ นาง’ไมโล มอร์’ศิลปินสาวชาวสวิตเซอร์แลนด์วัย 32 ปี ได้ลงทุนเปลื้องผ้าล่อนจ้อนพร้อมอุ้มเด็กเด็กตัวน้อย เดินไปมาภายในงานศิลปะ เล่นเอาคนที่เข้าชมงานศิลปะถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

เธอต้องการแสดงให้ผู้ร่วมเข้าชมงานศิลปะเห็นภาพเด็กตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของหญิงสาวที่เปลือยเปล่า

“ศิลปะของเปลือยเปล่าต่อหน้าผู้ชมงานศิลปะ เป็นการท้าทายให้พวกเขาครุ่นคิดเกี่ยวกับการตีความเรื่องรูปร่าง (forms)” นางมอร์กล่าว

อนึ่งนางไมโล มอร์เคยสร้างงานศิลปะที่มีการเปลื้องผ้าและใช้อวัยวะเพศในการถ่ายทอดความคิด จนฮือฮาไปทั่วโลกมาหลายครั้งแล้ว

676

ผู้ชมคนหนึ่ง ได้ให้ความเห็นว่า มันดูน่าตลกไปเสียหน่อยสำหรับการเปลื้องผ้าเดินไปมาในงานศิลปะ ในขณะที่บางส่วนถึงกับยอมรับว่า การเปลื้องผ้าของนางมอร์นั้น น่าสนใจกว่าผลงานศิลปะในนิทรรศการเสียอีก

MThai News

ที่มา : mirror

รู้หรือไม่!! ถนนเมืองไทย แดนอันตราย ตายเป็นอันดับ 2 ของโลก

เคยคิดหรือไม่ว่า เมื่อขับรถบนท้องถนนในประเทศไทย มีความปลอดภัยกันแค่ไหน และรู้หรือไม่ว่าถนนเมืองไทย ขึ้นชื่อว่าอันตรายยิ่งกว่าประเทศใดๆ บนโลกใบนี้ คุณต้องเสี่ยงตายกับอุบัติเหตุที่ “ไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา” อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ยังไม่รวมอุบัติเหตุอื่นๆ ตามท้องถิ่นชนบท ที่ไม่เป็นข่าว แต่ถึงคราวตายกันเป็นจำนวนมาก

ถนนเมืองไทย แดนอันตราย

ถนนเมืองไทย แดนอันตราย

ที่กลายเป็นข่าวดัง ข่าวเด่นขึ้นมา เมื่อ นายฮวน ฟรานซิสโก นักปั่นรอบโลกชาวชิลี วัย 48 ปี ต้องมาจบชีวิต กับเส้นทางสุดท้าย บนถนนสายมรณะ ในประเทศไทย ทั้งที่เดินทางมา 5 ทวีประยะทางกว่า 250,000 กม. ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 56 ก็เป็นที่ฮือฮากันทั่วโลกมาแล้ว เมื่อนักปั่นจักรยานสองสามีภรรยาชาวอังกฤษ มาเสียชีวิตในประเทศไทย เพราะคนขับรถมัวก้มเก็บหมวกขณะขับรถ เป็นเหตุให้พุ่งชนจักรยานดังกล่าว บนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี – พนมสารคาม

แน่นอน เรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศเต็มๆ รัฐบาลสหรัฐฯ ถึงกับเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย เพราะการเดินทางบนถนนสุดอันตราย อาจไม่ได้กลับประเทศ เหล่านี้เป็นเพราะความมักง่ายของคนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่มีวินัยในการขับขี่ และขากจิตสำนึกที่ดีต่อเพื่อนร่วมทาง

ถนนเมืองไทย แดนอันตราย ตายเป็นอันดับ 2โลก

ถนนเมืองไทย แดนอันตราย ตายเป็นอันดับ 2โลก

ลองมาดูกันว่า การขับขี่บนท้องถนนในประเทศไทยนั้น มีสถิติที่ไม่ธรรมดา

ข้อมูลการวิจัยจาก สถาบันวิจัยความปลอดภัยในการขนส่งแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยผลสำรวจที่น่าตกใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุในบ้านเรา มีอัตราการเสียชีวิต สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงนามิเบีย ที่มีสถิติห่างจากกันไม่มากมายนัก โดยจากการสำรวจนี้ระบุว่า ปัจจัย 3 ข้อ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุคือ พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดพอ และความปลอดภัยของถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน

อัตราส่วน อุบัติเหตุ คนไทย 100,000 คน จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 44 คน ในขณะที่ทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เพียง 18 คน ต่อประชากร 100,000 คน โดยประเทศที่มีอุบัติเหตุทางถนนน้อยที่สุดได้แก่ประเทศ มัลดีฟท์

ในเว็บไซต์ กรมการขนส่ง เผยข้อมูล ประเทศไทยมีอัตราการตาย ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 25 คน หรือมีการตายเฉลี่ย ชั่วโมงละ 1 คน ในแต่ละปีนั้น มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 230,000 ล้านบาทต่อปี และถูกจัดเป็นประเทศที่มีอัตราการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก จากสถิติทั้งหมด 200 ประเทศ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก

ล่าสุด ข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ถึงกับจัดเป็นประเทศไทย เป็นประเทศที่แย่ที่สุดในโลกในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่ ผู้ตายทั้งหมดบนท้องถนนนั้น 70 % เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และไม่สวมหมวกนิรภัย

เห็นแบบนี้แล้ว การใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย นั้นค่อนข้างเสี่ยง (มาก) ต่อชีวิต ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งรถกระบะจะขับตัดหน้าแบบกะทันหัน รถสิบล้ออาจจะฝ่าไฟแดงมาโดยไม่รู้ตัว หรือ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศรมาชน กลายเป็นคนขับรถชนตายไปแบบไม่ทันตั้งตัว ตราบใดที่คนเรายังไร้วินัยการขับขี่ และยังไม่มีมาตรการที่เข้มงวด กรณีแบบนี้ก็มีให้เห็นแทบทุบวัน

ทางที่ดีคือการป้องกันตัวเอง ลดความเสี่ยงด้วยการ หมั่นตรวจสอบสภาพรถ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อค ปฏิบัติตามกฎวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด หากทุกๆคนช่วยกันปฏิบัติตาม อย่างน้อย อุบัติเหตุย่อมลงลงได้ หากไม่ประมาท

เพชรพิริยะ

MThai News

กมธ.ยกร่างฯ สรุปที่มาส.ว. เลือกตั้งทางอ้อม 200 คน

กมธ.ยกร่าง สรุปที่มา ส.ว.เลือกตั้งทางอ้อม 200 คน ขณะที่ ผบ.ทบ. ไม่ตอบหลังพบมีสัดส่วนที่นั่งทหารในวุฒิสภา

กรรมาธิการยกร่าง, รัฐธรรมนูญ, ส.ว., อุดมเดช สีตบุตร

ที่มา ส.ว.

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการสรรหา สว. วานนี้ (25 ก.พ.58) ที่ประชุมได้มีข้อสรุปกำหนดให้ วุฒิสภามีจำนวนไม่เกิน 200 คน โดยมีที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมใน 5 กลุ่มบุคคล ได้แก่
-บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา
-บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายพลเรือน ในระดับปลัดกระทรวง ผู้นำเหล่าทัพ หัวหน้าองค์กรรัฐวิสาหกิจ
-บุคคลที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง
และบุคคลจากองค์กรด้านการเกษตร แรงงาน วิชาการ ชุมชน ท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านต่าง ๆ

ส่วนคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา ยังคงเดิมตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 แต่มีลักษณะต้องห้าม มิให้เป็นบุพการี คู่สมรส ,บุตรของ ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง , และภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ต้องไม่ดำรงตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส. หรือในพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมือง

และต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญในระยะเวลา 2 ปีก่อนการดำรงตำแหน่ง ส่วนวาระกำหนดให้คราวละ 6 ปี ซึ่งห้ามดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 วาระ และสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้วไม่เกิน 2 ปี ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่การแก้กฎหมายที่มาส.ว.ใหม่ มีสัดส่วนของทหารให้เข้าไปทำหน้าที่วุฒิสภาว่า “ผมคงยังไม่สามารถให้ข้อมูลตรงนี้ได้ เพราะต้องได้รับความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน”

ภาพจาก ไทยพีบีเอส

MThai News